สุดยอดอาหารสตรีทฟู้ดที่เยาวราช

ถนน เยาวราช เป็นถนนที่ถูกสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ.2435-2443 ซึ่งอยู่ในสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์จักรี โดยมีความยาวประมาณ 1,500 เมตร ซึ่งถูกเรียกอีกชื่อว่า ‘ถนนมังกร’ เป็นแหล่งของชุมชนคนไทยเชื้อสายจีนขนาดใหญ่ ที่มีความเจริญทางด้านเศรษฐกิจตั้งแต่ในอดีตเรื่อยมาจนปัจจุบัน โดยมีร้านค้า ร้านอาหาร ภัตตาคาร ร้านทองและสถาบันการเงินมากมายที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองในด้านการค้ามาอย่างยาวนาน ซึ่งวันนี้เรามีสุดยอดอาหารสตรีทฟู้ดที่ไม่ควรพลาดและการเดินทางแบบง่าย ๆ มาแนะนำ มาดูกันเลยว่าจะมีความน่าสนใจอย่างไรบ้าง

เยาวราช

ความอร่อยแบบไม่จำกัดเวลา

หากพูดถึงสตรีทฟู้ดที่ เยาวราช หลายคนอาจจะนึกถึง ร้านอาหารที่เรียงรายตลอดทางในเวลากลางคืน ซึ่งความจริงแล้วช่วงเวลากลางวันก็มีร้านอาหารอร่อย ๆ เปิดให้บริการอยู่ไม่น้อยเลย อย่างเช่น

  • บะหมี่จับกัง เยาวราช เปิดเวลา 8.00-18.00 น.
  • เล่าตั๊ง ห่านพะโล้ เปิดเวลา 8.30-14.00 น.
  • หอยทอด เท็กซัส เปิดเวลา 9.00-18.00 น.
  • กวยจั๊บ นายเอ็กซ์ เปิดเวลา 7.30-01.00 น.
  • ร้านสีมรกต (ข้าวหมูแดง) เปิดเวลา 10.30-18.30 น.
  • ข้าวมันไก่แปลงนาม เปิดเวลา 8.00-19.00 น.
  • โอเดียน บะหมี่เกี๊ยว เปิดเวลา 8.30-20.00 น. (ร้านปิดทุกวันอังคารที่ 2 และ 4 ของเดือน)
  • ก๋วยเตี๋ยวผัดงี่เง่าเจ๊เบญ วงเวียนโอเดียน เปิดเวลา 10.00-16.00 น. (ร้านปิดทุกวันจันทร์)
  • ลอดช่องสิงคโปร์ (เจ้าเก่า-สำเพ็ง) เปิดเวลา 09.30 – 18.30 น.
  • กู่หลงเปา – Gu Long Bao ซาลาเปาโบราณ เปิดเวลา 09.00-17.00 น. (จันทร์-เสาร์) และ 09.00-13.00 น. (อาทิตย์)
  • หมี่หวานเจ๊หมวย เปิดเวลา 09.30 – 19.00 น.

ส่วนเวลากลางคืนก็มีร้านค้ามากมายเรียงรายตลอดทางทั้งอาหารคาวและหวาน เช่น ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ สุกี้แห้งกระทะร้อน กวยจั๊บ  บะหมี่ลูกชิ้นปลา ข้าวต้มเป็ด บัวลอย 3 กษัตริย์ ขนมปังเจ้าอร่อยเด็ดเยาวราช เต้าทึงและอีกหลากหลายเมนูที่ไม่ควรพลาด

เยาวราช

การเดินทางไปเยาวราช

            การเดินทางไป เยาวราช ขอแนะนำให้ใช้บริการสาธารณะจะสะดวกมากกว่านำรถส่วนตัวไปเพราะที่จอดรถมีแบบจำกัดและมีสภาพการจราจรที่ค่อนข้างหนาแน่น โดยสามารถเลือกใช้บริการสาธารณะได้หลากหลายรูปแบบ ประกอบด้วย

  • รถประจำทาง ที่มีหลากหลายสาย สามารถหาข้อมูลเส้นทางที่ผ่านจากเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องได้
  • รถไฟฟ้าใต้ดินสายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) ซึ่งมีส่วนต่อขยายจากสถานีหัวลำโพง สถานีที่ใกล้ถนนเยาวราชมากที่สุดคือ สถานีวัดมังกร โดยใช้ทางออกที่ 1
  • เรือประจำทาง โดยสามารถไปใช้บริการได้ที่ท่าเรือราชวงศ์ ซึ่งจะอยู่บริเวณด้านหลังตลาดสำเพ็ง
  • บริการสาธารณะอื่น ๆ เช่น จักรยานยนต์รับจ้าง หรือรถสามล้อ เป็นต้น
เยาวราช

ถนนเยาวราชไม่ได้ขึ้นชื่อเรื่องอาหารสตรีทฟู้ดเท่านั้น แต่ยังมีสถาปัตยกรรม ความเชื่อ และวัฒนธรรมของชาวไทยเชื้อสายจีนมากมายที่ซ่อนอยู่ ซึ่งมีเสน่ห์ไม่แพ้กับพื้นที่อื่น ๆ ในกรุงเทพฯ เลย 

คาบาเร่โชว์ในกรุงเทพ ศิลปะการแสดงที่ต้องดูสักครั้งในชีวิต

คาบาเร่โชว์

คาบาเร่โชว์ ศิลปะการแสดงของเหล่านักแสดงสาวประเภทสอง ซึ่งมากความสามารถทั้งร้อง เล่น เต้น และการแสดงที่น่าตื่นตาตื่นใจ ที่มาพร้อมกับท่วงท่าลีลาอันเป็นเสน่ห์ที่น่าประทับใจ ซึ่งความประทับใจเหล่านี้จะมาในรูปแบบของการแสดงโชว์ในรูปต่าง ๆ และเครื่องแต่งกายแบบสุดอลังการ ในอดีตใครอยากดู คาบาเร่โชว์ ต้องเดินทางไปถึงพัทยา แต่ปัจจุบันสามารถดูโชว์ คาบาเร่ ในกรุงเทพฯ ได้ด้วยเช่นกัน มาดูกันว่า ถ้าคุณอยากดูโชว์ คาบาเร่ ในกรุงเทพฯ คุณจะไปดูที่ไหนได้บ้าง

คาบาเร่โชว์

คาลิปโซ่ คาบาเร่ @ เอเชียทีค

            ใครที่ชื่นชอบการแสดง คาบาเร่โชว์ และได้ติดตามชมการแสดงคาบาเร่ จากหลาย ๆ เวที ก็คงจะพอได้ยินชื่อเสียงของ คาลิปโซ่ คาบาเร่ เอเชียทีค กันมาบ้าง แต่เดิมก่อนที่จะมาเป็นคาลิปโซ่ คาบาเร่ เอเชียทีค นั้น เคยเป็นชุดคาบาเร่ที่โชว์อยู่ในโรงละครของโรงแรมเอเชีย ที่อยู่ตรงราชเทวี ณ ตอนนี้ มาก่อน และได้ย้ายมาทำการแสดงอยู่ที่ เอเชียทีค ริเวอร์ฟร้อน (โกดัง 3) จนถึงปัจจุบัน

            คาลิปโซ่ คาบาเร่ เอเชียทีค ได้ชื่อว่าเป็นโชว์ คาบาเร่ ที่ดีที่สุดของกรุงเทพเป็นต้นตำรับของโชว์ คาบาเร่ แห่งแรกของกรุงเทพฯ ซึ่งได้ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2531 การแสดงโชว์ก็จะเป็นแนวละครบรอดเวย์ แนวละครเพลง ถือเป็นแห่งเดียวในไทยที่มีการแสดงโชว์รูปแบบนี้ ซึ่งนักแสดงต้องอาศัยความสามารถและทักษะที่สูง เพื่อให้การแสดงที่มีทั้งร้อง เต้น มีความสวยงามน่าชม มีโชว์ที่อลังการ ตื่นตาตื่นใจ จนเป็นที่ประทับใจของผู้ชม

         เวลาในการแสดง จะมีทุกวัน วันละ 2 รอบ คือรอบ 19.30 น. และรอบ 21.00 น. โดยในแต่ละรอบจะมีทั้งหมด 15 โชว์ ใช้เวลาในการโชว์ทั้งหมด 70 นาที ใครสนใจชมการแสดง สามารถไปชมได้ที่ เอเชียทีค ณ โรงละครคาลิปโซ่ กรุงเทพ ริเวอร์ฟร้อน (โกดัง 3)

คาบาเร่โชว์

โกลเด้นโดม คาบาเร่โชว์ @ รัชดา

            การแสดงคาบาเร่ ชื่อดังบนเส้นถนนรัชดา ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากทั้งไทยและต่างชาติ ด้วยเทคนิคของแสง สี และเสียงที่ตระการตา จากสาวประเภทสองที่สวยและมีความสามารถในด้านการแสดงอย่างหลากหลายโชว์การแสดง โดยเฉพาะการแสดงโชว์ที่เกี่ยวข้องกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น การแสดงชุดแต่งกายประจำชาติ การลิปซิงค์เพลง ที่จะมาสร้างความสนุกสนานและความบันเทิงได้สุดประทับใจตลอดการแสดงอย่างแน่นอน

            เปิดทำการแสดงวันละ 4 รอบ ทุกวัน คือรอบ 15.00 – 16.00 น. , รอบ 16.30 – 17.30 น., รอบ 18.30 – 19.30 น., รอบ 20.15 – 21.15 น. ใครที่สนใจชมการแสดงโชว์ สามารถมาชมได้ที่โรงละคร ตั้งอยู่ที่ซอยรัชดา 18 ห้วยขวาง

          ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบศิลปะและการแสดงต่าง ๆ คาบาเร่ ถือเป็นอีกหนึ่งศิลปะของการแสดงที่เรียกว่านักแสดงต้องใช้ความสามารถขั้นสูง ที่คุณควรได้ชมสักครั้งหนึ่งในชีวิต

6 เกาะที่นักท่องเที่ยวมาถึงไทยแล้วห้ามพลาด!

มาถึงประเทศไทยแล้ว อยากไปเที่ยวทะเลแต่ไม่รู้จะไปเที่ยวที่ไหน เรามี 6 เกาะท่องเที่ยวในไทย ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดมาแนะนำ

เกาะช้าง

1. เกาะช้าง

ถือเป็น เกาะท่องเที่ยวในไทย ที่อยู่ใน List ติดอันดับต้น ๆ ที่หลายคนอยากไปเที่ยวมากที่สุด เกาะช้างตั้งอยู่ใน ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง จ.ตราด นอกจากทะเล และบรรยากาศหาดทรายสวย ๆ แล้วเกาะช้างยังมีน้ำตกให้เดินสำรวจธรรมชาติอีก 4 แห่งด้วยกัน คือ น้ำตกคลองนนทรี น้ำตกธารมะยม น้ำตกคลองพลู น้ำตกคีรีเพชร กิจกรรมที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดคือ ดำน้ำดูปลาและปะการัง สามารถเดินทางได้ทั้งรถยนต์และนั่งเครื่อง หากเริ่มต้นที่กรุงเทพฯ สามารถเดินทางได้ทั้งหมด 3 เส้นทางคือ

  1. เส้นทางหลวงหมายเลข 3 สายบางนา-ตราด หรือทางยกระดับบางนา-บางปะกง จากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข 344 ถึง อ.แกลง และเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 3 ผ่าน จ.จันทบุรี มุ่งหน้าเข้าตัวเมือง จ.ตราด รวมระยะทางประมาณ 315 กิโลเมตร
  2. เส้นมอเตอร์เวย์ ขับตรงมาเรื่อย ๆ จนพบกับทางหลวงหมายเลข 344 สายบ้านบึง-แกลง จนถึงอำเภอแกลงต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 3 ผ่าน อ.ขลุง ในจังหวัดจันทบุรี ผ่าน อ.เขาสมิง วิ่งตรงเข้าสู่ตัวเมืองตราด รวมระยะทาง 315 กิโลเมตร
  3. มาเส้นทางหลวงหมายเลข 3 ผ่านชลบุรี พัทยา สัตหีบ ระยอง ถึง อ.แกลง วิ่งตามทางหลวงหมายเลขเดิมผ่านจันทบุรีเข้าตัวเมืองตราด หรือจะใช้เส้นทางหมายเลข 36 จากพัทยาเข้าระยอง อ.แกลง ระยะทางก็จะใกล้กว่าประมาณ 40 กิโลเมตร

หรือจะโดยสารรถประจำทางก็สะดวกเช่นกัน มีจุดขึ้นรถที่หมอชิตและสถานีขนส่งเอกมัย จากกรุงเทพถึงขนส่ง จ.ตราด ราคาค่ารถ 250 บาทต่อคน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-6 ชม. แล้วต่อรถสองแถวไปท่าเรืออีก ค่ารถคนละ 50 บาท

ถ้าโดยสารเครื่องบินค่าตั๋วตามแต่ช่วงเวลา เริ่มต้นที่ 3,000 บาทขึ้นไป แล้วต่อรถตู้ก็เริ่มต้นที่ 300 ขึ้นไปแล้วแต่ปลายทางที่เราลง สามารถเช็คข้อมูลการเดินทางได้ที่ http://www.kohchangebooking.com/travel.html หรือโทร 039 538 288 ถึง 9

เกาะท่องเที่ยวในไทย,เกาะลันตา

2. เกาะลันตา

            เกาะลันตาประกอบไปด้วยเกาะ 2 เกาะคือเกาะลันตาใหญ่ และเกาะลันตาน้อย เป็นหนึ่งในอำเภอของจังหวัดกระบี่ จุดเด่นของเกาะลันตาคือหาดทรายที่มีความสวยงามและเงียบสงบ และอีกฟากหนึ่งก็เป็นหาดหินที่มีความสวยงามไม่แพ้กับหาดทราย มีหมู่บ้านชาวเลที่ยังคงใช้ชีวิตและสืบสานวัฒนธรรมโบราณสืบต่อกัน มีอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ที่อุดมไปด้วยต้นไม้และป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ ไฮไลท์คือจุดชมวิวแหลมโตนดที่เป็นที่ตั้งของประภาคาร ที่เป็นจุดชมวิวสวยสวย ๆ และมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่พร้อมบริการนักท่องเที่ยวทั้งอินเทอร์เน็ต ร้านอาหาร ถนนหนทางที่สะดวก

การเดินทาง

            เกาะลันตาอยู่ห่างจากตัวเมืองกระบี่ 70 กม. เราสามารถเดินทางไป จ.กระบี่ ได้ทั้งรถยนต์ รถโดยสารซึ่งสามารถไปถึงเกาะลันตาได้เลย หรือเดินทางด้วยเครื่องบิน สามารถต่อรถตู้เช่าที่สนามบิน เพื่อเดินทางไปเกาะได้

เกาะท่องเที่ยวในไทย,เกาะห้อง

3. เกาะห้อง

เกาะห้องหรือเกาะเหลาบิเละ ตั้งอยู่ ต.อ่าวลึกใต้ อ.อ่าวลึก ในเขตอุทยานแห่งชาติโบกขรณี ที่อยู่ในเขตของจังหวัดกระบี่ เป็นเกาะที่มีทัศนียภาพสวยงามมาก หาดทรายสีขาวเม็ดทรายละเอียด โอบล้อมด้วยน้ำทะเลใสสีมรกต ปะการังสวย กัลปังหา หลากชนิด เหมาะกับการดำน้ำดูปะการัง นักท่องเทียวนิยมพายเรือคายัค ความสวยงามของเกาะห้องได้รับการจัดอันดับให้ติดอันดับ 1 ใน 10 ของเกาะที่สะอาดและสวยงามของโลกเลยทีเดียว

จุดเด่นของเกาะห้อง คืออ่าวห้องหรือทะเลในที่มีลักษณะคล้ายห้อง เป็นสระน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่มีผนังเป็นหน้าผาชันล้อมรอบ

การเดินทางไปเกาะห้อง ทำได้ 3 วิธีคือ

  1. ใช้บริการเรือหางยาว ราคา 600 บาท
  2. ใช้บริการเช่าเรือเหมาลำ ราคา 2,500 – 3,000 บาท จำกัดผู้โดยสาร 6 คน
  3. ใช้บริการเรือสปีดโบท ราคา 1,300 บาท
เกาะท่องเที่ยวในไทย,เกาะกระดาน

4. เกาะกระดาน

            เป็นเกาะที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดตรัง อยู่ในความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม เกาะกระดานด้วยความเป็นเกาะที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ซึ่งประกอบไปด้วยชายหาดอ่าวเนียง หาดอ่าวไผ่ ชายหาดอ่าวช่องลม เสน่ห์ของเกาะกระดานคือหาดทรายที่กว้าง น้ำทะเลใส ทัศนียภาพสวย มีความสงบ นักท่องเที่ยวส่วนนิยมมาดำน้ำดูปะการังและนอนอาบแดดตามชายหาด ความน่าสนใจของ เกาะกระดาน คือ ได้รับคัดเลือกให้เป็นสถานที่จัดงานวิวาห์ใต้สมุทรของจังหวัด เพราะเป็นเกาะที่สวยที่สุดของ จ.ตรัง นั่นเอง

            การเดินทางไปเกาะกระดานคือไปทางเรือนั้น โดยมีจุดที่ขึ้นเรือคือ ท่าเรือกวน ตุน กู และท่าเรือปากเมง ซึ่งเรือที่ให้บริการจะเป็นเรือหางยาว หรือจะซื้อทัวร์ไปเป็นกรุ๊ปก็จะสะดวกหน่อย

เกาะท่องเที่ยวในไทย,เกาะเต่า

5. เกาะเต่า

เกาะเต่าเป็นเกาะที่อยู่ในพื้นที่ของจังหวัดชุมพร ที่ตั้งอยู่กลางทะเลอ่าวไทย เป็น เกาะท่องเที่ยวในไทย ที่ติดอันดับ 20 ชายหาดที่ดีที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย เกาะเต่ามีหาดทรายรี เป็นชายหาดที่ยาวที่สุดของเกาะเต่า กิจกรรมที่พลาดไม่ได้คือการดำน้ำ กิจกรรมพายเรือคายัก เช่ามอเตอร์ไซค์ขี่ชมวิวรอบเกาะ และเกาะเต่าก็อยู่ห่างจากเกาะนางยวนเพียง 1 กม. จึงถือเป็นจุดไฮไลท์อีกจุดที่นักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวเกาะเต่าจะต้องแวะไปเยือนเกือบทุกคน

            การเดินทางไปเกาะเต่า ด้วยจุดที่ตั้งของเกาะเต่าอยู่กลางอ่าวไทย ทำให้สามารถเดินทางไปเกาะเต่าได้จาก 4 จุดคือ

  1. เดินทางจากชายฝั่ง ทะเลชุมพร ระยะทาง 74 กม.
  2. เดินทางจากชายฝั่ง ทะเลสุราษฏร์ธานี ระยะทาง 110 กม.
  3. เดินทางจากเกาะสมุย ระยะทาง 64 กม.
  4. เดินทางจากเกาะพะงัน 45 กม.
เกาะหลีเป๊ะ

6. เกาะหลีเป๊ะ

เกาะหลีเป๊ะ เกาะสวยน้ำทะเลใสที่ตั้งอยู่ในจังหวัดสตูล ความน่าสนใจของเกาะหลีเป๊ะ คือ ชายหาดที่ประกอบไปด้วย 3 หาดคือ

  • หาดพัทยา เป็นหาดที่คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยว รีสอร์ทที่พัก ร้านอาหาร และกิจกรรมยามค่ำคืนอย่างคึกคัก
  • หาดซันไรซ์ หาดที่มีแต่ความเงียบสงบ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อน เต็มไปด้วยแนวของทิวต้นสน เหมาะที่จะเป็นที่ลงเล่นน้ำและนอนอาบแดด
  • หาดซันเซ็ต หาดที่จะได้ชมพระอาทิตย์ตกดินสวยและโรแมนติก

การเดินทางไปเกาะหลีเป๊ะ สามารถเดินทางได้ทั้งเครื่องบินไปลงสนามบินหาดใหญ่ และต่อรถตู้ไปยังท่าเทียบเรือปากบารา จ.สตูล และขึ้นเรือสปีดโบ้ท หรือเดินทางด้วยรถไฟลงที่ชุมทางหาดใหญ่ ต่อรถมอเตอร์ไซค์ไปคิว รถตู้ตลาดเกษตร ต่อรถตู้ไปท่าเรือปากบารา ซึ่งอาศัยการต่อรถหลายทอด แต่ราคาค่าโดยสารถูกกว่าเดินทางด้วยเครื่อง หรือจะเดินทางด้วยรถทัวร์ ขึ้นรถทัวร์สายกรุงเทพ-สตูล มาลง อ.ละงู ต่อสองแถวสีส้มไปท่าเรือปากบารา ก็ได้เช่นกัน

ใครที่กำลังมองหาที่พักผ่อนหย่อนใจในช่วงวันหยุดยาวนี้ก็ลองให้ เกาะท่องเที่ยวในไทย ทั้ง 6 เกาะนี้ได้เป็นตัวเลือกสุดพิเศษให้คุณได้พักผ่อนในทริปต่อไป รับรองว่าคุณจะได้เติมพลังกายและใจให้ตัวคุณเองได้อย่างเต็มอิ่มและไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

วางแผน ท่องเที่ยวกรุงเทพ อย่างไรดีให้คุ้ม!

กรุงเทพฯ เป็นศูนย์รวมความหลากหลายของวัฒนธรรมต่าง ๆ ที่มาพร้อมกับการจับจองพื้นที่เพื่ออยู่อาศัยของคนที่มีเชื้อชาติและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันไปตั้งแต่อดีต จนเกิดเป็นชุมชนที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวของแต่ละพื้นที่ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างมากทั้งคนไทยและต่างชาติ ยิ่งเป็นพื้นที่ ๆ สามารถเดินทางได้สะดวก มีสถาปัตยกรรมและอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ ก็ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจและมีผู้ต้องการไปเที่ยวมากขึ้น มาดูกันว่าจะมีวิธีใดบ้างที่จะช่วยให้การ “ท่องเที่ยวกรุงเทพ” สนุกและคุ้มค่าได้ตลอดการเดินทาง

วางแผนการท่องเที่ยว

การวางแผนเป็นสิ่งสำคัญในการทำกิจกรรมหลาย ๆ อย่าง เนื่องจากจะทำให้เราสามารถคาดการณ์และเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นได้ ในเรื่องการท่องเที่ยวก็เช่นกัน หากไม่มีแผนก็จะส่งผลให้ต้องใช้เวลาในการคิดและประมวลผลมากขึ้น ทำให้เสียเวลาเที่ยวไปโดยไม่รู้ตัวและบางทีอาจทำให้การเดินทางของเราหมดสนุกไปด้วย

ท่องเที่ยวกรุงเทพ

ดูเรื่องการเดินทาง

แต่ละสถานที่ก็มีการคมนาคมหลากหลายรูปแบบให้ประชาชนเลือกใช้และเข้าถึงได้สะดวกแตกต่างกัน เช่น ทางรถยนต์ รถไฟฟ้า รวมถึงเรือด้วย เราก็ควรดูว่าสถานที่ ท่องเที่ยวกรุงเทพ ที่ต้องการไปสามารถเดินทางได้แบบใดบ้าง และเลือกรูปแบบการเดินทางตามความต้องการ โดยเราขอแนะนำว่าหากไม่ต้องการเสียเวลากับการเดินทางมากเกินไปควรเลือก รถไฟฟ้าหรือเรือ เพราะมีเวลาที่ค่อนข้างแน่นอนและไม่ต้องเผชิญกับการจราจรบนท้องถนนที่คาดการณ์ได้ยาก

ท่องเที่ยวกรุงเทพ

เลือกที่พักใกล้สถานที่ที่ต้องการไป/เดินทางได้สะดวก

การเลือกที่พักใกล้จุดหมายปลายทางช่วยให้ประหยัดเวลาในเรื่องการเดินทางได้อย่างมาก ซึ่งบางทีก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่สูงขึ้น แต่เมื่อเทียบกับการที่ต้องเดินทางด้วยความเร่งรีบแล้ววิธีนี้คุ้มกว่าแน่นอน และต้องคำนึงถึงการเดินทางไปยังสถานที่อื่น ๆ ที่ต้องการด้วย โดยส่วนใหญ่การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าก็จะเป็นการคมนาคมที่สะดวกที่สุดในปัจจุบัน เพราะเชื่อมต่อกันได้หลากหลายเส้นทาง และครอบคลุมที่ ท่องเที่ยวกรุงเทพ ไว้เกือบทั้งหมดแล้ว

ท่องเที่ยวกรุงเทพ

ดูเวลาทำการของสถานที่เที่ยวที่ต้องการไป

บางสถานที่มีกำหนดเวลาทำการระบุไว้ เราก็ต้องวางแผน เผื่อเวลาไปเที่ยวและใช้เวลาให้คุ้มค่าไม่ใช่ว่าพอเดินทางไปถึงก็พบว่าใกล้ปิดทำการแล้ว ซึ่งจะทำให้ไม่มีความสุขในการเที่ยวชมสิ่งต่าง ๆ  แน่นอนดังนั้นการวางแผนจึงมีความสำคัญตลอดการเดินทางท่องเที่ยว  

ที่เที่ยวในกรุงเทพฯ มีมากมาย ซึ่งไม่สามารถเที่ยวครบได้ภายในทริปเดียว หากเราตัดสินใจเลือกกลุ่มความสนใจได้ว่าต้องการเที่ยแผนที่วที่ไหนเป็นพิเศษก็จะช่วยให้ประหยัดเวลา วางแผนการเดินทางได้ง่าย และเป็นการท่องเที่ยวที่คุ้มค่ามากขึ้นแน่นอน  

แลกเงินที่ไหนได้เรทดี ? เรามีคำตอบ

จุดแลกเปลี่ยนเงิน

ก่อนที่เราจะเดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศต่าง ๆ นั้น เราต้องแลกเปลี่ยนเงินตรา จากเงินบาทไทย เป็นสกุลเงินของประเทศนั้น ๆ โดยต้องเตรียม พาสปอร์ตหรือสำเนา สำหรับแลกเงินบาทเป็นเงินต่างประเทศ และเตรียมบัตรประชาชน สำหรับแลกเงินต่างประเทศเป็นเงินบาท วันนี้เรามี จุดแลกเปลี่ยนเงิน เรทดี ๆ และสะดวกมาฝากกัน ดังนี้

จุดรับแลกเงินที่ 1

Super Rich Thailand หรือ superrich สีเขียว บริษัทรับแลกเปลี่ยนเงินต่างประเทศ สำนักงานใหญ่ อยู่ที่ ซอยราชดำริ 1 ถนนราชดำริ ตรงข้ามเซ็นทรัลเวิลด์ มีสาขา 15 สาขา ในแหล่งท่องเที่ยวและห้างสรรพสินค้า เช่น เซ็นทรัล เวสต์เกต เซ็นทรัล พระราม 2 สยามพารากอน มีการรับซื้อและขายเงินถึง 38 สกุล โดยถ้าอยากได้เรทเดียวกับสำนักงานใหญ่ สามารถไปที่สาขาวิภาวดี 22 ได้

สามารถตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนแต่ละประเทศได้ที่ Superrichthailand วันเวลา เปิดทำการ: สำหรับสำนักงานใหญ่ จันทร์-ศุกร์ 9.00-18.00 วันเสาร์และวันหยุดราชการ 9.30-17.00 วันอาทิตย์ ปิดบริการ ติดต่อสอบถามได้ที่ 02-057-8888, 02-057-8899

จุดแลกเปลี่ยนเงิน

จุดรับแลกเงินที่ 2

Supper Rich Currency Exchange หรือ Supper rich สีส้ม สำนักงานใหญ่ในประเทศไทย อยู่ที่ ถนนราชดำริ 2 ตรงข้ามเซ็นทรัลเวิลด์ โดยมีสาขาภายในประเทศถึง 49 สาขา ในแหล่งท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้า สถานี BTS สถานี MRT และต่างจังหวัด เช่น จังหวัดอุบลราชธานี ภูเก็ต หัวหิน นครราชสีมา และต่างประเทศ 2 สาขา ได้แก่ สปป.ลาว และประเทศอังกฤษ

สามารถตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนแต่ละประเทศได้ที่ Superrich1965 วันเวลา เปิดทำการ :สำหรับสำนักงานใหญ่ เปิดให้บริการทุกวัน 09.00-18.00 น.ติดต่อสอบถามได้ที่ 02-057-8888, 02-057-8899

โดย Supper rich ทั้งสีเขียวและสีส้ม มีบริการ จองเงินสกุลต่างประเทศออนไลน์ แลกเงินจาก QR Code และแลกเงินผ่านบัตรเครดิตได้ ถือว่าเป็น จุดแลกเปลี่ยนเงิน ที่ไม่ต้องถือเงินไปมาก ๆ อีกแล้ว​ จึงปลอดภัยขึ้นมาก

จุดรับแลกเงินที่ 3

Twelve Victory Exchange ร้านแลกเงินสีชมพูเข้ม สำนักงานใหญ่ อยู่ถนนประดิพัทธ์ ซอย ประดิพัทธ์ 21 มีสาขาในกรุงเทพ ถึง 29 สาขา และสาขาต่างจังหวัด ถึง 21 สาขา เช่น หัวหิน พัทยา ขอนแก่น นครราชสีมา อุดรธานี นครสวรรค์ แม่สาย แม่สอด ชัยนาท

สามารถตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนแต่ละประเทศได้ที่ Twelvevictory วันเวลา เปิดทำการ :สำหรับสำนักงานใหญ่ จันทร์-ศุกร์ 8.30-17.00 น. เสาร์ อาทิตย์ และหยุดนักขัตฤกษ์ 9.30—18.00 น. ติดต่อสอบถามได้ที่ 02-618-4663, 02-090-2231-2

จุดแลกเปลี่ยนเงิน

จุดรับแลกเงินที่ 4

Value Plus Exchange มีทั้งหมด 29 สาขา โดยที่มีถึง 4 สาขาที่ใกล้แนวรถไฟฟ้า ได้แก่ สาขาสยามพารากอน สาขาสนามบินสุวรรณภูมิ สาขาเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว สาขาธนิยะ​ ถนนสีลม และสาขาต่างจังหวัดทางภาคใต้ ทั้งสมุย กระบี่ และภูเก็ต

สามารถตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนแต่ละประเทศได้ที่ Valueplusexchange วันเวลา เปิดทำการ :สำหรับสาขาสยามพารากอน เปิดบริการทุกวัน 10:00-21:00 น. ติดต่อสอบถามได้ที่ 085-004-9999, 088-901-5665

เป็นอย่างไรกันบ้าง​ สำหรับ จุดแลกเปลี่ยนเงิน ทั้ง 4 จุดที่เรานำมาเสนอ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น​ อัตราแลกเปลี่ยนที่สำนักงานใหญ่มักจะให้อัตราแลกเปลี่ยนที่ดีกว่าสาขา แต่ถ้าหากแลกเปลี่ยนเงินจำนวนไม่มาก แนะนำให้ใช้บริการจุดรับแลกเงินใกล้บ้าน จะทำให้สะดวก ช่วยประหยัดค่าเดินทางและค่าเสียเวลาไปได้มาก

แนะขั้นตอนการฝากกระเป๋าที่ ล็อกเกอร์ฝากกระเป๋า

ล็อกเกอร์ฝากกระเป๋า

เชื่อว่าหลาย ๆ คนที่จะเดินทางท่องเที่ยวหลังจากถึงที่หมายเลยโดยไม่ได้เข้าโรงแรมหรือที่พักก่อน จะต้องหาตัวช่วย หรือที่ฝากกระเป๋าสัมภาระแน่นอน วันนี้เราจึงมาแนะนำ “ล็อกเกอร์ฝากกระเป๋า” ว่ามีกี่ประเภท มีวิธีการใช้อย่างไรบ้าง สถานที่ที่มักจะมีล็อกเกอร์ให้ฝากกระเป๋า และข้อควรระวังในการฝากกระเป๋าและสัมภาระในล็อกเกอร์กัน

ประเภทของ ล็อกเกอร์ฝากกระเป๋า

โดยทั่วไป มี 2 ประเภท ประเภทแรกคือแบบใช้กุญแจในการไขเปิด และประเภทที่สอง แบบใช้การ์ด ใบเสร็จ หรือบาร์โค้ดในการเปิดล็อกเกอร์

ขั้นตอนการฝากกระเป๋าที่ล็อกเกอร์

สำหรับประเภทการใช้กุญแจในการเปิดตู้ล็อกเกอร์

1. ค้นหาตู้ล็อกเกอร์ที่ยังว่าง โดยสังเกตได้จากกุญแจ ถ้ามีกุญแจอยู่แสดงว่าว่าง

2. ใส่สัมภาระเข้าไปในตู้ล็อกเกอร์

3. ปิดประตูล็อกเกอร์ ควรตรวจสอบว่า ใส่ของครบทั้งหมดไหม เนื่องจากถ้าปิดแล้วจ่ายเงินเรียบร้อย แล้วต้องเปิดเพื่อใส่ของเพิ่ม เท่ากับต้องจ่ายเงินใหม่อีกรอบ

4. หยอดเหรียญ จ่ายเงิน

5. ดึงกุญแจออก เป็นอันเรียบร้อยสำหรับการฝากกระเป๋า เวลานำกระเป๋าออกจากล็อกเกอร์สามารถนำกุญแจมาไขเปิดประตูได้เลย

ล็อกเกอร์ฝากกระเป๋า

สำหรับประเภทที่ 2 คือการใช้การ์ด ใบเสร็จ หรือบาร์โค้ดในการเปิด ล็อกเกอร์ฝากกระเป๋า โดยสามารถแยกได้เป็น 2 แบบ

แบบที่ 1: หาตู้ว่าง แล้วค่อยไปยืนยันชำระเงินจากหน้าจออัตโนมัติ

1. ค้นหาตู้ล็อกเกอร์ที่ว่าง โดยดูได้จากสัญลักษณ์ ไฟเขียว หรือไม่มีสัญญาณไฟแล้วแต่รุ่นของตู้

2. ใส่กระเป๋า สัมภาระ เก็บในตู้ ควรตรวจสอบว่า ใส่ของครบทั้งหมดไหม เนื่องจากถ้าปิดแล้วจ่ายเงินเรียบร้อย แล้วต้องเปิดเพื่อใส่ของเพิ่ม เท่ากับต้องจ่ายเงินใหม่อีกรอบ

3. ไปที่หน้าจออัตโนมัติ ใส่หมายเลขตู้

4. จ่ายเงิน สามารถจ่ายได้ทั้ง เงินสดและบัตร

5. รับการ์ด ใบเสร็จ หรือบาร์โค้ด

เวลานำกระเป๋าออก ใช้การ์ด ใบเสร็จ หรือบาร์โค้ด โดยต้องกดหมายเลขตู้ก่อน อาจจะใช้เป็น PIN หรือการสแกนจากการ์ด บาร์โค้ด เพราะฉะนั้นควรเก็บรักษาการ์ด ใบเสร็จ หรือบาร์โค้ด เป็นอย่างดี

ล็อกเกอร์ฝากกระเป๋า

แบบที่ 2: สามารถกดหาตู้ว่างได้จากหน้าจออัตโนมัติ

1. ค้นหาตู้ล็อกเกอร์ที่ว่าง ได้จากหน้าจออัตโนมัติ เลือก ฝากของ

2. เลือกขนาดล็อกเกอร์ที่ต้องการ เลือกระยะเวลาที่ต้องการฝาก

3. ใส่รหัสผ่านที่ต้องการ

4. เลือกวิธีชำระเงิน ชำระเงิน

5. ตู้ล็อกเกอร์จะเปิดออก ใส่กระเป๋า สัมภาระ เก็บในตู้ ควรตรวจสอบว่า ใส่ของครบทั้งหมดไหม เนื่องจากถ้าจะเปิดเพื่อใส่ของเพิ่ม เท่ากับต้องจ่ายเงินใหม่อีกรอบ

6. ปิดประตูตู้ล็อกเกอร์

เวลานำกระเป๋าออก คลิกจากหน้าจออัตโนมัติ เลือกช่อง นำกระเป๋าออก ใส่รหัสผ่านแล้ว​ จึงนำของออกมาได้

ข้อควรระวัง ในการฝากกระเป๋าและสัมภาระ ในล็อกเกอร์รับฝากสัมภาระ

1. ต้องเก็บกุญแจ การ์ด สลิป หรือบาร์โค้ดที่ใช้เปิดล็อกเกอร์อย่างดี

2. ต้องจำหรือถ่ายภาพ สถานที่ฝาก เลขตู้ล็อกเกอร์ เนื่องจากบางสถานที่มีจุด ล็อกเกอร์ฝากกระเป๋า หลายจุดในสถานที่เดียวกัน

3. ในสถานีใหญ่ ๆ บางครั้งตู้ล็อกเกอร์มักเต็ม

ข้อดี – ข้อเสียของการ ฝากกระเป๋าในล็อกเกอร์

ฝากกระเป๋าในล็อกเกอร์

การเดินทางต่างประเทศหรือในประเทศในยุคนี้สามารถเดินทางได้ง่าย ๆ ทั้งรถไฟ รถทัวร์ เครื่องบิน นอกจากมีหลายเส้นทางแล้ว ยังมีช่วงเวลาให้เลือกมากขึ้น บางครั้งเราเลือกเที่ยวบินช่วงกลางคืนถึงช่วงเช้าแล้วจะเดินเที่ยวต่อเลย แต่ติดตรงกระเป๋าใบใหญ่ที่เราถือมาด้วย ถ้าถือไปเที่ยวคงจะเกะกะทำให้หมดสนุกได้ วันนี้เราจึงมาแนะนำการ “ฝากกระเป๋าในล็อกเกอร์”เพื่อช่วยให้คุณเดินเที่ยวอย่างสบายใจ ไม่ต้องถือสัมภาระเยอะ ๆ ไปด้วย

ใครเหมาะกับการฝากกระเป๋าไว้ในล็อกเกอร์บ้าง

1. สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่สามารถถือสัมภาระไประหว่างท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง​ ๆ

2. สำหรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่งเดินทางมาถึงแล้วจะเที่ยวต่อเลยหรือยังไม่สามารถเช็คอินเข้าที่พักได้เลย

3. สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะไปเที่ยวต่างเมือง แต่ไม่ได้ค้างคืนที่เมืองนั้น โดยจะกลับมาพักที่เมืองเดิม

4. สำหรับนักท่องเที่ยวที่รอเวลาขึ้นเครื่องในตอนเย็น ซึ่งช่วงเช้าจะเที่ยวในบริเวณนั้น

5. สำหรับคนที่มีสัมภาระมาก และจะไปเดินเที่ยวในสถานที่ที่มีคนเยอะ หรือนักช้อป ที่ไม่ต้องการขนสัมภาระติดตัวระหว่างช้อปปิ้ง

ฝากกระเป๋าในล็อกเกอร์

ข้อดีของการ ฝากกระเป๋าในล็อกเกอร์

1. ปลอดภัยต่อทรัพย์สิน

2. วิธีใช้งานง่าย ผ่านระบบอัตโนมัติ สะดวก มีหลายจุด

3. ไม่ต้องถือสัมภาระไปเที่ยวด้วย

ข้อเสียของการ ฝากกระเป๋าในล็อกเกอร์

1. ต้องกลับมาที่เดิมเพื่อรับกระเป๋าคืน

2. มีค่าใช้จ่ายในการฝาก

3. บางสถานที่ไม่ได้มีตู้ล็อกเกอร์ทุกไซส์ อาจจะต้องใช้หลายตู้ในการฝากกระเป๋า

การฝากกระเป๋าไว้ในล็อกเกอร์ มีที่ไหนบ้าง

ปกติเราสามารถเจอตู้ล็อกเกอร์ได้ในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก ทั้งญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ไต้หวัน สิงคโปร์ ประเทศในยุโรป รวมทั้งประเทศไทยด้วย

ส่วนใหญ่ตู้ล็อกเกอร์ฝากกระเป๋าจะพบได้มากใน

1. สนามบิน เช่น​ ท่าอากาศยานนานาชาติจอห์น เอฟ. เคนเนดี สหรัฐอเมริกา ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ประเทศไทย สนามบินนานาชาติเถาหยวน ประเทศไต้หวัน

2. สถานีรถไฟ เช่นสถานีรถไฟอูเอโนะ, สถานีรถไฟชิบูย่า, สถานีรถไฟโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

3. รถไฟฟ้า เช่น MRT, BTS ประเทศไทย

4. แหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยม เช่น ชินจูกุ โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ตลาดนัดสวนจตุจักร เซ็นทรัลพระราม 9 ประเทศไทย

ฝากกระเป๋าในล็อกเกอร์

ขนาดและราคาของการฝากกระเป๋าไว้ในล็อกเกอร์

ส่วนใหญ่จะมี 3 ขนาด คือขนาดเล็ก (S) ขนาดกลาง (M) และขนาดใหญ่ (L) หรือบางที่มีแบบขนาดใหญ่มาก​ (XL) ด้วย ซึ่งราคาก็จะขึ้นกับขนาดช่องที่เลือกและระยะเวลาในการฝาก โดยมีทั้งแบบฝากเป็นรายชั่วโมงหรือรายวัน แต่ไม่สามารถฝากกระเป๋าไว้ในล็อกเกอร์เกินจำนวนวันตามกำหนดของแต่ละบริษัทได้

เมื่อทราบข้อดี-ข้อเสียของการฝากกระเป๋าไว้ในล็อกเกอร์กันแล้ว ถ้าใครอยากไปเที่ยวอย่างสบายใจ ไร้กังวลเรื่องสัมภาระ อย่าลืมใช้บริการฝากกระเป๋าในล็อกเกอร์เพื่อท่องเที่ยวได้อย่างสะดวก

หัวหิน เมืองที่ใครไปก็ต้องติดใจ

หัวหิน

หากลองนึกถึงเมืองท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพ เดินทางสะดวก ทะเลสวย ที่พักดี อาหารอร่อย พร้อมด้วยแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ อีกมากมาย “หัวหิน” คือคำตอบที่ทุก ๆ คนต้องบอกเป็นเสียงเดียวกันอย่างแน่นอน ด้วยเป็นเมืองติดชายทะเลอันมีความสวยงามจึงทำให้เมืองแห่งนี้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางในทุกช่วงเวลาแบบไม่ขาดสาย แถมพอไปแล้วก็อยากกลับไปอีกไม่รู้จบ

ที่ตั้งพร้อมวิธีเดินทาง

ตั้งอยู่ที่ อ. หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เดินทางง่ายสามารถใช้ได้ทั้งรถยนต์ส่วนตัวและรถประจำทาง มาจาก ถ.พระราม 2 จนถึงแยกวังมะนาวเลี้ยวซ้ายเข้า ถ.เพชรเกษมจนถึงแยกหุบกะพงจะเลี้ยวผ่าน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรีหรือตรงต่อเพื่อเข้าตามซอยต่าง ๆ ก็ได้เช่นกัน ส่วนใครอยากชิลก็นั่งรถไฟมาลงสถานีหัวหินได้เลย

หัวหิน

สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ

1. ชายหาด หัวหิน

มาถึงทะเลก็ต้องเดินชายหาด เล่นน้ำทะเลกันหน่อย ที่นี่เป็นชายหาดแบบเงียบสงบ ผู้คนไม่พลุกพล่านมากนัก จึงเหมาะกับการมาทำกิจกรรมเป็นครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือจะมาชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น – ตกสวย ๆ แบบคู่รักก็ได้เช่นกัน

2. วัดห้วยมงคล

สถานที่ประดิษฐานหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่สุดในโลก นักท่องเที่ยวนิยมมากราบไว้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิต

3. สวนน้ำวานานาวา

พื้นที่กว่า 20 ไร่ พร้อมเครื่องเล่นอันสุดสนุก หวาดเสียว จึงทำให้สวนน้ำแห่งนี้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำหรับคนที่ชื่นชอบความตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง พร้อมด้วยร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึกอีกมากมาย

4. ตลาดนัดโต้รุ่ง

แหล่งช้อปปิ้งของกิน ของใช้ยามค่ำคืนที่นักท่องเที่ยวสามารถเลือกสรรได้อย่างจุใจ มีร้านอาหารอร่อย ๆ มากมายให้ได้ลิ้มลอง พร้อมเดินชิล ๆ ในอากาศสบาย ๆ ตอนดึก

5. ตลาดแทมมารีนและตลาดชิคาด้า

ตลาดนัดขายของที่เต็มไปด้วยงานแฮนด์เมด ของกิน ของใช้อื่น ๆ มากมาย ตั้งอยู่ติด ๆ กัน สามารถเดินเที่ยวเล่นทั้ง 2 ตลาดได้เลย

หัวหิน

ที่พักสุดแนวแบบไม่ซ้ำใคร

1. The Verona Riviera Hua Hin

ที่พักสไตล์อิตาลีที่ได้แรงบันดาลใจจากเมืองเวโรน่า เน้นการตกแต่งแบบโทนสีขาวตัดฟ้า ที่จะทำให้คุณได้พักผ่อนในวันหยุดสุดพิเศษแบบไม่เหมือนใคร

2. Marrakesh Hua Hin Resort & Spa

กับบรรยากาศแบบโมร็อกโกเน้นสีสันอันหลากหลายจากกระเบื้องโมเสส แถมตั้งอยู่ใจกลางเมือง ติดถนนใหญ่ หาเจอไม่ยาก

3. เฌอ รีสอร์ท

ที่พักที่เน้นลวดลายของต้นไม้พร้อมสร้างบรรยากาศอันเชียวชอุ่มทำให้รู้สึกแปลกตาไม่เหมือนใคร ตัวที่พักจะคลุมโทน 3 สี คือ ดำ ขาว เทา สร้างความพิเศษได้อย่างลงตัว

ร้านอาหารห้ามพลาด

1. บ้านอิสระ

ร้านติดทะเลที่อัดแน่นด้วยของทะเลสด ๆ ชนิดว่าเลือกเมนูที่ต้องการได้เลย โดดเด่นด้วยเมนูสไตล์ไทยและฟิวชั่นจากยุโรป เช่น ปลาทูย่างน้ำปลาดิบ, หอยตลับผัดซอสโหระพา อิ่มอร่อยแน่นอน

2. ครัวกรรณิการ์

เน้นการตกแต่งด้วยต้นไม้ร่มรื่น ร้านแบบเปิดโล่ง เย็นสบาย พร้อมด้วยเมนูเด็ดอย่าง ไก่ทอดโกศล ที่ใช้สูตรหมักแบบพิเศษ และเมนูอื่น ๆ อีกมากมาย

3. ครัวลุงจ่า

ร้านในตลาดโต้รุ่งที่ผู้คนต่อคิวกันแน่นขนัด เมนูเด็ดที่นี่คือ ล็อบสเตอร์ที่สามารถสั่งให้ทำได้หลากหลายตามความชอบ พร้อมด้วยเมนูซีฟู๊ดอื่น ๆ อีกเพียบ

ของฝากจาก หัวหิน

ปิดท้ายด้วยของฝากที่น่าสนใจ มีหลายอย่างโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์สุด ๆ เช่น ขนมไทย, ตะโก้เสวย, อาหารทะเลแปรรูป, สับปะรดสด, สับปะรดแปรรูปและอื่น ๆ อีกมากมาย

ใครที่กำลังวางแผนเดินทางเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ อย่าลืมปักหมุดที่หัวหิวเพราะที่นี่เป็นเมืองที่ใครไปก็ต้องติดใจเพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย มีของฝากขึ้นชื่อให้เลือกซื้อมากมายอีกด้วย

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ มวยไทย ดังไกลระดับโลก

มวยไทย

ศิลปะการป้องกันตัวประจำชาติไทยที่น่าภาคภูมิใจคือ มวยไทย อันเป็นเอกลักษณ์ที่ได้รับการยกย่องระดับโลกว่าอันตรายและเป็นศิลปะป้องกันตัวที่ได้กลายมาเป็นกีฬาระดับโลก ด้วยความสำคัญเหล่านี้จึงอยากพาคนไทยทุกคนมารู้จักกับเรื่องราวดี ๆ เกี่ยวกับมวยไทย เอกลักษณ์ที่บรรพบุรุษไทยได้สร้างมาเนิ่นนาน

ต้นกำเนิดตั้งแต่ครั้งอดีต

สำหรับต้นกำเนิดที่แท้จริงของกีฬาหรือศิลปะป้องกันตัวชนิดนี้ไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจน เพียงแค่รู้ว่าคนไทยใช้ศิลปะในการป้องกันตัวเพื่อต่อสู้มาอย่างยาวนาน โดยแต่ละพื้นที่ก็จะมีทักษะรวมถึงรูปแบบในการต่อสู้ต่างกันออกไป เช่น มวยไชยาของภาคใต้, มวยโคราชของภาคอีสาน, มวยพระนครของภาคกลาง, มวยท่าเสาของภาคเหนือ เป็นต้น แต่เท่าที่มีการค้นพบประวัติเชื่อว่าน่าจะเริ่มต้นจากบรรดาทหารที่ฝึกฝนเพื่อให้เกิดความแข็งแกร่ง มีทักษะในการต่อสู้ ประกอบกับในยุคโบราณยังไม่มีมีดหรือปืนเป็นอาวุธ กระทั่งเมื่อศิลปะดังกล่าวได้มีการเผยแพร่สู่ชาวบ้านมากขึ้นจึงทำให้คนไทยคุ้นชินและมีทักษะของ มวยไทย สืบเรื่อยมา

มวยไทย

ท่าต่าง ๆ ที่น่าสนใจ

ท่าต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมีอยู่ด้วยกันมากมายตามแต่ความคิดและศิลปะการป้องกันตัวในแต่ละกลุ่มคน โดยจะขอยกท่าทางที่โด่งดังพร้อมเป็นที่รู้จักมาฝากกัน

  • มอญยันหลัก เป็นการยกเท้าเพื่อยันไปยังฝ่ายตรงข้ามไม่ให้เข้ามาทำร้ายได้ในระยะใกล้ แล้วใช้หมัดอีกข้างต่อยเข้าไปบริเวณใบหน้า
  • จระเข้ฟาดหาง ให้หมุนตัวกลับหลังแล้วย่อตัวเล็กน้อย เหวี่ยงขาข้างที่ถนัดเข้าไปบริเวณลำคอของคู่ต่อสู้อีกฝ่าย
  • หนุมานถวายแหวน เมื่ออีกฝ่ายชกหมัดตรงมาแล้วหลบได้ให้ใช้หมัดของตนเองต่อยเข้าไปบริเวณปลายคาง
  • บาทาลูบพักตร์ คู่ต่อสู้ชกหมัดตรงมาให้ใช้แขนบริเวณท่อนล่างปัดหนีจากนั้นก็ใช้เท้ายันเข้าไปบริเวณใบหน้า

มวไทยเป็นกีฬาระดับโลก

ด้วยความแพร่หลายที่มากขึ้นประกอบกับการแข่งขันกีฬาในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่าง ซีเกมส์ ทำให้มวยไทยค่อย ๆ ได้รับการสนับสนุนเพื่อให้ถูกบรรจุเข้าสู่กีฬาแห่งความเป็นสากลระดับโลกมากขึ้น โดยทางไอโอซีหรือคณะกรรมการโอลิมปิกสากลได้ยอมรับให้กีฬา มวยไทย สามารถเปิดสู่ระดับโลกและมีรายการแข่งขันชิงแชมป์ต่าง ๆ มากมาย

มวยไทย

เสน่ห์ที่ทำให้ชาวต่างชาติหลงใหล

ต้องยอมรับว่า มวยไทย ของชาติเรามีเสน่ห์ที่ทำให้ชาวต่างชาติหลงใหล ชื่นชอบในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นท่าทางที่สวยงาม, การป้องกันตัวที่ใช้ได้จริง, ฝีกเอาไว้สำหรับการต่อสู้ยามเกิดเหตุไม่คาดฝันและยังเป็นกีฬาที่มีความท้าทายต่อการฝึกมากทีเดียว 

เหล่านี้คือเรื่องของมวยไทย ศิลปะการป้องกันช่วยของคนไทยที่สืบทอดมายาวนานและยังเป็นที่รู้จักในปัจจุบัน ซึ่งหากสนใจจเรียนรู้เจาะลึกเกี่ยวกับศิลปะป้องกันตัวแขนงนี้ ปัจจุบันทุกคนสามารถเข้าคอร์สเรียนเกี่ยวกับศิลปะป้องกันตัวชนิดนี้ได้จากสถาบันสอนมวยไทยที่เปิดให้บริการหลายแห่ง เพราะนับว่าเป็นศิลปะป้องกันตัวที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เล่นได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ทั้งยังเป็นกีฬาที่อยู่ในเทรนด์รักสุขภาพอีกด้วย

รู้สักนิด! เบอร์สำคัญที่จำเป็นสำหรับนักท่องเที่ยว

เบอร์โทรฉุกเฉิน

การออกไปท่องเที่ยวถือเป็นประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่จะได้เรียนรู้ด้วยตนเอง แต่ก็อย่างที่เห็นกันในหลาย ๆ จุดมักมีอันตรายซ่อนอยู่เสมอ ดังนั้นใครที่คิดจะเดินทางไม่ว่าในหรือต่างประเทศก็ควรจะต้องรู้เบอร์สำคัญรวมถึงสถานที่ที่จะช่วยเหลือเวลาเกิดปัญหาเพื่อให้รอดพันจากอันตราย ลองมาดูกันว่า เบอร์โทรฉุกเฉิน ที่ควรรู้เอาไว้ในการเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ มีเบอร์อะไรบ้าง

เบอร์โทรฉุกเฉินในประเทศไทย

1. 1155 ตำรวจท่องเที่ยว

กรณีเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ในประเทศไทยแล้วเกิดปัญหาไม่ว่าเรื่องใดก็ตามสามารถประสานงานกับตำรวจท่องเที่ยวที่เบอร์นี้เพื่อติดต่อขอความช่วยเหลือเอาไว้ได้เลย ทุกจุดจะมีตำรวจท่องเที่ยวให้บริการนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว

2. 191 เหตุด่วนเหตุร้าย

เบอร์พื้นฐานที่คนไทยคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี กรณีมีเหตุด่วนเหตุร้ายต่าง ๆ เช่น โดนจี้ปล้น ชิงทรัพย์, โดนทำร้ายร่างกาย ฯลฯ สามารถติดต่อเพื่อประสานงานให้เจ้าหน้าที่เข้าไปให้ความช่วยเหลือได้ทันทีหรือเจ้าหน้าที่อาจมีการประสานงานให้หน่วยที่อยู่ใกล้เคียงเข้าไปดูแล

เบอร์โทรฉุกเฉิน

3. 199 ดับเพลิงและกู้ภัย

กรณีที่เดินทางท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ และปริมณฑล หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น ไฟไหม้, เจอสัตว์มีพิษในที่พัก สามารถติดต่อ เบอร์โทรฉุกเฉิน เบอร์นี้ได้เลย แต่สำหรับคนเดินทางไปต่างจังหวัดแล้วคิดเบอร์อะไรไม่ออกก็ยังติดต่อได้ เจ้าหน้าที่จะประสานงานกับหน่วยงานใกล้เคียงให้เข้าไปช่วยเหลือดูแล

4. 1669 เจ็บป่วยฉุกเฉิน

หากนักท่องเที่ยวเดินทางไปยังจุดที่ตนเองไม่รู้จัก ไม่คุ้นเคย แล้วมีการเจ็บป่วยเกิดขึ้นชนิดกะทันหัน ไม่รู้จักโรงพยาบาลใกล้เคียง ไม่รู้วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นจากอาการดังกล่าว สามารถติดต่อไปยังเบอร์นี้เพื่อขอความช่วยเหลือได้ทันที

5. 1554 หน่วยกู้ชีพวชิรพยาบาล

หากเกิดปัญหาเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุชนิดตั้งตัวไม่ทัน ต้องการความช่วยเหลือแบบเร่งด่วนที่สุด หน่วยกู้ชีพวชิรพยาบาลจะทำให้หน้าที่ตรงนี้ให้คุณได้เป็นอย่างดี แค่ติดต่อเข้าไปแล้วแจ้งรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น

6. 1192 แจ้งรถหาย โดนขโมย

หากไปในจุดที่มีความสุ่มเสี่ยงกับการโดนโจรกรรมรถยนต์แล้วปรากฏว่ารถหาย ให้ติดต่อไปยัง เบอร์โทรฉุกเฉิน พร้อมอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่จะช่วยประสานงานติดตามหารถของคุณอย่างรวดเร็วที่สุด

สถานที่ติดต่อในประเทศไทย

สำหรับสถานที่ติดต่อกรณีเกิดเหตุร้ายขึ้นแนะนำว่าให้ติดต่อยังสถานีตำรวจจุดต่าง ๆ หน่วยดูแลความปลอดภัยในบริเวณนั้น ๆ รวมถึงจุดสถานตำรวจทางหลวงเพื่อให้เข้ามาดูแลพร้อมแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

เบอร์โทรฉุกเฉิน

กรณีอยู่ต่างประเทศ

สำหรับคนที่เดินทางไปต่างประเทศแล้วเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นแนะนำว่าให้ลองค้นหา เบอร์โทรฉุกเฉิน ของประเทศนั้น ๆ ดู แต่ถ้าคุณพูดคุยไม่รู้เรื่องให้ไปยังสถานีตำรวจ, จุดตรวจนักท่องเที่ยวหรือถ้ารุนแรงจริง ๆ แนะนำว่าให้มองหาสถานทูตไทยเอาไว้ก่อนเลย