ป้ายกำกับ: Thailand Travel

อัพเดทสถานที่ฝากกระเป๋า ราคาถูกทั่วกรุงเทพฯ 

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ หรือเพื่อมาช็อปปิ้งในเมืองหลวงพร้อมกระเป๋าสัมภาระใบใหญ่ คงไม่ดีแน่หากต้องคอยแบกเป้หรือกระเป๋าเดินทางตะลอนทัวร์ไปทั่ว กทม. ในขณะที่โรงแรมบางแห่งก็ไม่สามารถการันตีถึงความปลอดภัยและทรัพย์สินในกระเป๋าให้คุณได้ การหาร้านที่รับ ฝากกระเป๋า สัก 2-3 ชั่วโมงก็น่าจะเพียงพอต่อการทำธุระในเมืองหลวงได้แบบสบายตัว ช่วยให้คุณทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างคล่องแคล่ว ไม่ต้องขนสัมภาระให้เกะกะ ซึ่งนอกจากบริการรับฝากกระเป๋าแล้ว สถานที่รับฝากกระเป๋ายังมีบริการจัด ส่งกระเป๋า สัมภาระ สิ่งของที่ช้อปปิ้ง ตามไปให้ยังโรงแรม หรือ สนามบิน โดยที่คุณไม่ต้องหิ้วให้เมื่อยอีกต่อไป

 

อัตราการให้บริการดีที่สุดที่ AIRPORTELs 

สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศและต่างประเทศ ทุกคนจะต้องมีกระเป๋าสัมภาระ ทั้งใบเล็ก ใบใหญ่ ซึ่งนับเป็นหนึ่งในปัญหาของเจ้าของกระเป๋าเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเวลาที่ต้องเดินทางไปขึ้นเครื่องบิน ด้วยกระเป๋าที่มีขนาดใหญ่ที่ทำให้การใช้บริการรถสาธารณะค่อนข้างลำบาก การเลือกใช้บริการรับส่งกระเป๋าจากบ้านไป สนามบิน เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการเดินทางจึงเป็นทางออกที่ดีมาก  

 

AIRPORTELs หนึ่งในผู้นำด้านการรับฝากและจัดส่งกระเป๋า สัมภาระ สินค้า จากสนามบินไป โรงแรม บ้าน ที่พัก หรือจาก ห้าง สรรพสินค้าไปสนามบิน โรงแรมหรือที่พักอาศัย โดยมีอัตราการให้บริการเริ่มต้นที่ 20,40 บาท/ชั่วโมง หรือ 100 บาท/วัน สำหรับการรับฝากสิ่งของ สัมภาระ ณ จุดให้บริการและมีอัตราค่าบริการในการจัดส่งกระเป๋าเดินทาง สัมภาระต่าง ๆ จากบ้าน ที่พัก หรือโรงแรมไปยังสนามบินในราคาเริ่มต้น 299 บาทเท่านั้น  นับเป็นอัตราการให้บริการที่ดีที่สุดแล้วในปัจจุบัน

 

สะดวก สบาย เมื่อใช้บริการ AIRPORTELs 

AIRPORTELs เปิดให้บริการรับฝาก จัด ส่งกระเป๋า ครอบคลุม 2 สนามบินหลักของประเทศ นั่นหมายความว่าทุกการเดินทางด้วยเครื่องบินโดยสารทั้งไปและกลับ คุณสามารถที่จะเก็บสิ่งของมีค่าของคุณเป็นชั่วโมง หรือเป็นวันได้หากต้องการ ได้ทั้ง 2 สนามบิน โดยตำแหน่งที่ตั้งเคาน์เตอร์บริการของสนามบินสุวรรณภูมิจะอยู่ที่ชั้นบี โซนแอร์พอร์ตลิงก์ เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ในส่วนของสนามบินดอนเมือง เคาน์เตอร์ที่ให้บริการจะอยู่ที่อาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ชั้นจี (G) ประตู 9 เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 06.00 – 24.00 น.

 

นอกจากนี้ AIRPORTELs ยังมีเคาน์เตอร์ให้บริการประจำอยู่ตาม ห้าง สรรพสินค้าชั้นนำ ดังต่อไปนี้

โซนห้าง เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00 22.00 น.

  • เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ตั้งอยู่ที่ ชั้น 6 โซนบี (B) ติดกับร้าน S&P ทางออกลานจอดรถ
  • เทอร์มินอล 21 อโศก ชั้น 1 โซนโตเกียว ทางออกลานจอดรถ
  • เซ็นทรัลเวิร์ด ชั้น 1 โซนกรูฟ ตรงข้ามธนาคารกรุงเทพ

ในส่วนของต่างจังหวัด AIRPORTELs เปิดให้บริการแล้ว โดยจะเป็นการให้บริการขนส่งกระเป๋าไปยังต่างจังหวัด หากใครไม่อยากโหลดกระเป๋าขึ้นเครื่อง หรือไม่อยากมีสัมภาระเยอะระหว่างเดินทางก็สามารถจองบริการของเราทางออนไลน์ได้ ในราคาเริ่มต้นเพียง 349 บาท/ใบ น้ำหนักไม่เกิน 15 กก.

ติดต่อสอบถาม

 

Lock Box ช่วยคุณได้ ล็อกเกอร์ฝากของฉบับคนกรุง

คงจะดีไม่น้อยหากการเดินทางไปทำงานหรือเรียนหนังสือระหว่างทางมีตู้ล็อกเกอร์ไว้คอยบริการ เพราะจำเป็นที่จะต้องเดินทางไปทำธุระอีกหลายแห่ง สามารถที่จะฝากกระเป๋า หนังสือเรียนหรือแม้แต่สัมภาระขนาดใหญ่ไว้ในล็อกเกอร์ได้ โดยมั่นใจว่าสิ่งของเหล่านั้นจะไม่สูญหายไป 

Lock Box หนึ่งในผู้ให้บริการตู้ล็อกเกอร์สำหรับฝากสินค้า กระเป๋าสัมภาระตามแนวรถไฟฟ้าและรถไฟใต้ดิน ซึ่งปัจจุบันกำลังขยายตู้รับฝากไปยังจุดต่าง ๆ ให้ทั่วทั้ง กรุงเทพ และปริมณฑลรวมไปถึงสนามบินและห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เช่น สยามพารากอน, เซนทรัล วิลเลจ, ไอคอนสยามและเซนทรัลเวิร์ด แถมยังเปิดรับแฟรนไชส์เพื่อขยายสถานที่เก็บกระเป๋าอีกจำนวนมาก เพื่ออำนวยความสะดวก สบายให้แก่ผู้ใช้บริการ จะได้ไม่ต้องหอบกระเป๋าพะรุงพะรังอีกต่อไป ไม่ว่าคุณจะเป็นนักธุรกิจ พนักงานออฟฟิศ นักเรียน นักศึกษา ที่มีจุดหมายปลายทางมากกว่า 2 แห่ง Lock Bok ช่วยคุณได้ จะได้ไม่ต้องแบกกระเป๋าสัมภาระในการเดินทางไกลอีกต่อไป สนนราคาและค่าบริการในการรับฝากเริ่มต้นที่ 30 บาท/ ชั่วโมง หรือ 180 บาท/วัน สำหรับไซซ์วัสดุ 7X35X58cm.

 

Bellugg ปลอดภัย ตรงเวลา ตรวจสอบได้

อีกหนึ่งผู้ให้บริการรับฝากกระเป๋าและจัดส่งกระเป๋าเดินทางให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยยึดหลักปลอดภัย ตรงเวลาและตรวจสอบได้ มั่นใจว่ากระเป๋าทุกใบจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด เพราะมีประกันภัยคุ้มครองให้กับกระเป๋าทุกใบ พร้อมระบบขนส่งที่เชื่อถือได้ว่ากระเป๋า สัมภาระทุกใบจะส่งตรงถึงมือลูกค้าทุกคนด้วยความรวดเร็วและตรงเวลา นอกจากนี้ทาง Bellugg ยังเปิดให้บริการรับส่งสินค้าแบบวันเดียวถึงในเขต กรุงเทพ และปริมณฑล พร้อมกับรถที่มีเครื่องรักษาความเย็นไว้คอยบริการสำหรับร้านค้า ร้านอาหารที่ต้องการจัดส่งอาหารไปให้ถึงมือลูกค้าในขณะที่ยังสดใหม่ สำหรับท่านใดที่สนใจสามารถติดต่อจองการฝากและรับส่งสินค้า กระเป๋าสัมภาระต่าง ๆ ได้ที่ 087-336-6666 หรือที่เว็บไซต์ Bellugg.com/th/ 

 

โรงแรมส่วนใหญ่เลือกที่จะให้คุณ ฝากกระเป๋า ก่อนเช็กอินหรือหลังเช็กเอ้าท์สัก 2-3 ชั่วโมง ซึ่งหากโรงแรมอยู่ไกลจากแผนการเดินทาง ก็ควรเลือกที่จะใช้บริการฝากและรับ-ส่งดีกว่า จะได้ไม่ต้องเสียเวลาในการย้อนกลับมาเอากระเป๋าระหว่างท่องเที่ยว หรือช้อปปิ้งระหว่างที่รอเช็คอินกับสายการบิน ซึ่งสะดวกมากกว่าและที่สำคัญอย่าลืมที่จะดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน AIRPORTELs เพื่อเรียกใช้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

ที่มาข้อมูล :

รวมพิกัดสถานที่เช่าชุดไทย ถ่ายรูปสวยๆในวัด

กระแสละครบุพเพสันนิวาสปลุกเทรนด์ฮิตสวมเสื้อผ้าชุดไทยถ่ายรูปสวยๆ กันทั่วบ้านทั่วเมือง จนถึงทุกวันนี้ปรากฏการณ์ออเจ้าฟีเวอร์ยังไม่แผ่ว เป็นอีกกิจกรรมที่ส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมในจังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะธุรกิจให้ เช่าชุดไทย เที่ยวชมโบราณสถานที่พระนครศรีอยุธยาตามรอยแม่หญิงการะเกดในละครบุพเพสันนิวาส และจุดเช็คอินห่มสไบนุ่งโจงกระเบนถ่ายรูปสวยๆ ตาม วัด วาอารามใน กรุงเทพ ใครอยากรู้ว่ามีสถานที่เช่าชุดไทยสวยๆ ที่ไหนบ้าง ตามมาดูกันเลย

อยุธยาเมืองเก่าเป็นจุดหมายปลายทางหลักของนักท่องเที่ยวที่ตามหาร้านเช่าชุดไทยไปถ่ายรูปเป็นออเจ้าและพี่หมื่นตามสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง มีบริการถ่ายรูปโดยช่างภาพมืออาชีพของร้านด้วย เรารวมร้านดังร้านเด็ดมาให้คุณแล้ว

 

1.สไบไทย SaBai Thai

เป็นร้านให้เช่าชุดไทยห่มสไบอิงกระแสละครบุพเพสันนิวาส ชุดไทยร่วมสมัยที่สวมง่าย ไปจนถึงชุดไทยแฟนซีสำหรับสวมในโอกาสพิเศษ มีทั้งบริการเช่าชุดและจำหน่ายให้กับลูกค้าที่อยากมีชุดไทยสวยๆ เป็นของตนเอง ใครอยากสวมชุดแบบจัดเต็มถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ทางร้านมีบริการแต่งหน้าทำผมพร้อมบริการถ่ายภาพแบบครบวงจร ได้รูปสวยไม่ซ้ำใครในราคาที่เอื้อมถึง

ที่ตั้ง : ร้านอยู่เชิงสะพานปรีดี ตรงข้ามร้านอาหารเวนิส ถนนอู่ทอง ตำบลหอรัตนไชย สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงที่สามารถแวะสักการะพระรัตนตรัยและแช๊ะรูปได้ ได้แก่ วัดใหญ่ชัยมงคล, วัดพนัญเชิงวรวิหาร, วัดมหาธาตุ, วัดพระศรีสรรเพชญ์, วัดพระราม, วัดราชบูรณะ

 

2.สไบปลิว By Mangpor Ayutthaya

เป็นร้านเช่าชุดไทยหลายแบบ ชุดไทยสำหรับงาน แต่งงาน ชุดแฟนซีสำหรับงานอีเวนท์ต่างๆ พร้อมเครื่องประดับ มีบริการแต่งหน้าทำผมสวยครบ ให้บริการทั้งในและนอกสถานที่ ไม่มีบริการถ่ายภาพให้ ราคาเช่าชุดย่อมเยา สวยไม่แพ้ใคร

ที่ตั้ง : ร้านอยู่แถวถนนอู่ทอง ตำบลหอรัตนไชย ไม่ห่างจากร้านสไบไทย สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง ได้แก่ วัดใหญ่ชัยมงคล, วัดพนัญเชิงวรวิหาร, วัดมหาธาตุ, วัดพระศรีสรรเพชญ์, วัดพระราม, วัดราชบูรณะ

 

3.เช่าชุดไทยร้านอลังการอยุธยา

ร้านเช่าชุดไทยในตัวเมือง จัดเต็มทั้งชุดไทยสวยอลังการหลายแบบ พร้อมอุปกรณ์เสริมให้เช่า เช่น ร่ม รองเท้า มีช่างแต่งหน้าทำผมและบริการ ถ่ายรูป เก็บไว้เป็นที่ระลึก ราคาย่อมเยา หากถ่ายรูปในร้านไม่จุใจ สามารถไปเดินเที่ยวถ่ายรูปเล่นในวัดและโบราณสถานใกล้ๆ สวมบทบาทแม่หญิงการะเกดและพี่หมื่นกันอย่างจุใจ 

ที่ตั้ง : ร้านอยู่ที่ถนนนเรศวร ใกล้วัดราชบูรณะและวัดมหาธาตุ สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง ได้แก่ วัดมหาธาตุ, วัดใหญ่ชัยมงคล, วัดพระศรีสรรเพชญ์, วัดพระราม, วัดราชบูรณะ, วัดพนัญเชิงวรวิหาร

 

4.อยุธยาชุดไทย

เป็นบริการให้เช่าชุดไทยพร้อมแต่งหน้าทำผมสวยครบตั้งแต่หัวจรดเท้า ปัจจุบันไม่มีหน้าร้าน ผู้สนใจโทรสอบถามและนัดคิวไปเลือกชุดสวยๆ ได้ที่บ้าน มีตั้งแต่ชุดไทยพื้นฐานเหมือนในวรรณคดี ชุดไทยถอดแบบจากละครย้อนยุคที่โด่งดัง หรือมองหาชุดสวยสำหรับพิธีแต่งงานและเพื่อนเจ้าสาว จัดเต็มให้ทุกชุดตามสโลแกน “สวยดุจดารา ราคามหาชน” งบไม่บานปลาย 

ที่ตั้ง : ร้านเช่าชุดไทยอยู่ในโซนบางปะอิน  สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง ได้แก่ วัดใหญ่ชัยมงคล, ตลาดน้ำอโยธยา

 

5.ออเจ้า วัดไชยวัฒนาราม

ร้านเช่าชุดไทยทำเลดีหน้าวัดไชยวัฒนาราม เป็นร้านเช่าชุดเก่าแก่ที่ลูกค้าไว้วางใจมานานตั้งแต่ก่อนกระแสละครดัง มีชุดไทยและเครื่องประดับให้เลือกหลายรูปแบบ เช่าชุดราคาเบาๆ สวมเป็นออเจ้าไปเดินเที่ยวได้ทั้งวัน โดยเฉพาะวัดไชยวัฒนารามซึ่งเป็น วัด เก่าแก่ตั้งแต่สมัยพระเจ้าปราสาททองในสมัยอยุธยาตอนปลาย และเป็นอีกหนึ่งสถานที่ถ่ายทำละครเรื่องบุพเพสันนิวาสก็อยู่หน้าร้านพอดี มีบริการเช่าชุดพร้อมช่างแต่งหน้าทำผม ถ่ายรูปสวยๆ โดยช่างมืออาชีพ 

ที่ตั้ง : พิกัดร้านอยู่หน้าวัดไชยวัฒนาราม ตำบลบ้านป้อม สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง ได้แก่ วัดไชยวัฒนาราม, วัดพุทไธศวรรย์, อุทยานประวัติศาสตร์, วัดบรมพุทธาราม, วัดพระราม, วัดพระศรีสรรเพชญ์, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา, วังช้างอยุธยา

 

6.ร้านผ้าไทย By มณฑิตา วัดไชยวัฒนาราม

เป็นอีกหนึ่งร้านที่มีทำเลอยู่ใกล้วัดไชยวัฒนาราม บริการลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวและสนใจสวมชุดไทยโพสต์ท่าถ่ายรูป มีให้เลือกทั้งชุดไทยอยุธยาแบบออเจ้า ไปจนถึงผ้าไทยวัยรุ่นแต่งชุดไทยเก๋ๆ พร้อมเครื่องประดับจัดเต็มทั้งแต่งหน้าและทำผมโดยช่างมืออาชีพ ตามสโลแกนไม่สวย ไม่หล่อ ไม่ให้ออกจากร้าน รับประกันความพอใจในราคาจับต้องได้ มีบริการถ่ายรูปในร้านหรือจะเช่าชุดสวมไปเดินเที่ยวถ่ายรูปในวัด ตลอดจนงานถ่ายรูปพรีเวดดิ้งก็มีให้บริการเช่นกัน

ที่ตั้ง : ร้านตั้งอยู่หน้าวัดไชยวัฒนาราม สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง ได้แก่ วัดไชยวัฒนาราม, วัดพุทไธศวรรย์, อุทยานประวัติศาสตร์, วัดบรมพุทธาราม, วัดพระราม, วัดพระศรีสรรเพชญ์, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา, วังช้างอยุธยา

 

7.ร้านชื่นชีวา ชุดไทยย้อนยุค

บริการให้เช่าชุดผ้าไทยสวยเกินราคา รีวิวลูกค้ามากมายประทับใจในความพิถีพิถันจัดแต่งตัวให้อย่างสวยเป๊ะ ภายในร้านจัดแต่งร้านเป็นสตูดิโอถ่ายรูปสวยแบบโบราณมีทั้งฉากมีทั้งบัลลังก์สุดอลังการ สวยทั้งชุดเก๋ทั้งเครื่องประทับครบจบในที่เดียว บริการถ่ายรูปทั้งในและนอกสถานที่เก็บไว้เป็นเมมโมรี

ที่ตั้ง : ทำเลร้านใกล้วัดไชยวัฒนาราม สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง ได้แก่ วัดไชยวัฒนาราม, วัดพุทไธศวรรย์, อุทยานประวัติศาสตร์, วัดบรมพุทธาราม, วัดพระราม, วัดพระศรีสรรเพชญ์, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา, วังช้างอยุธยา

 

8. Sense Of Thai : Thai Costume Rental

ร้านเช่าชุดไทยร่วมสมัยที่โดดเด่นในกรุงเทพคงหนีไม่พ้นร้านนี้และอีกหลายร้านที่มีพิกัดใกล้วัดพระแก้วและวัดอรุณซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวนุ่งโจงห่มสไบที่ควรไปเยือนสักครั้ง ร้าน Sense Of Thai เปิดให้บริการไม่นานแต่คัดสรรชุดไทยมาให้เลือกอย่างครบครัน ตั้งแต่ชุดเจ้าบ่าว เจ้าสาว และงานมงคลต่างๆ เลือกชุดสวยไปสวมได้ทุกโอกาสพร้อมเครื่องประดับเข้าเซตกัน มีพนักงานผู้เชี่ยวชาญบริการแต่งชุดให้พร้อมกับแนะนำวิธีเลือกชุดสวมให้เหมาะกับโอกาส และเดินเที่ยวถ่ายรูปตามสถานที่ต่างๆ ใกล้เคียงอย่างวัดและวังหลวง

ที่ตั้ง : พิกัดร้านอยู่แถวมหาราช-ท่าเตียน แขวงพระบรมมหาราชวัง สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง ได้แก่ วัดพระแก้ว, วัดอรุณราชวราม, วัดเบญจมบพิตร และพระที่นั่งสุทไธสวรรยปราสาท

 

9.ร้านเช่าชุดไทย by NuchaRin

เป็นร้านเช่าชุดแบบครบวงจร มีทั้งชุดไทยสไบเฉียง ชุดเพื่อนเจ้าสาสว ชุดผ้าไทยสำหรับงานอีเวนท์ งานบริษัท งานประกวด งานเกษียณ ชุดลอยกระทง และเดินเที่ยวถ่ายรูปเล่น ใครมีแพลนงานไหนแจ้งแบบที่ต้องการจองคิวได้ทางออนไลน์สะดวกง่ายดาย พร้อมจัดส่งทั่วประเทศ

ที่ตั้ง : ร้านนี้อยู่ปากซอยอาภาสิริ ถนนสุทธิสาร แขวงสามเสนนอก สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง ได้แก่ วัดพระแก้ว, วัดอรุณราชวราม, วัดเบญจมบพิตร, พระที่นั่งสุทไธสวรรยปราสาท-พระราชวังสราญรมย์ และสถานที่อื่นๆ รอบกรุงเทพฯ

 

10.ร้านมิสซูริ

บริการให้เช่าชุดไทยและแต่งหน้าแบบครบวงจร มีชุดออกงานสวยงามประณีต ให้เลือกสวมเหมาะกับหลายโอกาส ตั้งแต่ชุดไทยออกงาน ชุดราตรี ชุดงานแต่งงาน ชุดถ่ายพรีเวดดิ้ง งานบวช หรือเที่ยวถ่ายรูปในวัดและสถานที่ท่องเที่ยว ราคาไม่เกินเอื้อม บริการทั้งแบบเช่าชุด ตัดเช่า และตัดซื้อตามออเดอร์ของลูกค้า พร้อมปรับแก้ไซซ์ให้เหมาะสมกับรูปร่าง จัดเต็มทั้งรองเท้าและเครื่องประดับครบเซ็ต ลูกค้าเข้าเว็บไซต์ไปกดเลือกรูป ดูว่าชุดไหนพร้อมเช่าจองคิวได้เลยไม่เสียเวลา

ที่ตั้ง : ทำเลร้านอยู่ใจกลางเมืองแถวถนนเกษตร-นวมินทร์  ช่วงตอม่อที่ 27 แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร เลือกเช่าชุดไปออกงานหรือไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ ได้ตามต้องการ

จากงานอุ่นไอรักมาถึงกระแสละครดัง ผ้าไทยเป็นแฟชั่นสวยๆ ที่นักท่องเที่ยวสวมเที่ยวชมวัดและเดินเล่นตามสถานที่ท่องเที่ยวได้อย่างน่ารักและดีงาม ชุดผ้าไทยสไบเฉียง ชุดไทยประยุกต์ ไปจนถึงชุดไทยแฟนซีมีเสน่ห์แตกต่างกันไป สวมใส่ได้ไม่ซ้ำแบบ ไม่แปลกใจที่หลายคนแต่งชุดไทยแล้วมั่นใจไม่ขวยเขิน ใครอ่านแล้วสนใจอยาก เช่าชุดไทย ตามสไตล์ที่ตนชื่นชอบใส่ไปเที่ยวถ่ายรูปเก๋ๆ ลองเข้าไปใช้บริการพิกัดที่ปักหมุดให้ต้อง มีช่างภาพมืออาชีพ และราคาที่เอื้อมถึง จะได้ความประทับใจกลับไปแน่นอน

 

ที่มาข้อมูล : 

7ที่”แคมป์ปิ้ง”ใกล้กรุงเทพฯ ไม่ต้องเดินทางไกลก็ได้ฟีล

วันหยุดพักผ่อนอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากเที่ยวห้าง เดินช้อปปิ้ง ไปหาที่ตั้งแคมป์ใจกลางกรุงแต่ไม่รู้จะไปที่ไหนดี วันนี้ชวนมาคนอยากไป แคมป์ปิ้ง ใจกลางกรุงและสายแคมป์มาหาที่พักแรมค้างคืนสุดชิล เดินทางง่ายอยู่ใจกลางกรุงแต่ได้ฟีลดี เป็นส่วนตัว ใกล้ชิดธรรมชาติ ให้วันหยุดของคุณไม่น่าเบื่อและได้พักร่างชาร์จแบตพร้อมสำหรับการกลับไปทำงาน มาดูกันว่ามีที่ไหนบ้างน่าไป

1.Bangkok Backyard 

เริ่มต้นกันที่ลานกางเต็นท์ ใจกลางกรุงเทพ ตั้งอยู่เส้นถนนไมตรีจิต ถูกใจสายแคมป์ปิ้งสุด ๆ เพราะมีลานให้คุณได้ตั้งแคมป์นอนชิลท่ามกลางธรรมชาติริมบึงไมตรีจิต ทำเลดีลานตั้งแคมป์อยู่บนพื้นที่สนามหญ้าเขียวขจีล้อมรอบด้วยบึงน้ำเหมือนเกาะที่อยู่กลางน้ำเพราะมีลักษณะพื้นที่ตั้งแคมป์ยื่นออกไปกลางบึงไมตรีจิต จุดเด่นนอกจากจะอยู่ท่ามกลางธรรมชาติวิวริมน้ำแล้ว ที่นี่จำกัดคนเข้ามาตั้งแคมป์จึงรู้สึกถึงความเป็นส่วนตัว ไม่วุ่นวาย เหมาะแก่การพักผ่อนดีทีเดียว เรื่องไฟฟ้ามีปลั๊กไฟพร้อมใช้งานหมดห่วงตั้งแคมป์สบายใจมีไฟฟ้าใช้สะดวก แต่งดการก่อไฟทำอาหาร ปิ้งย่าง ที่นี่จึงไม่เหมาะกับสายกินหมูกระทะ เน้นตั้งแคมป์นอนชิลมากกว่า  

ที่ตั้ง : ถนนไมตรีจิต เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ 

 

2.ช่างสุข คาเฟ่ ปากเกร็ด

มาต่อกันที่ช่างสุข คาเฟ่ ที่บอกเลยว่าตอบโจทย์ของสายแคมป์ปิ้งสายคาเฟ่ เพราะที่นี่ในตอนเช้าจะมีร้านขายเบเกอรี่รสชาติอร่อย เรื่องทำเลได้ใจคนชอบฟีลธรรมชาติ กับลานกว้างแวดล้อมด้วยต้นไม้ ไฮไลท์ของที่นี่คือความเรียบง่าย บรรยากาศดีเหมาะกับการมานั่ง นอนชิล ส่วนความสะดวกมีไฟฟ้าและห้องน้ำให้บริการ ที่สำคัญราคาไม่แพงคนละ 100 บาท 

พิกัด : ซอยหลังโรงพยาบาลปากเกร็ด2 ต.คลองข่อย อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120 

ติดต่อ FB: ช่างสุข คาเฟ่ – Camping Café 

 

3. One cc. ราชพฤกษ์ 

สำหรับที่ตั้งแคมป์ปิ้ง จุดนี้จัดว่าเด็ดเพราะบรรยากาศดีใกล้ชิดธรรมชาติไม่แพ้ที่อื่น ที่สำคัญมาที่นี่ไม่ต้องกลัวอดเพราะในพื้นที่เดียวกันก็มีร้านอาหาร คาเฟ่ให้บริการเมนูอาหารและเครื่องดื่มอร่อย ๆ ที่หลายคนต่างไปแล้วลงความเห็นว่าแต่ละเมนูรสชาติดีมาก เป็นที่สถานที่เหมาะสำหรับการกางเต็นท์พักผ่อนในวันหยุด เดินทางง่ายอยู่ใจกลางกรุง ส่วนบรรยากาศให้ฟิลบ้านสวน กลางเต็นท์กลางสวนหย่อม 

พิกัด : 121 21 หมู่ 5 ถนนราชพฤกษ์ ต.มหาสวัสดิ์ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี. 11130 

ติดต่อ FB: One cc. 

 

4. 54 Camp เป็นเกียรติ สตูดิโอ ลาดกระบัง 54

เหล่าคนเมืองกรุงไม่ต้องหาเวลาหลายวันหรือเหนื่อยกับการเดินทางเพื่อหาที่ แคมป์ปิ้งเพราะที่นี่เป็นหนึ่งในจุดกางเต็นท์ใจกลางกรุง เดินทางสะดวก ตั้งอยู่หลังเลนปั่นจักรยานสุวรรณภูมิ ใครไปแถวนั้นจะทราบดีว่าบรรยากาศที่นี่ดีมาก เพราะโล่ง ปลอดโปร่ง จุดเด่นที่น่าสนใจของที่นี่ไม่เพียงเป็นเรื่องบรรยากาศเท่านั้น แต่ยังสะดวกสบาบเพราะมีทั้งบริการ WiFi ฟรี ห้องน้ำ ไฟฟ้าพร้อมใช้ และยังมีร้านสะดวกซื้อให้ได้ซื้อของไปตุนกันในช่วงพักผ่อนที่แคมป์แล้วไม่อยากเดินทางออกไปข้างนอกบ่อย ๆ 

พิกัด : 26/1 ถ.ลาดกระบัง 54 แขวงลาดกระบัง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ 10520 

ติดต่อ : คุณอาร์ต โทร 081-869-9111

 

5. James 500 City Camp & City Farm รามคำแหง 

เป็นอีกหนึ่งแห่งที่สายแคมป์ปิ้งห้ามพลาด นอกจากไม่ต้องเดินทางไกลแล้วที่นี่ยังเป็นทั้งจุดแคมป์ปิ้ง ปิกนิกในวันพักผ่อนสุดชิล จุดเด่นคืออยู่ติดทะเลสาบ อากาศดี ลมเย็นสบาย ที่น่าสนใจคือสายกินปิ้งย่างหายห่วงเพราะที่นี่อนุญาตให้ปิ้งย่างได้ แถมสะดวกสบายอีกต่างหากเพราะมีบริการอุปกรณ์ เช่น เตาปิ้ง เก้าอี้ เครื่องดื่ม ครบครัน 

ปากซอย 53 หมู่บ้านสัมมากร ซอยรามคำแหง112 แขวง/เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ 10240

ติดต่อ FB: James 500 City Camp & City Farm, Line: @James500organic 

 

6. Camp Safari 

สำหรับที่ตั้งแคมป์ปิ้งแห่งนี้มาพร้อมกับบรรยากาศได้ฟิลกลางป่าไม่น้อย เพราะคุณจะได้สัมผัสกับธรรมชาติทั้งต้นไม้ และได้เห็นนกนานาชนิด โอบล้อมด้วยธรรมชาติอย่างแท้จริงเหมือนไม่ได้อยู่ใจกลางเมืองกรุง ชอบและอยากตั้งแคมป์ริมน้ำกลางป่าสนต้องที่นี่เลย สะอาด สะดวกสบาย บรรยาการดีได้ฟิลสุด ๆ 

พิกัดแขวง สามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร 10510

ติดต่อ : https://www.facebook.com/Campsafaribkk/

 

7. Yaks Park บางปะอิน 

จ่ายหลักร้อยได้วิวเกินราคาเพราะที่นี่มีลานตั้งแคมป์ที่ทำให้คุณได้เห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยา จุดเด่นคือเป็นลานแคมป์ติดแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มาพร้อมบริการให้คุณได้เช่าอุปกรณ์อย่างเตาปิ้งย่าง อุปกรณ์สำหรับสายแคมป์ แถมด้วยกิจกรรมตกปลาอีกด้วย เป็นอีกหนึ่งที่แคมป์ปิ้งใจกลางกรุงที่น่าไปเยือนสุด ๆ ไฮไลท์อีกหนึ่งอย่างของที่นี่คือคุณจะได้ชมพระอาทิตย์ตกฟีลดีมาก แวดล้อมด้วยธรรมชาติทั้งยังอากาศดี เหมาะสำหรับการพักผ่อนทั้งกลุ่มเพื่อน ครอบครัว คนโสดหรือจะมาเป็นคู่ก็ได้ฟีล

ต.บ้านโพธิ์ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา 13160

ติดต่อ FB: Yaks Park, โทร 085-238-0736

 

อยากเที่ยวพักผ่อนไม่ว่าจะไปแบบคนโสด มีคู่หรือกับเพื่อนฝูง สไตล์สายแคมป์ได้นอนพักผ่อนชิล ๆ ท่ามกลางบรรยากาศดี ห่างไกลความวุ่นวายของเมืองใหญ่ วันนี้ 7 ที่แคมป์ปิ้ง ใจกลางกรุงเทพ ที่เรารวบรวมมาให้น่าไป การันตีจากเหล่าสายแคมป์ปิ้งว่าต้องไปลองตั้งแคมป์ นั่ง นอนชิลกันสักครั้ง ลองปักหมุดไปสักที่ เชื่อว่าคุณจะประทับใจเพราะแต่ละแห่งไม่เพียงอยู่ใจกลางกรุง เดินทางง่าย ยังมาพร้อมกับ  

 

ที่มาข้อมูล

หนาวนี้ไปไหนดี 2565 ปักหมุดไปเช็กอินกัน

หน้าหนาวใกล้เข้ามาแล้ว ยังงี้ก็ต้องเตรียมจัดทริปไปชมทะเลหมอกสัมผัสกับลมหนาวกันสักหน่อย ถ้าหากใครยังไม่มีไอเดียว่าจะไปเที่ยวที่ไหนในช่วงหน้านี้เรามี เที่ยวหน้าหนาว 10 ที่มาฝากกัน จะมีที่ไหนน่าสนใจบ้างนั้นไปดูกันเลยดีกว่า

   

1. ดอยอินทนนท์

อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์เป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของการเที่ยวหน้าหนาว เพราะเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดใน ประเทศไทย สูงจากระดับน้ำทะเล 2,565 เมตร บริเวณโดยรอบเป็นป่าดิบชื้นที่มีต้นไม้นานาพันธุ์ บนยอดดอยอากาศหนาวเย็นมากถึงขั้นที่ว่าเกิดแม่คะนิ้งหรือน้ำค้างแข็งก็มีมาแล้ว ใครที่อยากจะออกไปสัมผัสทะเลหมอกท้าความหนาวพลาดไม่ได้เลย ด้านบนมีที่พักหลากหลายแบบทั้งลานกางเต็นท์ โฮมสเตย์ รีสอร์ต และที่พักของอุทยาน คุณสามารถเลือกได้ตามรสนิยม

พิกัด : อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ตั้งอยู่ที่ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ตู้ ปณ.2 119 หมู่7 ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ 50160

(อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่ อำเภอจอมทอง อำเภอแม่แจ่ม อำเภอแม่วาง และ อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่)

เวลาเปิด – ปิด อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์

เวลา : 05:00 – 16:00

 

2. ปาย

สถานที่ท่องเที่ยวคลาสสิคที่ฮอตฮิตตลอดกาล ไม่ว่าเวลาผ่านไปไหนแค่ไหนมนต์เสน่ห์ของปายก็ไม่เคยเหือดหาย ที่นี่เป็นหมู่บ้านในหุบเขาที่อากาศเย็นสบายทั้งปียิ่งในหน้าหนาวยิ่งอากาศดีมาก ๆ แถมยังมีกิจกรรมและสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายให้ไปเปิดประสบการณ์ ยามเย็นก็มีถนนคนเดินเป็นตลาดขายของกินของที่ระลึกให้ได้เลือกชิมเลือกช้อปมากมาย 

 

3. ดอยเสมอดาว

สถานที่ท้าลมหนาวชมทะเลหมอกที่มาแรงในจังหวัดน่าน ที่นี่เป็นยอดดอยที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติศรีน่าน โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ สามารถหมอกเห็นทะเลหมอกยามเช้าได้แบบเต็มตา ที่นี่มีบ้านพักให้บริการ นอกจากนั้นยังมีลานกางเต็นท์ให้บริการสำหรับคนลุย ๆ  ด้านบนมีร้านอาหารไว้บริการไฮไลท์เด็ดเลยก็คือการนั่งกินหมูกระทะท้าลมหนาวพร้อมกับนอนดูแสงดาวยามค่ำคืนฟินสุด ๆ ไปเลย

พิกัด : อช.ศรีน่าน ดอยเสมอดาว อ.นาน้อย จ.น่าน

เต็นท์ของอุทยานกางไว้ให้แล้วทั้งสองจุด ไม่ต้องเข้าไปจองในเว็บไซต์ของอุทยานฯ

 

4. ภูทับเบิก

แลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัดเพชรบูรณ์เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่าม้งที่มีพืชที่ทางการเกษตรปลูกกะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดใน ประเทศไทย ยิ่งในช่วงหน้าหนาวตั้งแต่ตุลาคม – ธันวาคม เป็นช่วงที่กะหล่ำปลีกำลังสวยเลย คุณจะได้เห็นไร่กะหล่ำปลีแบบกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา แถมตอนเช้า ๆ ยังสามารถมองเห็นทะเลหมอกหนาตาได้แบบพาโนรามาเลยทีเดียว

พิกัด : ภูทับเบิก ตั้งอยู่ที่บ้านทับเบิก ตำบลวังบาล จังหวัดเพชรบูรณ์

 

5. เชียงคาน

อีกหนึ่งสถานที่ เช็คอิน ช่วงหน้าหนาวสุดคลาสสิคอีกที่หนึ่ง เป็นการท่องเที่ยวประเภทเสพวิถีชีวิตของคนพื้นที่ ชุมชนที่นี่เป็นชุมชนเล็ก ๆ ริมฝั่งโขง อากาศเย็นสบายตลอดปีแต่ให้บรรยากาศอบอุ่นของรอยยิ้มผู้คน ยิ่งถ้ามาช่วงหน้าหนาวยิ่งเย็นสบาย สามารถมองเห็นทะเลหมอกเหนือแม่น้ำโขงในยามเช้า ไฮไลท์สำคัญก็คือการได้ตักบาตรข้าวเหนียวริมฝั่งโขง ใครอยากไปใช้ชีวิตช้า ๆ แบบสโลว์ไลฟ์ที่นี่เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ไม่ควรพลาด

 

6. เขาใหญ่

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในช่วงหน้าหนาวไม่ใกล้ไม่ไกลจากกรุงเทพ เป็นอุทยานแห่งชาติที่ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่งเลยทั้งยังเป็นมรดกโลกด้วย ที่สำคัญคือเดินทางสะดวก เดินทางออกจากกรุงเทพที่พอถึงสระบุรีแล้วเลี้ยวขวาใช้ถนนเส้นมิตรภาพเพียงไม่ถึง 2 ชั่วโมง ก็ถึงเขาใหญ่แล้ว อากาศเย็นสบาย ยามเช้าสามารถออกมาชมหมอกบาง ๆ พร้อมสูดรับโอโซนกันให้เต็มปอด ที่นี่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวให้เยี่ยมชมไม่ว่าจะเป็นสวนดอกไม้ สวนสัตว์แบบ Exotic ไร่องุ่น ร้านอาหารอร่อยๆ เพียบ แถมที่พักก็มีหลากหลายสไตล์ทั้งแบบขาลุยนอนกางเต็นท์ใกล้ชิดธรรมชาติไปจนถึงรีสอร์ทหรูที่ให้บรรยากาศราวกับอยู่ต่างประเทศ

พิกัด : จังหวัดนครราชสีมา

 

7. ดอยช้าง

ดอยช้างเป็นอีกหมุดหมายหนึ่งของการไปเที่ยวหน้าหนาว เพราะค่อนข้างสะดวกสบายเดินทางง่าย ต่างจากยอดดอยอื่น ๆ ที่มักต้องเดินทางสมบุกสมบันและยังมีไฟฟ้าใช้จำกัด ที่ดอยช้างยังเป็นแหล่งปลูกกาแฟที่ดีที่สุดในประเทศ จึงเหมาะกับการไปเที่ยวชิลล์ ๆ ทั้งครอบครัว ด้านบนมีที่พัก ร้านอาหาร ร้านกาแฟให้บริการหลากหลายร้าน พิเศษตรงที่คุณจะได้ดื่มกาแฟที่ปลูกสด ๆ กันบนนี้เลย กาแฟนทุกแก้วผ่านการคั่วบดด้วยวิธีแบบดั้งเดิม รับรองเลยว่าฟินสุด

พิกัด : จังหวัดเชียงราย

 

8. ม่อนแจ่ม

ใครที่อยากไปนอนเต็นท์สัมผัสกับอากาศหนาวม่อนแจ่มเป็นที่ที่ไม่ควรพลาด เพราะมีลานกางเต็นท์ที่มีชื่อเสียงที่สุด ให้คุณได้นอนชมดาวได้เต็มตาทั่วทั้งฟ้ายามค่ำคืน เช้ามาก็มีทะเลหมอกมาให้ชมถึงที่ วิวก็สวยงามมากมองเห็นนาขั้นบันได ไร่ส้ม สวนดอกไม้นานาพันธุ์ที่เบ่งบานแข่งสีสันกันตระการตา เหมาะกับการไปถ่ายรูป เช็คอิน อัพลงโซเชียลก็เรียกยอดไลค์ยอดแชร์ได้ไม่น้อย

พิกัด : ม่อนแจ่ม ตั้งอยู่ที่ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม เชียงใหม่ 50180

เวลาเปิด – ปิด : 7.00 – 19.00

ตั๋วเข้าชมม่อนแจ่ม : มอนแจ่มไม่เก็บค่าเข้าชม แต่เข้าชมไร่สตรอเบอรี่ ปลายฟ้าต้องเก็บค่าเข้าชม 20 บาท

 

9. ปางอุ๋ง

สถานที่ท่องเที่ยว unseen ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนขึ้นชื่อว่าสวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย เพราะบรรยากาศเป็นอ่างเก็บที่โอบรอบไปด้วยป่าสนเขาบริเวณกว้าง ราวกับทะเลสาบในแถบยุโรปยังไงยังงั้น ซึ่งสามารถไปนอนกางเต็นท์บนลานสนสัมผัสความหนาวได้แบบใกล้ชิดกับธรรมชาติ นั่งดูหงส์คลอเคลียกันอยู่บนเหนือน้ำแบบชิลล์ ๆ หรือใครจะล่องแพชมความงามของธรรมชาติก็น่าตื่นตาตื่นใจอยู่ไม่น้อย

พิกัด : โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง) ตั้งอยู่ในหมู่บ้านรวมไทย จังหวัดแม่ฮ่องสอน 

 

10. บ้านนาคูหา จังหวัดแพร่

แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ในจังหวัดแพร่ที่ซุกซ่อนตัวอยู่ในหุบเขา ที่นี่อากาศดีมากเป็นแหล่งโอโซนอันดับ 7 ในประเทศไทย หมุดหมายแรกเลยก็คือวัดนาคูหาที่มีพระพุทธองค์ใหญ่สีทองตั้งตระหง่านโอบล้อมไปด้วยนาข้าวและภูเขา มีสะพานไม้ไผ่เดินข้ามนาข้าวให้แวะเวียนไปถ่ายรูป ไฮท์ไลต์ของที่นี่ก็คือการมาเก็บสาหร่ายเทาซึ่งเป็นสาหร่ายน้ำจืดชนิดหนึ่งนำไปประกอบอาหาร นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมการย้อมผ้าครามและทำผ้ามัดย้อมให้ได้ลงมือทำด้วย

พิกัด : บ้านนาคูหา หมู่5 ตำบลสวนเขื่อน อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่

เวลาเปิด – ปิด : 06.00 – 18.00 น.

 

เป็นอย่างไรบ้างกับ 10 ที่ เที่ยวหน้าหนาว ที่เรานำมาฝาก ยังไงหนาวนี้ก็ตามไปเช็คอินกันให้ได้นะ เหน็ดเหนื่อยทำงานมาทั้งปีก็ถึงเวลาออกไปท่องเที่ยวให้รางวัลตัวเองกันบ้างแล้ว รับรองเลยว่าคุณจะได้ชาร์จพลังใจท่ามกลางธรรมชาติและไอหมอกได้อย่างเต็มที่

 

ที่มาข้อมูล : 

20 สุดยอดของฝากจากประเทศไทย มาแล้วต้องซื้อกลับไปแน่นอน 2022

 

ประเทศไทยเป็นเมืองน่าเที่ยวและมีของน่าซื้อมากมาย จนบางครั้งก็เยอะจนเลือกไม่ถูก ถ้าเรามีเพื่อนเป็นชาวต่างชาติ เวลาจะซื้อของไปฝากเพื่อนต่างเมืองของเราควรเลือกอะไรดี หรือหากมีชาวต่างชาติมาไทย เราจะพาเขาไปซื้ออะไรกลับบ้านที่คิดว่าโอเคสุด วันนี้เรามีลิสต์ 20สุดยอดของฝาก จากประเทศไทยมาให้เป็นไอเดีย 

   

1. เครื่องจักสาน

งานแฮนด์เมดที่ต่างชาติชื่นชอบ ใช้ประโยชน์ได้และสวยด้วย มีตั้งแต่ กระเป๋า รองเท้าสาน หมวก ไปจนถึงของใช้ในครัวเรือนอย่าง ฝาชี ตะกร้าใส่ของ ที่รองจาน และที่ถูกอกถูกใจชาวต่างชาติมาก ๆ ก็คือกระติ๊บข้าวเหนียว 

 

2. ยาหม่อง-ยาดม-น้ำมันนวด

ของฝากแนวสมุนไพรไทย ชาวต่างชาตินิยมใช้ ยาหม่องและยาดม มีไว้พกติดกระเป๋าคู่กายแก้วิงเวียน หน้ามืด ตาลายได้ ส่วนน้ำมันนวดนั้น ต่างชาติเขายกให้บ้านเรายืนหนึ่งเรื่องนวดอยู่แล้ว

 

3. ผลไม้ไทยอบกรอบ – อบแห้ง

ผลไม้ไทยหลายชนิดถูกปากชาวต่างชาติ แต่จะซื้อกลับไปแบบสด ๆ ก็คงไม่เหมาะ เลือกเป็นผลิตภัณฑ์ผลไม้แห้ง ประเภทอบกรอบ หรืออบแห้งจะดีกว่า เก็บไว้รับประทานได้นาน คนต่างชาติ มาไทยต้องซื้อ แน่นอน

 

4. ผลิตภัณฑ์ทำจากผ้า แบรนด์ NaRaYa

เป็น ของฝากในไทย ที่ต่างชาติชื่นชอบ โดยเฉพาะสาว ๆ ญี่ปุ่น NaRaYa เป็นผลิตภัณฑ์กระเป๋าผ้าลายสวยหวาน มีตั้งแต่ใบเล็กใส่เหรียญ ไปจนถึงกระเป๋าใส่เสื้อผ้าใบใหญ่ ๆ 

 

5. ผลิตภัณฑ์ลายช้าง

ซื้อของลายช้าง ไปประเทศไหนก็รู้ว่ามาจากเมืองไทย ผลิตภัณฑ์ที่ตกแต่งด้วยลายช้างมีให้เลือกมากมาย ทั้งกระเป๋าผ้า ปลอกหมอน โมบายตุ๊กตาช้าง พวงกุญแจรูปช้าง นิยมซื้อเป็นของที่ระลึกจากเมืองไทย

 

6. รองเท้าแตะตราช้างดาว

รองเท้าแตะหนีบที่ใส่กันมานานเป็นสิบปี ตอนนี้มีแบบสลักลายสวยงามบนพื้นรองเท้า เป็นอีกหนึ่งไอเทมที่น่าซื้อฝาก ใช้ประโยชน์ได้ดีใส่เดินชายหาดได้

 

7.กางเกงช้าง

ยังคงเป็นของฝากสายช้างกันต่อ กางเกงสุดชิคที่ฝรั่งชื่นชอบ มาไทยต้องซื้อ เพราะใส่สบาย วัยรุ่นไทยเราเองก็ฮิตใส่เหมือนกัน เป็นกางเกงที่มีความอเนกประสงค์มาก ทั้งใส่นอนใส่เที่ยวตัวเดียวกันได้เลย

 

8. เสื้อยืด T-Shirt สกรีนลาย ไทยแลนด์

หลังจากซื้อกางเกงช้างแล้ว ต้องเพิ่มเติมเสื้อตัวนี้ไว้ใส่คู่กัน กลายเป็นแฟชั่นอินเตอร์ที่เรามักจะเห็นชาวต่างชาติใส่บ่อย ๆ 

 

9. ผ้ามัดย้อม

ผ้ามัดย้อมเป็นอีกหนึ่งแฟชั่นที่ไม่ยอมล้าสมัยเสียที นับวันยิ่งมีลวดลายแพรวพราว ผ้ามัดย้อมที่คนนิยมซื้อกันมากจะเป็นของจังหวัดแพร่ แต่มีขายทั่วไปเพราะของเขาแพร่หลายจริง ๆ 

 

10. เครื่องประดับเงิน

ของฝากทรงคุณค่า แม้ว่าจะหาซื้อจากประเทศอื่น ๆ ได้ แต่เครื่องประดับเงินไทยนั้นได้รับการยกย่องจากต่างชาติว่าเป็นที่สุดของเครื่องประดับเงินเลยทีเดียว ดีงามทั้งในด้านคุณภาพและดีไซน์สวย

 

11. ผ้าไหมไทย

นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมซื้อกันมาก ผ้าไหมเนื้อดีงานละเอียดต้องไหมจากภาคอีสาน อาจเลือกซื้อเป็นผ้าพันคอ ผ้านำไปตัดเสื้อ หรือซื้อเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผ้าไหม เช่น ปลอกหมอนอิง 

 

12. เสื้อผ้า กระเป๋า & เครื่องประดับชาวเขา

ผลิตภัณฑ์ชาวเขามีความโดดเด่นในเรื่องของสีสัน ลวดลายที่สะดุดตา สามารถเลือกซื้อได้ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋าสะพาย หรือ Accessories ของผู้หญิง เช่น กิ๊บติดผม สร้อยข้อมือ ตุ๊กตาชาวเขา เช่น ดินสอ หรือพวงกุญแจก็น่าซื้อ

 

13. โมเดลรถตุ๊กตุ๊ก

รถตุ๊กตุ๊กบ่งบอกความเป็นไทยที่คนทั่วโลกรู้จักและนึกถึงอยู่เสมอ สามารถนำไปตั้งโชว์เป็นของตกแต่งเก๋ไก๋อีกชิ้นหนึ่งในบ้าน ถ้าเพื่อนต่างชาติของเราเขายังคิดไม่ออกว่า ซื้ออะไรดีเมื่อมาไทย แนะนำโมเดลนี้ได้เลย

 

14. เครื่องเบญจรงค์ลายไทย

ของฝากระดับพรีเมียม มีเอกลักษณ์ที่ความอ่อนช้อย ไม่ว่าจะเป็นลายกนก ลายนรสิงห์ ลายพุ่มข้าวบิณฑ์ แต่ละลวดลายยังแสดงถึงวัฒนธรรมของไทยอีกด้วย เป็นของฝากที่ผู้รับประทับใจ

 

15. ของตกแต่งจากกะลามะพร้าว

เป็นของตกแต่งที่ครีเอทีฟมาก ๆ มีความเฉพาะตัวและยังสามารถใช้ประโยชน์ได้ อย่างเช่น โคมไฟ โมบาย เครื่องประดับผู้หญิง และของใช้ในครัวเรือนต่าง ๆ 

 

16. เทียนหอม

ซื้ออะไรดีเมื่อมาไทย หากใครมีเพื่อนต่างชาติมาถึงบ้านเรา อย่าลืมพาไปซื้อของฝากขึ้นชื่อชนิดนี้ แสงเทียนกับความหอมเป็นเครื่องสร้างความทรงจำที่ดี และยังสามารถใช้เป็นของประจำบ้านสำหรับคนที่ชอบความหอมแบบอโรมา คลายความเครียดได้ดี

 

17. สบู่นกแก้ว

คนไทยใช้กันมาตั้งแต่สมัยตักน้ำในตุ่มอาบ มาถึงตอนนี้นิยมซื้อเป็นของฝากเวลาเดินทางไปหาเพื่อนที่ต่างประเทศด้วย ถ้าอยากให้คลาสสิกมาก ๆ ก็ต้องซื้อสบู่นกแก้วดั้งเดิมซองสีเขียว 

 

18. น้ำมันมะพร้าว

น้ำมันมะพร้าวใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น ใช้เช็ดเครื่องสำอาง ใช้ทาผิวป้องกันผิวแตก เหมาะกับชาวต่างชาติที่อยู่เมืองหนาว

 

19. ผงปรุงรสต้มยำ

ซื้อของฝากสำหรับสายกินบ้าง ชาวต่างชาติกับต้มยำกุ้งเป็นอะไรที่เหมือนพรหมลิขิต พอได้ชิมก็ถูกชะตากันทันที แต่ในเมื่อไม่สามารถซื้อต้มยำใส่ถุงไปถึงเมืองนอกเมืองนาได้ ก็ซื้อเป็นผงปรุงรสต้มยำชนิดซองไปแทน รับประกันความถูกใจและถูกปาก

 

20. ชาตรามือ

นี่ก็ของดีบ้านเราอีกเหมือนกัน รสชาติดั้งเดิมไม่มีใครเหมือน กลมกล่อม เข้มข้นด้วยสัญลักษณ์ชาสีส้ม แต่ปัจจุบันมีรสชาติใหม่ ๆ ออกมาให้ลิ้มลองมากมาย ทั้งชากุหลาบ ชาเขียว อร่อยทุกรส 

 

ของฝากในไทย ยังมีอีกมากมาย และ 20สุดยอดของฝาก นี้เป็นไอเดียดี ๆ สำหรับคนที่กำลังจะพาเพื่อนต่างชาติทัวร์ซื้อของ รวมถึงคนที่กำลังจะซื้อของฝากเพื่อนต่างชาติ เพื่อเพิ่มความประทับใจในความเป็นไทยของเรา 

 

ที่มาข้อมูล

บริการฟรีภายในสนามบิน ใครสายเดินทางห้ามพลาด

สนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมืองเงียบเหงาไปพักใหญ่เพราะโควิด-19 ทำพิษ แต่หลังจากที่สถานการณ์คลี่คลาย ทำให้สุวรรณภูมิและดอนเมืองเริ่มกลับมามีสีสันอีกครั้ง ร้านค้าต่าง ๆ เตรียมจัด โปรสนามบิน รอนักเดินทางไว้แล้ว ระหว่างรอขึ้นเครื่องรับรองว่าไม่เหงาอย่างแน่นอน เราไปส่องโปรกันไว้ก่อนดีกว่า เวลาไปสนามบินจริง ๆ จะได้ไม่พลาด

 
 

PT MAX CARD 

สมาชิกบัตร PT MAX CARD ไม่ผิดหวัง เพราะบัตรนี้จัดโปรปัง ๆ ร่วมกับร้านค้าภายในสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง ระหว่างรอขึ้นเครื่องสามารถนั่งจิบกาแฟผ่อนคลาย ช่วงนี้มีมาหลายรายการ อาทิ 

  • รายการ Super Deal ที่กาแฟพันธุ์ไทย
  • Duo Deal ใน Coffee World 
  • มีโปรให้จอง Miracle Lounge กับ Coral Executive Lounge ฟรีผ่านแอป AOT Airports 
  • ใช้บริการ AOT Limousine ได้ส่วนลด 15% 

แนะนำบัตรนี้กันหน่อย PT MAX CARD เป็นบัตรสะสมคะแนนสำหรับลูกค้าที่เติมน้ำมันจากปั๊ม PT แล้วนำไปแลกของรางวัลได้หลากสไตล์ บวกกับใช้สิทธิพิเศษที่ร้านค้า ซึ่งนอกจากในสนามบินแล้ว ยังมีร้านค้าพันธมิตรอื่น ๆ อีกมากมายหลายแห่ง ถ้าใครยังไม่มีบัตรนี้ สมัครผ่านแอป AOT Airports ไม่เสียค่าธรรมเนียม เผื่อไว้ใช้สิทธิ์เวลาเดินทาง ท่องเที่ยว 

ไปต่อที่บัตรเครดิตบ้าง มีมาจัดโปรที่สนามบินหลายธนาคารเหมือนกัน ไปรอขึ้นเครื่องอย่าลืมสำรวจกระเป๋าเงินว่ามีบัตรใบไหนพอจะใช้ได้ระหว่างเดินเล่น

 
 

บัตรเครดิต UOB จัดโปรโมชั่น UOB FLY WITH ME

เป็นโปรโมชั่นสำหรับผู้ถือบัตรเครดิต UOB เดินเข้าแมคโดนัลด์รับเบอร์เกอร์พร้อมกับพายแสนอร่อยได้เลย ที่สาขาสนามบินสุวรรณภูมิ และดอนเมือง (แมคสุวรรณภูมิอยู่บริเวณ Concourse D และ F ส่วนที่ดอนเมืองอยู่ชั้น 3) โปรนี้ยาวถึงมกราคม 2566

 
 

บัตรเครดิต Citibank ให้กินฟรี ๆ แบบอิ่มจุก ๆ

Citibank มีโปรกินฟรีที่สนามบินอีกแล้ว เมื่อ 2-3 ปีก่อนก็เคยมีมาแล้ว แต่สำหรับคราวนี้ Citibank ร่วมกับ Subway และ Coffee World สนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมืองเฉพาะเที่ยวบินขาออกไปต่างประเทศ สามารถใช้ได้ทั้งบัตรเครดิต Citibank และบัตรกดเงินสด Ready Credit มาดูกันว่าจะได้อะไรบ้าง

  • Subway 

ฟรีชนิดที่เรียกว่าจุกกันเลยทีเดียว เพราะได้ Subway Classic พร้อมน้ำดื่ม มูลค่า 224 บาท

  • Coffee World

รับฟรีเครื่องดื่มเย็น หรือเครื่องดื่มปั่น ชื่นใจสุด ๆ ไปเลย 

ทั้ง Subway และ Coffee World สนามบินสุวรรณภูมิอยู่บริเวณ Concourse B และ Concourse F ส่วนที่ดอนเมืองอยู่บริเวณเที่ยวบินขาออกระหว่างประเทศ สำหรับโปรโมชั่นรายการนี้จัดถึงสิ้นปี 2565

 
 

โปรสนามบิน ของค่ายมือถือก็มีพร้อม ดังนี้ 

ฟ้าเปิดคราวนี้ AIS จัดโปรที่สนามบินให้อิ่มสบายท้องก่อนออก เดินทาง หรือจะเลือกนั่งพักผ่อนที่ห้องรับรองพิเศษก็ได้ สำหรับลูกค้าเซเรเนดทั้ง 3 ประเภท แพลทินัม โกลด์ และ เอมเมอรัลด์ สามารถเลือกรับสิทธิพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น

  • ส่วนลด Miracle Lounge 
  • โปรร่วมกับร้านค้าในสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง มีทั้งของว่างฟรีพร้อมเครื่องดื่มเย็น ๆ จาก Burger King, Bonchon, KohHopBar และ Imm Rice & Noodle 1 เลขหมายใช้ได้ 1 สิทธิ์ต่อ 1 เดือน สิ้นสุด ธ.ค. 65

ส่วนอีกร้านที่ไม่แวะไม่ได้เมื่อไปสนามบิน ก็เห็นจะเป็นที่นี่เลย King Power ไปดูโปรของเขากัน

 
 
  • King Power ครบรอบ 33 ปี Delights and Surprises 2022
  • พลาดไม่ได้สำหรับ Favorite Brand Fest ลดราคาสูงสุด 40% พร้อมของแจกมากมาย ถึงแค่สิ้นเดือนตุลาคม 2022
  • ช้อปออนไลน์แล้วไปรับของที่สนามบินก็มีจัดโปรมากมายหลายรายการ เช่น ได้คูปอง บัตรกำนัล และส่วนลด แต่ก่อนอื่นต้องดาวน์โหลดแอป King Power หรือแอด LINE Official @kingpower ก่อน โปรนี้หมดเขตตุลาคม 2022 เช่นกัน 
  • Click & Collect เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมของพี่คิง จัดถึงสิ้นปีนี้เลย
  • มีโปรแกรมผ่อน 0% กับธนาคารที่ร่วมรายการ อาทิ SCB Citibank K-Bank ฯลฯ ซื้อสินค้า 10,000 บาทขึ้นไป เลือกผ่อน 6 เดือน หรือซื้อสินค้า 15,000 บาท เลือกผ่อน 10 เดือน แบบนี้คงได้สอยสินค้าแบรนด์เนมกันเพลินแน่ ๆ 

ไปดูโปรบริการแท็กซี่รับส่งสนามบินกันบ้าง ดีกว่าขับรถไปแล้วต้องลุ้นหาที่จอดเอง

 
 
  • AIRASIA RIDE จัดโปรโมชั่นส่วนลดเรียกแท็กซี่ผ่านแอป airasia Super App
  • โปรแรก Airport Ride บริการจองแท็กซี่ล่วงหน้าได้ส่วนลด 50 บาท ใครที่จะ เดินทาง ไปสนามบินสุวรรณภูมิหรือดอนเมือง เรียกผ่านแอปพลิเคชัน สะดวกมาก 
  • โปรที่ 2 City Ride เรียกรถเพื่อเดินทางไปเที่ยวไหนก็ได้ทั่วเมือง ได้ส่วนลด 30 บาท 

เขาจัดโปรกันจนถึงเดือนพฤศจิกายน 2565 รับเทศกาลท่องเที่ยวที่กำลังกลับมา รีบสมัครเป็นสมาชิก AIRASIA พร้อมดาวน์โหลด airasia Super App เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่นักเดินทางไม่ควรพลาด นอกจาก AIRASIA RIDE จองรถแท็กซี่แล้ว ยังมีแพลตฟอร์มจองเที่ยวบิน จองโรงแรมได้ด้วย หรือจะสั่งอาหารก็ยังได้ สมาชิกที่ทำรายการจองบริการต่าง ๆ จะได้รับคะแนนสะสมทุกรายการ เก็บคะแนนไว้ใช้แทนเงินสด คุ้มสุด ๆ 

 
 

ท่องเที่ยว อย่างไรให้ตัวปลิว ไร้สัมภาระ

จบเรื่องโปรไปแล้ว แต่ก็ยังเป็นห่วงอยู่ว่านักเดินทางที่สัมภาระเยอะ จะเที่ยวอย่างไรให้สนุกเต็มที่ สำหรับผู้ที่เดินทางท่องเที่ยว กรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต ขอแนะนำ AIRPORTELs ผู้ดูแลสัมภาระที่ไว้ใจได้ ตามเราไปดูบริการของที่นี่กัน

บริการฝากกระเป๋า – สามารถฝากค้างคืนได้อย่างปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นของมีค่า สัมภาระหนัก ฝากไว้กับผู้ดูแลมือโปรแบบไม่ต้องห่วง เพราะเขามีการรับประกันความเสียหายและมีระบบรักษาความปลอดภัยในการดูแลกระเป๋าให้กับผู้มาใช้บริการ ช่วยให้การเดินทางทุกทริปคล่องตัวขึ้น สามารถใช้บริการได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เปิดตั้งแต่ 10 โมงเช้า ถึง 03.00 น. โดยนักท่องเที่ยวสามารถฝากกระเป๋าเดินทางไว้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่ชั้น 2 ประตู 4

บริการส่งกระเป๋า – นอกจากรับฝากกระเป๋าแล้ว ยังมีบริการส่งกระเป๋าเดินทางพร้อมสัมภาระทุกอย่างให้ด้วย นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการส่งกระเป๋าไปที่สนามบิน หรือจะให้ส่งไปโรงแรมก็ได้ 

โปรโมชั่นในสนามบินก็เตรียมส่องไว้แล้ว ส่วนสัมภาระก็หมดกังวลเพราะมีผู้ดูแลให้ จะรออะไร รีบวางแผนแล้วออกเดินทางกันแบบตัวปลิวได้เลย

 
 

ที่มาข้อมูล

ที่พัก ในสนามบินสุวรรณภูมิลับ!! แนะนำลงเครื่องมา นอนพักได้เลย 2022

ห้องพักรายวันแถว สนามบินสุวรรณภูมิ มีอยู่หลายสิบแห่ง เดินทางเพียง 5 นาทีถึง ราคาหลักร้อย ประหยัดและพักสบายเหมาะสำหรับคนที่รอขึ้นเครื่องข้ามวัน ส่วนคนที่ต้องการแค่ที่พักเอนหลังสักสองสามชั่วโมง ไม่อยากตกเครื่อง และไม่อยากนอนรอตามเก้าอี้สนามบิน ไม่ควรพลาดเช็คอินโรงแรมลับในสนามบิน เช็คอินเวลาไหนก็ได้ จ่ายค่าห้องรายชั่วโมงหรือรายวัน สะดวกมากและราคาไม่แพง รองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวแบบแบ็กแพ็กเกอร์โดยเฉพาะ มาดูกันว่าพักที่ไหนได้บ้าง

 

1.Boxtel Suvarnabhumi Airport

โรงแรมในสนามบินที่ว่ากันว่าเป็นโรงแรมลับแห่งนั้นคือ “Boxtel” โรงแรมรายชั่วโมงที่อยู่ภายในสนามบินสุวรรณภูมินั่นเอง ไฮไลท์ของโรงแรมแคปซูลคือห้องพักส่วนตัวขนาดเล็กสำหรับนอนพักผ่อนช่วงสั้น ๆ ระหว่างรอขึ้นเครื่องหรือเปลี่ยนเครื่องเนื่องจากเที่ยวบินมีปัญหา ได้นอนพักในห้องสะอาดสักงีบประหยัดแรงหายเหนื่อยดีกว่านอนตามเก้าอี้เหนื่อย ๆ ง่วง ๆ โดยไม่ต้องเดินทางออกไปนอกสนามบิน ไม่ต้องเสี่ยงกับรถติดกลับมาขึ้นเครื่องไม่ทันเวลา สามารถเดินไปถึงสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์เพื่อขึ้นรถโดยสารสาธารณะได้โดยไม่ต้องต่อรถใดๆ ไม่ต้องเสี่ยงกับรถติดกลับมาขึ้นเครื่องไม่ทันเวลา สามารถเดินไปถึงสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์เพื่อขึ้นรถโดยสารสาธารณะได้โดยไม่ต้องต่อรถใด ๆ 

 
 

โรงแรม Boxtel สำหรับนักท่องเที่ยวเป็นห้องเตียงเดี่ยวสำหรับนอนคนเดียว มีระบบปรับอากาศ คำนวณราคาค่าห้องเป็นรายชั่วโมง จ่ายสบายกระเป๋าราคาถูกกว่าอัตราค้างคืนโรงแรมทั่วไป พร้อมบริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย (Wi-Fi) ฟรี ค่าบริการ 925-972 บาท/ห้อง/คืน จองโปรโมชั่นพักนาน 12 ช.ม. เหมาจ่าย 2,100 บาท สามารถจองห้องพักทางออนไลน์หรือโทรสอบถามข้อมูลโปรโมชั่นได้ตลอดเวลา นอกจากบริการห้องพักแล้วยังมีบริการรับฝากกระเป๋า ค่าบริการเริ่มต้นที่ 80 บาท/วัน หรือนำกระเป๋ามาฝากกับเราAIRPORTELs ในราคา 100บาท/วัน สามารถจองห้องพักผ่านอินเทอร์เน็ต รวมถึงในเว็บไซต์ Traveloka.com

 

รีวิวห้องพักที่ Boxtel 

ใครสนใจใช้บริการห้องพักรายชั่วโมงของโรงแรม BOXTEL ในสนามบินสุวรรณภูมิ เดินหาไม่ยาก เพราะตั้งอยู่บริเวณชั้น B หรือชั้นใต้ดินตรงโซนแอร์พอร์ตลิงก์ สถานีสุวรรณภูมิ เหมาะแก่การเดินทางรถสาธารณะอย่างมาก รีวิวห้องพักจากนักเดินทางหลายคนที่ลองไปบริการกันมาแล้ว ห้องพักมีลักษณะเป็นห้องไม้ทรงกล่องสี่เหลี่ยมขนาดกะทัดรัดประมาณ 4 ตารางเมตร มีความเป็นส่วนตัว พื้นที่ไม่กว้างใหญ่แต่ไม่คับแคบเกินไป ภายในห้องพักมีเตียงเดี่ยวและเครื่องนอนคุณภาพเยี่ยมเทียบเท่ามาตรฐานโรงแรม 5 ดาว มีกระจกเงาด้วย ผู้ใหญ่นอนคนเดียวสบายหรือมีเด็กเล็กนอนด้วยได้อีกคน (เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี หรือสูงไม่เกิน 100 เซนติเมตร) แต่ถ้าเป็นผู้ใหญ่ต้องนอนแยกเดี่ยวเท่านั้น ประตูห้องพักเป็นระบบสมาร์ทคีย์ ในห้องมีปลั๊กไฟ และรหัส Wi-Fi ให้ใช้ฟรี มีโต๊ะพับเอาไว้เขียน นั่งทำงาน หรืออ่านหนังสือก็ได้

ในห้องพักแบบ BOXTEL ไม่มีห้องน้ำส่วนตัว ด้วยขนาดพื้นที่จำกัด ห้องน้ำแยกเป็นสัดส่วนออกไปก็เป็นเรื่องดี เดินไปไม่ไกลใช้ห้องน้ำส่วนกลางของแอร์พอร์ตลิงก์ได้ มีปุ่มกดเรียกพนักงานเมื่อ ต้องการความช่วยเหลือและบริการโทรปลุกแขกที่อยู่ในห้องพัก (Wake Up Call) ไม่ต้องกังวลว่าจะนอนหลับเพลินจนตื่นมาขึ้นเครื่องไม่ทัน บริเวณใกล้เคียงห้องพักมีตู้ ATM และบริการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ มีร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ห้องพักของ BOXTEL เปิดบริการมานานกว่า 6 ปีแล้ว มั่นใจในบริการที่มีคุณภาพได้แน่นอน

 

2. Avagard Capsule Hotel

อวกาศ แคปซูล โฮเทล เป็น โรงแรมในสนามบิน อีกแห่งที่หลายคนสนใจเข้ามาเช็คอิน สัมผัสประสบการณ์นอนชิล ๆ ในโรงแรมแคปซูลสักครั้ง ให้บริการห้องพักส่วนตัวสุดชิค บรรยากาศห้องพักสะอาดมากและเรียบง่าย ห้องพักของที่นี่มีล็อกเกอร์ให้เก็บกระเป๋าสัมภาระ 1 ช่องด้วย โรงแรมอวกาศ แคปซูลตั้งอยู่ภายในสนามบินสุวรรณภูมิสะดวกมาก ๆ เหมาะสำหรับการพักผ่อนระยะสั้นรอต่อเครื่อง ค่าบริการ 589-1,439 บาท/ห้อง/คืน ปัจจุบันโรงแรมแคปซูลได้รับความนิยมอย่างมาก แต่ไม่ได้บริการเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้น คนไทยที่เดินทางขึ้นเครื่องตอนเช้ามืดหรือลงเครื่องกลางดึกสำรองห้องพักเข้าใช้บริการพักค้างคืนได้ไม่ต้องนั่งแท็กซี่เสี่ยงอันตรายตอนกลางคืน

   

รีวิวห้องพักที่ Avagard Capsule Hotel

โรงแรมแคปซูลสำหรับนอนหลับพักผ่อนมีลักษณะเป็นห้องเล็กกะทัดรัดดีไซน์ล้ำสมัยเหมือนยุคอวกาศ มีเครื่องใช้บริการในแคปซูลสำหรับ 1 คน เป็นเตียงควีนไซส์และชุดเครื่องนอนสะอาดคุณภาพดี ในห้องแคปซูลมีที่เก็บกระเป๋าเดินทาง ช่องชาร์จ USB พร้อมบริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย (Wi-Fi) ฟรี และไฟอ่านหนังสือ ด้านในยังมีกล้องวงจรปิดคอยรักษาความปลอดภัยไว้ให้ด้วย แต่ไม่มีห้องน้ำส่วนตัว ใช้ห้องน้ำส่วนกลางของแอร์พอร์ตลิงก์ได้ ใกล้ ๆ มีสิ่งอำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นร้านสะดวกซื้อเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ร้านอาหารและคาเฟ่หลายแห่งใกล้ที่พักเพียงไม่กี่ก้าว ใครอยากรู้จักโรงแรมแคปซูล อย่าพลาดเข้าไปสำรองห้องพักกัน

   

บริการโรงแรมในสนามบินสุวรรณภูมิเหมาะกับใครบ้าง

ถ้าบ้านไกลต้องบินเช้ามืด ไม่คิดจะเดินทางออกจากบ้านตั้งแต่ตีสี่ แต่ก็ไม่อยากพลาดเที่ยวบิน เพียงจองห้องพักแบบส่วนตัวเข้ามาเอนหลังรอก่อนขึ้นเครื่องได้ที่ Boxtel และ Avagard Capsuleไม่ต้องนั่ง ๆ นอน ๆ รอเครื่องตามเก้าอี้สนามบินเป็นเวลานาน ๆ ไปนอนรอที่สนามบินเลยทั้งสะดวกและประหยัดเงินกว่าค่าห้องพักของโรงแรมใกล้สนามบิน เนื่องจากแอร์พอร์ตลิงก์สุวรรณภูมิเปิดเที่ยวแรกเวลา 05.30 น. และเที่ยวสุดท้ายเวลาประมาณเที่ยงคืน หากกลับไฟล์ทดึก รถไฟฟ้าหมดและเรียกแท็กซี่ยาก แต่ลงเครื่องดึกแค่ไหนก็เข้าเช็คอินห้องพักที่นี่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ยิ่งต้องแบกสัมภาระเดินทางด้วย การพักโรงแรมใน สนามบินสุวรรณภูมิเป็นทางเลือกที่สะดวกมากเพราะไม่ต้องแบกกระเป๋าเดินทางออกนอกอาคารสนามบิน

เปรียบเทียบกับโรงแรมทั่วไปแล้ว โรงแรมในสนามบินทั้งสองแห่งให้ความสะดวกสบายสำหรับคนที่มีเที่ยวบินเช้าหรือรอต่อเครื่องนานหลายชั่วโมง ห้องพักสะอาดตาราคาหลักร้อยอาจดูย่อมเยากว่าค่าห้องนอนส่วนตัวในโรงแรมอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้สนามบินที่ให้ความสะดวกสบายและกว้างขวางกว่ามาก แต่ชดเชยกับความสบายใจว่าจะไม่พลาดเที่ยวบินสำคัญแน่นอน

 

บริการของแอร์พอเทลล์

บริการรับและส่งกระเป๋าและสัมภาระ

แอร์พอเทลล์ให้บริการฝากกระเป๋าเริ่มต้นที่ 100 บาท/ชิ้น/วัน เพื่อให้คุณทำธุระหรือท่องเที่ยวได้อย่างอิสระ เรามีห้องเก็บกระเป๋าและระบบกล้องวงจรปิดตลอด 24 ชั่วโมง และให้บริการส่งกระเป๋า ราคาเริ่มต้นที่ 299 บาท/ชิ้น ปลายทางทั้งในกรุงเทพฯ

จุดเด่น

  • เป็นวิธีจัดการเวลาที่ดี สามารถทำให้คุณวางแผนธุรกิจและการท่องเที่ยวของคุณให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  • มีบริการรับฝากระยะยาว ทั้งรายสัปดาห์ และรายเดือน
  • ใช้งานง่าย ผ่านการจองออนไลน์ และรูปแบบอื่นๆ
  • ยืนยัน 100% ว่ากระเป๋าเดินทางของคุณจะถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย
  • ประกันความเสียหายสูงสุดจำนวน 100,000 บาท
  • สามารถตรวจสอบสถานะหรือสอบถาม ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่าน Facebook, Line, หรือ WeChat พร้อมกับการแจ้งเตือนอัพเดทสถานะผ่าน E-mail
  • บริการขนส่งกระเป๋า ระหว่างสนามบิน ห้างสรรพสินค้า และโรงแรม คอนโดมิเนียม หรือเกสต์เฮาส์ในกรุงเทพมหานคร

สาขาของแอร์พอเทลล์ที่สนามบิน

สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้นบี,โซนแอร์พอร์ตลิงก์ เปิดตลอด 24 ชั่วโมง

สนามบินดอนเมือง อาคารผู้โดยสารหลังที่ 2, ชั้น 1, ประตู 9 เปิดตลอด 24 ชั่วโมง

สาขาของแอร์พอเทลล์ที่ห้างสรรพสินค้า

MBK Center ชั้น 6, โซนบี (ติดกับร้าน S&P ทางออกลานจอดรถ)

Terminal 21 Asok ชั้น 1, โซนโตเกียว (ทางออกลานจอดรถ)

Central World ชั้น 1, โซนกรูฟ (ตรงข้ามธนาคารกรุงเทพ)

โปรโมชั่นพิเศษ

ฝากกระเป๋าฟรี 4 ชั่วโมงแรก ที่MBK CENTER

ติดต่อเรา

หมายเลขโทรศัพท์ : +66 02 026 6927

Website: Luggage Delivery Bangkok

E-mail: [email protected]

Line: @AIRPORTELs

ที่มาข้อมูล : 

Bangkok Art Biennale 2022 กลับมาแล้ว 12 แห่งทั่วกรุงเทพฯ

คนรักศิลปะเตรียมเสพ กรุงเทพ ของเรากำลังจะเป็นศูนย์กลางงานศิลป์ระดับโลก เทศกาล Bangkok Art Biennale (บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่) งานรวมเหล่าศิลปินครั้งยิ่งใหญ่ ซึ่งมีที่มาจากเทศกาล Art Biennale แห่งประเทศอิตาลี ครั้งแรกสุดของ Art Biennale ผ่านมานานกว่าร้อยปีแล้วที่เมืองเวนิส หลังจากนั้นก็ได้ขยายการจัดงานไปในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย และสำหรับประเทศไทยมีการจัดงานมาแล้ว 2 ครั้งในชื่อ Bangkok Art Biennale

 

จากเวนิสสู่กรุงเทพ เทศกาลศิลปะร่วมสมัยที่ต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์

ย้อนไปเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ครั้งแรกของเทศกาล Bangkok Art Biennale จัดขึ้นด้วยแนวคิด “สุขสะพรั่ง พลังอาร์ต” หรือ “Beyond Bliss” ครั้งนั้นมีศิลปินระดับโลกรวมศิลปินชาวไทยเข้าร่วมแสดงผลงานถึง 75 คน เป็นเทศกาลที่จัดยาวตั้งแต่เดือนตุลาคม 2018 จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2019 เรียกว่าสุขสะพรั่งกันข้ามปี รูปแบบการจัดงานคือ ผู้จัดจะเลือกแลนด์มาร์คสำคัญ ๆ ใจกลาง กรุงเทพ มากกว่า 10 แห่งเป็นสถานที่จัดงาน อาทิ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร, มิวเซียมสยาม, เซ็นทรัลเวิลด์, วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ฯลฯ ซึ่งในปีนั้นสถานที่จัดงานทุกแห่งเนืองแน่นไปด้วยแฟนพันธุ์แท้ของศิลปินทุกแขนง ถือว่าบรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการให้พลังศิลปะเป็นแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้รักงานศิลป์ เพิ่มมนต์ขลังให้กรุงเทพมหานครเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของโลกที่น่าค้นหา 

หลังจากประสบความสำเร็จในการจัดงานครั้งแรกไปแล้ว Bangkok Art Biennale ได้ถูกจัดให้มีขึ้นอีกครั้งในปี 2020 ซึ่งปีนั้นเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากของคนไทยและคนทั่วโลกที่ต้องประสบกับสถานการณ์โควิด-19 อันร้ายแรง โยงใยพัวพันไปถึงปัญหาต่าง ๆ อีกมากมาย อย่างไรก็ตาม แผนการจัดงานครั้งนั้นก็ยังดำเนินต่อไป โดยทางคณะผู้จัดงานมีความหวังว่า ศิลปะจะเข้ามาช่วยบำบัดจิตใจที่บอบช้ำของชาวโลกได้บ้าง ตามคอนเส็ปท์ “Escape Route” หรือชื่อไทยว่า “ศิลป์สร้าง ทางสุข” ครั้งนั้นมีศิลปินรวม 82 คน เปิดให้เข้าชมงานในแบบ New Normal ท่ามกลางโควิด

 
 

CHAOS : CALM คอนเซ็ปต์ใหม่ Bangkok Art Biennale 2022

เทศกาลศิลปะร่วมสมัยปีนี้ มูลนิธิ Bangkok Art Biennale ได้รับความร่วมมือจากบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ, กรุงเทพมหานคร พร้อมกับหน่วยงานรัฐและเอกชนอีกหลายแห่งในการจัดงาน Bangkok Art Biennale 2022 ซึ่งจะมาในคอนเซ็ปท์ “CHAOS : CALM” ซึ่งสื่อความหมายถึงความวุ่นวายสับสนของชาวโลกที่ถูกไวรัสคุกคาม ในขณะเดียวกัน ทุกคนก็ต้องดิ้นรนเพื่อให้มีชีวิตรอดและต้องหาวิธีปรับตัวได้ ซึ่งจะทำให้ค้นพบหนทางแห่งความสงบสุขท่ามกลางความโกลาหลที่ยังวนเวียนอยู่ บางคนอาจจะไม่เข้าใจว่า ระหว่างความโกลาหลกับความสงบสุขนั้นจะเกิดขึ้นในเวลาเดียวกันได้อย่างไร แต่ในมุมมองของศิลปิน ต่างเชื่อว่าสามารถที่จะเป็นไปได้โดยอาศัยความรัก ความเห็นอกเห็นใจของคนที่อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน ซึ่งจะทำให้ทุกคนผ่านพ้นอุปสรรค และค้นพบความสุขในที่สุด นี่คือแนวคิดที่น่าสนใจและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

 
 

Bangkok Art Biennale 2022 มีที่ไหนบ้าง

สถานที่จัดงานยังคงยึดแลนด์มาร์คสำคัญของกรุงเทพฯ บวกกับการแสดงดิจิทัลอาร์ตในโลกออนไลน์อีก 1 ช่องทาง มีที่ไหนบ้าง รวมมาแล้ว โดยทั้งสิ้น 12 พื้นที่ที่เราทุกคนสามารถเลือกเข้าชมความอลังการของงานนี้ได้

 

1. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร

 

2. วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร

 

3. วัดประยูรวงศาวาสวรวิหาร

 

4. หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

 

5. ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

 

6. มิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้

 

7. ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

 

8. สามย่านมิตรทาวน์

 

9.เดอะ ปาร์ค

 

10. เดอะพรีลูด วันแบงค็อก

 

11. JWD Art Space 

 

ศิลปินไทย ร่วมแสดงผลงานกับ ศิลปิน เอกระดับโลก

งานนี้ไม่ใช่การประชันฝีมือ แต่เป็นการพบกันด้วยหัวใจของศิลปินหลายชาติหลายภาษาที่จะมาร่วมกันถ่ายทอดผลงานรวมแล้วไม่ต่ำกว่า 200 ชิ้นที่ศิลปิน 73 ท่านจาก 35 ประเทศรวมประเทศไทยได้สร้างสรรค์ขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ นำทีมโดยศิลปินเอก แอนโทนี กอร์มลีย์ เจ้าของผลงานประติมากรรมอันโดดเด่นและไม่เหมือนใคร ผลงานของเขาติดตั้งอยู่ตามสถานที่สาธารณะต่าง ๆ ในหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นงานปั้นรูปคนกว่า 100 ชิ้นที่ตั้งอยู่เต็มชายหาดครอสบี เมืองลิเวอร์พูล, งานประติมากรรมเหล็กรูปนางฟ้า ชื่อ Angel of the North 

สำหรับศิลปินท่านอื่น ๆ ที่ตอบรับมาร่วมงานนี้มีทั้งศิลปินที่คนในวงการรอคอยอย่าง มารีน่า อบราโมวิช จากสหรัฐอเมริกา เพราะเธอคือศิลปินที่เคยมาสร้างความประทับใจให้กับคนไทยในเทศกาลนี้แล้วทั้ง 2 ครั้ง นอกจากนั้นก็มีศิลปินผู้โด่งดังสัญชาติต่าง ๆ  อาทิ 

  • เคนเนดี ยานโค ชาวอเมริกัน 
  • ทิฟฟานี ชุง ลูกครึ่งเวียดนาม-อเมริกัน
  • จิติช กัลลัต ชาวอินเดีย
  • ชิฮารุ ชิโอตะ ชาวญี่ปุ่น
  • มิร์ทิลล์ ทิแบย์เรงซ์ ชาวฝรั่งเศส
 
 

5 เดือนแห่งความโกลาหล และความสงบสุข เริ่มตุลาคม 2565

แนวคิด “โกลาหล : สงบสุข” จะถ่ายทอดออกมาได้ปังแค่ไหน เราจะได้เห็นกันในอีกไม่นาน เทศกาล Bangkok Art Biennale 2022 จะเริ่มจัดวันแรก 22 ตุลาคม 2565 ไปจนถึง 23 กุมภาพันธ์ 2566 มีเวลาให้ชมกันนานถึง 5 เดือน คนรักศิลปะห้ามพลาด

 

ที่มาข้อมูล:

8 อาร์ตแกลลอรี่ในกรุงเทพฯ เสพศิลป์เติมพลังใจ

การเที่ยวชมงานศิลปะนั้นนับว่าเป็นการสร้างสุนทรียะให้กับชีวิตและช่วยผ่อนคลายความเคร่งเครียดจากชีวิตประจำวันได้ เพราะทุกวันนี้หลายคนต้องพบเจอกับความเร่งรีบทั้งการจราจรในแต่ละวัน รวมไปถึงการงานที่รัดตัวจนก่อให้เกิดความเครียดและปัญหาสุขภาพตามมา สิ่งเหล่านี้ล้วนกัดกินให้คนกรุงค่อย ๆ หมดไฟและขาดแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต การได้ออกไปเสพงานศิลป์ปล่อยใจสบาย ๆ ดื่มด่ำกับงาน อาร์ต จึงช่วยเยียวยาและเพิ่มพลังทางใจได้ แล้วจะไปที่ไหนกันดีล่ะ วันนี้เราจึงมีข้อมูลดี ๆ มาแนะนำ 8 อาร์ตแกลลอรี่ ในกรุงเทพฯ สำหรับใครที่อยากเติมพลังใจด้วยศิลปะ จะได้ตามไปเช็กอินแต่ละแห่งกัน

 

1. หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน, กรุงเทพฯ

หอศิลป์ ที่เน้นจัดแสดงศิลปะร่วมสมัย ตั้งอยู่ใจกลางถนนราชดำเนินกลาง ภายในแบ่งออกเป็น 2 โซน ได้แก่ โซนนิทรรศการศิลปะร่วมสมัยที่มีงานศิลปะหลากหลายแบบผลัดเปลี่ยนกันมาแสดงแบบไม่ซ้ำ และโซนวัฒนธรรมอาเซียนที่ให้ความรู้เกี่ยวกับอาเซียน รวมไปถึงศิลปวัฒนธรรมในกลุ่มชาติอาเซียน นอกจากนั้นยังมีจัดกิจกรรมการอบรม เสวนา หรือเวิร์กช็อปเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมใน 6 สาขา ได้แก่ ทัศนศิลป์ สถาปัตยกรรม วรรณศิลป์ ดนตรีและการแสดง การออกแบบ และภาพยนตร์ 

 
 

พิกัด : ถนนราชดำเนินกลาง ตรงข้ามอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

เวลา เปิด – ปิด : 

  • นิทรรศการศิลปะร่วมสมัย ชั้น 1 และ 2 เปิดวันอังคาร – อาทิตย์ เวลา 10.00 – 19.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์)
  • ศูนย์วัฒนธรรมอาเซียน ชั้น 3 เปิดวันอังคาร – อาทิตย์ เวลา 10.00 – 12.00 น. และ 13.30 – 17.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

ช่องทางติดต่อ : www.rcac84.com

 

2. River City Bangkok

แกลเลอรีแสดงงานศิลปะและแอนทีค มีนิทรรศกาลศิลปะนานาชาติหมุนเวียนกันมาจัดแสดง ครอบคลุมทั้งงานทัศนศิลป์ งานปั้น งานหล่อ งานคราฟท์ ไม่เพียงเท่านั้นยังมีจัดแสดงดนตรีและฉายภาพยนตร์ด้วย เรียกได้ว่าครบจบทุกงานอาร์ต อีกทั้งยังสามารถร่วมประมูลงานศิลปะที่ชอบได้อีกด้วย ใครที่เป็นสายอาร์ตพลาดไม่ได้เลย

 
 

พิกัด : ท่าเรือสี่พระยา ซอยเจริญกรุง 24 หรือ 30 

เวลา เปิด – ปิด

  • วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 11.00 – 20.00 น.
  • วันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00 – 20.00 น.

ช่องทางติดต่อ : www.facebook.com/RiverCityBangkok

 

3. หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

หอศิลป์ ใจกลางกรุง เดินทางง่าย ติดกับสถานีรถไฟฟ้า BTS สนามกีฬาแห่งชาติ ภายในมีห้องจัดนิทรรศการศิลปะที่มีศิลปินหลากหลายสาขาหมุนเวียนกันมาแสดงงานศิลปะทั้งภาพถ่าย รูปวาด ประติมากรรม ศิลปะการจัดวาง ฯลฯ เรียกได้ว่าครบทุกแขนงของงานศิลปะให้คุณได้ดื่มด่ำกับงานศิลปะกันแบบจุใจ สาย อาร์ต ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

 
 

พิกัด : ถนนพระรามที่ 1 จากสถานี BTS สนามกีฬาแห่งชาติ 100 เมตร

เวลา เปิด – ปิด :

  • วันอังคาร – อาทิตย์ เวลา 10.00 – 20.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์)

ช่องทางติดต่อ : www.facebook.com/baccpage

 

4. Rhythm of Arts Creative Space

พื้นที่จัดแสดงศิลปะแหล่งรวมของสายอาร์ต มีศิลปินผลัดกันมาจัดแสดงนิทรรศการอย่างไม่ขาดสาย งานศิลปะที่จัดแสดงส่วนใหญ่จะเป็นศิลปะร่วมสมัย เช่น งานมีเดียอาร์ต ศิลปะที่ผสานสื่อและเทคโนโลยีแสง สี เสียงหลากหลายรูปแบบ แถมยังมีคาเฟ่ให้บริการเครื่องดื่ม ให้คุณได้เสพศิลป์กันครบทุกโสตประสาทกันเลยทีเดียว

 
 

พิกัด : ซอยอินทามาระ 26/2 MRT สุทธิสาร ทางออก 4

เวลา เปิด – ปิด :

  • ทุกวัน เวลา 17.00 – 22.00 น.

ช่องทางติดต่อ: www.facebook.com/RHYTHMthinker

 

5. The Jam Factory, กรุงเทพฯ

พื้นที่แสดงงาน ศิลปะ ย่านคลองสาน ที่เปิดให้คนรักงานศิลปะมาโชว์ของและแลกเปลี่ยนไอเดียกัน ภายในเป็นแกลเลอรีเน้นจัดแสดงงานหลากหลายประเภททั้งภาพวาด ภาพถ่าย ประติมากรรม มีเดียอาร์ต กราฟิกดีไซน์ รวมไปถึงภาพยนตร์ นอกจากนั้นยังมีโซนคาเฟ่ ร้านอาหาร และร้านหนังสือด้วย

 
 

พิกัด : 41/5 ถ.เจริญนคร คลองสาน

เวลา เปิด – ปิด :

  • ทุกวันเวลา 11.00 – 20.00 น.

ช่องทางติดต่อ : www.facebook.com/TheJamFactoryBangkokhttp://www.facebook.com/TheJamFactoryBangkok

 

6. BANGKOK CITYCITY GALLERY, กรุงเทพ ฯ

แกลเลอรีแสดงงานศิลปะสไตล์มินิมอล ภายในจัดแสดงนิทรรศการศิลปะร่วมสมัย โดยมีแนวคิดในการเปิดรับมุมมองใหม่ ๆ แนวคิดใหม่ ๆ โดยไม่มีกรอบ เปิดอิสระให้ทั้งศิลปินและผู้ชมได้ปลดปล่อยและเสพงานศิลป์แบบไร้ขีดจำกัด นอกจากนั้นภายในยังมีร้านหนังสือและห้องสมุดศิลปะไว้ให้บริการอีกด้วย

 
 

พิกัด : ซอยสาทร 1 แขวงทุ่งมหาเมฆ MRT ลุมพินี ทางออก 2

เวลา เปิด – ปิด :

  • วันพฤหัสบดี – อาทิตย์ เวลา 13.00 – 18.00 น. หยุดทุกวันจันทร์ – พุธ

ช่องทางติดต่อ : www.facebook.com/bangkokcitycity และ https://bangkokcitycity.com/

 

7. MOCA

พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัยที่มีทั้งนิทรรศการศิลปะถาวรและแบบหมุนเวียน แบ่งเป็น 5 ชั้น โดยชั้นล่างเป็นพื้นที่จัดนิทรรศการหมุนเวียนและโซนเชิดชูเกียรติศิลปินแห่งชาติ ชั้น 2 เป็นงานศิลปะเกี่ยวกับความเชื่อของคนไทย ชั้น 3 จัดแสดงศิลปะเชิงความคิดฝันและจินตนาการภายใต้คติความเชื่อของคนไทย ชั้น 4 เป็นจิตรกรรมไทยร่วมสมัย และชั้น 5 แสดงศิลปะร่วมสมัยจากต่างประเทศ

 
 

พิกัด : ถนนกำแพงเพชร 6 ใกล้กับโรงพยาบาลจุฬาภรณ์และสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์

เวลา เปิด – ปิด :

  •  วันอังคาร – อาทิตย์ เวลา 10.00 – 16.00 น. หยุดทุกวันจันทร์

ช่องทางติดต่อ : www.facebook.com/mocabangkok

 

8. JWD Art Space

ศูนย์รวมระบบการจัดเก็บงานศิลปะและบริการที่เกี่ยวข้องกับศิลปะร่วมสมัยครบวงจรทั้งการดูแลและขนส่ง นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ให้จัดแสดงนิทรรศการศิลปะทั้งไทยและต่างประเทศ มีการจัดนิทรรศการศิลปะทั้งปี ทั้งงานวาดเขียน งานถ่ายภาพ รวมไปถึงงานศิลปะการจัดวาง มีเดียอาร์ต เรียกได้ว่าหลากหลายมาก

 
 

พิกัด : ซอยจุฬา 16 สามย่าน

เวลา เปิด – ปิด :

  • วันอังคาร – อาทิตย์ 10.00 – 19.00 น. หยุดทุกวันจันทร์

ช่องทางติดต่อ : www.facebook.com/JWDArtSpace

 

ทั้ง 8 อาร์ตแกลลอรี่ที่เรารวบรวมมานี้ เราคัดสรรมาเอาใจคนรักศิลปะอย่างเต็มที่ สุดสัปดาห์นี้ถ้าว่าง ๆ ไม่รู้จะไปไหน ลองออกไปเสพงานศิลปะ กันดู รับรองว่าคุณจะได้เปิดประสบการณ์ใหม่และได้รับแรงบันดาลใจดี ๆ กลับมาแน่นอน

 

ที่มาข้อมูล

One Day Trip 10 ที่เที่ยวในกรุงเทพฯ อัพเดทปี 2022

วันนี้ขอมาเอาใจคนที่อยากท่องเที่ยวแบบ วันเดย์ทริปในกรุงเทพฯ ด้วย 10 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมมาแรงปี 2022 คัดมาแล้วว่าเดินทางง่าย ให้คุณได้เพลิดเพลินแบบวันเดียวก็เที่ยวได้ จะมีสถานที่ไหนบ้างนั้นตามไปดูพร้อม ๆ กันได้เลย

 

1. วัดพระแก้ว

วัดพระแก้ว หรือวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เป็นแลนด์มาร์กสำคัญของกรุงเทพฯ ที่นี่ประดิษฐานพระแก้วมรกตหรือพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระคู่บ้านคู่เมืองมาตั้งแต่ครั้งก่อตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ และยังมีสถาปัตยกรรมไทยอันวิจิตรตระการตาพร้อมกับหมู่มวลพระที่นั่งในเขตพระราชฐาน หอพระเทพบิดร และยังมีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ตรงบริเวณระเบียงคดที่วิจิตรงดงามและเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางทัศนศิลป์และประวัติศาสตร์

  • ที่อยู่ : ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ
  • พิกัด https://goo.gl/maps/PPNJHNWRpdtsP8Jd7
  • เปิดให้เข้าชม : 08.30-15.30 น.
  • ค่าเข้าชม : คนไทย เข้าชมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ชาวต่างชาติ ค่าเข้าชม บัตรราคา 500 บาท
    สามารถซื้อบัตรเข้าชมพระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ผ่านช่องทางออนไลน์ล่วงหน้าได้อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนวันเข้าชม
 
 

2. วัดอรุณราชวราราม

อีกหนึ่งแลนมาร์กสำคัญของกรุงเทพฯ ก็คือ พระปรางค์วัดอรุณ ดังนั้น เที่ยวในกรุงเทพ ทั้งทีก็ต้องมาถ่ายรูป เช็กอิน กับพระปรางค์กันสักหน่อย แอบกระซิบว่ายามเย็นวิวที่นี่สวยมาก แถมยังได้รับลมเย็น ๆ จากแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย นอกจากนี้ บริเวณวิหารน้อยหน้าพระปรางค์ยังมีพระแท่นบรรทมของ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี หรือ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เชื่อว่าถ้าได้ลอดแล้วจะช่วยล้างอาถรรพ์คุณไสยทั้งหลาย

  • ที่อยู่: 158 ถ.วังเดิม แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร 10600
  • เวลาเปิด: ทุกวัน ตั้งแต่ 8.00 – 18.00 น.
  • ค่าเข้า: คนไทยฟรี ชาวต่างชาติคนละ 50 บาท
 
 

3. วัดโพธิ์

ข้ามแม่น้ำเจ้าพระมาอีกฝั่งของวัดอรุณฯ ก็จะพบกับวัดโพธิ์ หรือวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย เพราะที่นี่มีจารึกตำรายาแผนโบราณ ฤาษีดัดตน และสรรพวิชาอีกหลากหลายแขนง โดยในปัจจุบันนี้ก็ขึ้นชื่อเรื่องการนวดแผนไทย เปิดให้บริการและเปิดโอกาสให้ผู้สนใจทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้ามาลงเรียนวิชานวดแผนไทยได้อีกด้วย แต่ไฮไลท์เด่นของที่นี่ก็คือ เจดีย์ราย ที่มีมากกว่า 70 องค์รอบบริเวณวัด และพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ให้ได้มาสักการะขอพร 

  • ที่อยู่ : 2 ถนน สนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
  • เวลาเปิด :  ทุกวัน ตั้งแต่ 08.00 น.-16.30 น.
  • ค่าเข้า : ชาวต่างชาติมีค่าเข้าชมคนละ 200 บาท สำหรับคนไทยเข้าชมฟรี 
 
 

4. เยาวราช

แหล่งสตรีทฟู้ดที่สำคัญของกรุงเทพฯ ที่นี่เป็นย่านการค้าที่สำคัญของชาวไทยเชื้อสายจีน มีห้างร้านและร้านอาหารมากมายเปิดให้บริการทั้งกลางวันและกลางคืน ถือว่าเป็นสวรรค์ของสายกินเลยก็ว่าได้ อาหารขึ้นชื่อที่มาแล้วจะต้องกินให้ได้เลยก็อย่างเช่น ลอดช่องสิงคโปร์ บะหมี่จับกัง ปลาหมึกย่าง ขนมปังไส้ทะลัก ก๋วยจั๊บนายเอ็กซ์ บัวลอย 3 กษัตริย์ บะหมี่เกี๊ยวโอเดียน เป็นต้น

 
 

5. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่รวบรวมเอาโบราณวัตถุสำคัญที่ขุดค้นได้ในประเทศไทย ภายในมีอาคารจัดแสดงหลายอาคาร มีทั้งแสดงนิทรรศการหมุนเวียนและนิทรรศการถาวร จัดแสดงโบราณวัตถุตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ นอกจากนั้นยังจัดแสดงราชรถและเครื่องประกอบพระราชพิธีสำคัญต่าง ๆ 

  • ที่อยู่ : เลขที่ 4 ถนนหน้าพระธาตุ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
  • เวลาเปิด : เวลา 09.00-16.00 น. วันพุธ-วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ (ยกเว้นเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์)
  • ค่าเข้า : คนไทย 30 บาท  / ชาวต่างประเทศ 200 บาท
  • ยกเว้นค่าเข้าชม : เด็ก / นักเรียน / นักศึกษา / ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป / พระสงฆ์ / สมาชิก ICOM ICOMOS (แสดงบัตร)
 
https://travel.kapook.com/view208377.html
 

6. หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพ

ใครที่เป็นสายอาร์ต รักในการเสพงานศิลปะ ต้องไป เช็กอิน ที่นี่ให้ได้ เพราะที่นี่เป็นหอศิลปะที่ภายในมีห้องจัดแสดงนิทรรศการศิลปะของศิลปินทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ผลัดเปลี่ยนกันมาแสดงผลงานกันไม่ขาดสาย ทั้งภาพวาด ภาพถ่าย ประติมากรรม มีเดียอาร์ต และศิลปะแนวผสมผสาน ที่สำคัญยังเดินทางง่ายมาก อยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้า BTS สนามกีฬาแห่งชาติเพียง 100 เมตร 

  • ที่อยู่ : เลขที่ 939 ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
  • เวลาเปิด : เปิดวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 10.00 – 20.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์ และช่วงวันหยุดปีใหม่และสงกรานต์)
  • การเดินทาง : BTS สนามกีฬาแห่งชาติ ทางออกที่ 3 
 
 

7. สวนเบญจกิติ

แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ ห่างจากสถานีรถไฟฟ้า BTS อโศก และ MRT สุขุมวิท เพียง 400 เมตร เป็นแหล่งเช็กอินของเหล่าวัยรุ่นและกลุ่มคนรักสุขภาพ เพราะที่นี่เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ พื้นที่รวม 450 ไร่ ให้ได้เข้าไปสูดอากาศบริสุทธิ์ นั่งพักผ่อนหย่อนใจปล่อยใจสบาย ๆ กับธรรมชาติ หรือใครที่อยากออกกำลังกายก็มีทั้งทางวิ่งและทางจักรยาน ซึ่งแลนด์มาร์กที่สำคัญก็คือ Sky walk สามารถขึ้นไปถ่ายรูปสวย ๆ ได้

  • ที่อยู่ : Google Maps : สวนเบญจกิติ
  • เวลาเปิด : 05.00 – 21.00 น.
  • การเดินทาง : BTS และ MRT โดยมาลงรถไฟฟ้า BTS ที่สถานีอโศก หรือรถไฟฟ้า MRT สถานีสุขุมวิท 

อนุญาตให้นำรถยนต์ส่วนบุคคล รถจักรยานยนต์ หรือยานพาหนะอื่น ๆ เข้ามาในสวนได้ 2 ช่วงเวลา คือ

  • ตั้งแต่เวลา 05.00-09.00 น. และตั้งแต่เวลา 16.00-21.00 น.

สวนเบญจกิติ กับมาตรการโควิด 19

 
 

8. วัดสุทัศน์ เสาชิงช้า

ตระเวนเที่ยวกรุงเทพฯ แบบ Onedaytrip ยังไงก็ต้องมาถ่ายรูปกันที่เสาชิงช้า หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของกรุงเทพฯ เรียกได้ว่าถ้าไม่ได้ถ่ายกับเสาชิงช้าก็เหมือนเที่ยวกรุงไม่ครบไม่จบทริป หลังจากได้มาชมเสาชิงช้าแล้ว ก็ต้องไม่พลาดเข้าไปไหว้พระศรีศากยมุนีในวัดสุทัศน์ ซึ่งมีบรรยากาศภายในเงียบสงบมาก ที่สำคัญมีองค์ท้าวเวสสุวรรณให้ได้กราบขอพรกันด้วย บริเวณภายนอกวัดละแวกเสาชิงช้าก็ยังมีร้านอาหารดังระดับตำนานหลายร้านรอให้ไปลิ้มลองความอร่อย 

  • ที่อยู่ : 146 ถนนบำรุงเมือง แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กรุงเทพฯ
  • พิกัดhttps://goo.gl/maps/DMXB1iZ8hxpHn2dK8 
  • เวลาเปิด : ทุกวัน เวลา 08.00 – 21.00
 
 

9. มหานคร สกายวอล์ค

ที่นี่เป็นสถานที่ เที่ยวในกรุงเทพ ที่กำลังมาแรง ตั้งอยู่บนชั้น 78 ของตึกมหานคร ตึกดีไซน์สวยแปลกตาที่สูงที่สุดในประเทศไทย สามารถมองเห็นวิวของกรุงเทพฯ ได้แบบ 360 องศา แบบสุดลูกหูลูกตา ยิ่งบรรยากาศยามเย็นนั้นลมดีมาก แถมยังมองเห็นพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าตัดกับแสงสีของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนที่ค่อย ๆ มีแสงสว่างจากอาคารบ้านเรือน เป็นภาพที่สวยงามมาก จุดเด่นอีกอย่างก็คือสะพานกระจกใสที่มองเห็นด้านล่างสุดหวาดเสียว ใครไปเดินแล้วรับรองว่ามีขาสั่นแน่นอน

  • ที่อยู่ : ตึกคิง เพาเวอร์ มหานคร 114 ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
  • เวลาเปิด : เปิดทำการทุกวัน ตั้งแต่ 10.00 – 22.00 นาฬิกา (รอบสุดท้ายที่เปิดให้เข้า คือ 21.00 นาฬิกา)
  • การเดินทาง : นั่ง BTS ลงที่สถานีช่องนนทรี ทางออกหมายเลข 3 , รถส่วนตัว มีบริการที่จอดรถฟรี
 
 

10. มิวเซียมสยาม

พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ที่ตั้งอยู่ติดกับสถานีรถไฟฟ้า MRT สนามไชย ภายในจัดแสดงนิทรรศการที่บอกเล่าทุกเรื่องของความเป็นไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน การแต่งกาย สถาปัตยกรรม ความเชื่อ วัฒนธรรมและประเพณี ความโดดเด่นของที่นี่คือเป็นพิพิธภัณฑ์ร่วมสมัยที่ไม่ได้มีเพียงวัตถุโบราณเท่านั้น หากแต่เน้นการสื่อสารที่แปลกใหม่ เน้นให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วมผ่านสื่อหลากหลายรูปแบบ

  • ที่อยู่ : 4 ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
  • เวลาเปิด : เปิดให้บริการ 10.00 – 18.00 น. ,เปิดให้บริการวันอังคาร-วันอาทิตย์

ค่าธรรมเนียมเข้าชม

  • ผู้ใหญ่ 100 บาท
  • เด็ก 50 บาท
  • ชาวต่างชาติ​ 300 บาท
  • การเดินทาง : MRT ลงที่สถานี่สนามชัย ออกประตูพระบรมหาราชวัง
 
 

ทั้ง 10 สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ ที่ไปเที่ยวชมได้ง่ายแบบ Onedaytrip นี้จะทำให้คุณได้รับประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบเหนือความคาดหมาย วันหยุดนี้ถ้าไม่รู้จะออกไปเที่ยวที่ไหน แนะนำเช็กลิสต์ทั้ง 10 ที่นี้ แล้วออกไป วันเดย์ทริปในกรุงเทพฯ กัน บางทีอาจจะได้เห็นเสน่ห์และมุมมองใหม่ ๆ ของกรุงเทพฯ ก็ได้

 

ที่มาข้อมูล