เครื่องเล่นใหม่ ณ ฮาร์เบอร์แลนด์ ไอคอนสยาม ในปี 2024: รีวิวทั้งหมดที่นี่!

ขอขอบคุณรูปภาพจาก: Harbour Land Group

หากพูดถึงสนามเด็กเล่นในยุคนี้คุณพ่อคุณแม่รุ่นใหม่ที่มีลูกอยู่ในวัยกำลังซนแทบทุกคนจะรู้จักกับ “ฮาร์เบอร์แลนด์” สนามเด็กเล่นชื่อดังจากต่างประเทศที่เด็กเข้าได้ตั้งแต่อายุ 5 เดือน ไปจนถึงอายุ 15 ปี หลังจากที่ฮาร์เบอร์แลนด์เปิดตัวในไทยมานานกว่า 7 ปี ก็มีสาขาเพิ่มมากขึ้นหลายแห่ง รวมถึง ฮาร์เบอร์แลนด์ ไอคอนสยาม ที่เรากำลังจะพูดถึงกันในวันนี้ บนพื้นที่ชั้น 6 ที่กว้างมากถึง 5,000 ตร.ม. ได้ถูกเนรมิตเป็น Mega Harborland ในธีม Little Thailand ความหมายคือสนุกที่เดียว เที่ยวได้ทั่วไทย เพราะผู้จัดต้องการให้การพาครอบครัวมาเที่ยวที่นี่เป็นเสมือนกับการได้ไปท่องเที่ยวทั่วประเทศในวันเดียว

เครื่องเล่นในฮาร์เบอร์แลนด์ ไอคอนสยามมีกี่โซน

ขอขอบคุณรูปภาพจาก: Harbour Land Group

ที่นี่มีเครื่องเล่นครบรสความสนุกแบบสุด ๆ ซึ่งนอกจากเครื่องเล่นในโซน Mega Harborland ที่ทั้งสนุกและตื่นเต้นแล้ว ยังมีโซน JumpZ ให้กระโดดอย่างจุใจและท้าทายความเร็ว อีกโซนหนึ่งคือ Harbor Inflatable เครื่องเล่นเป่าลมขนาดใหญ่แบบ Full Floor ทุกโซนเปิดให้เด็กทุกวัยเข้าไปเล่นได้ เพราะจะมีเครื่องเล่นชนิดต่าง ๆ ที่พร้อมสำหรับเด็กแต่ละช่วงวัย ไปดูกันว่าไฮไลต์ของที่นี่มีอะไรบ้าง

ไฮไลต์เครื่องเล่นในฮาร์เบอร์แลนด์ ไอคอนสยาม 2024 ที่ไม่ควรพลาด

ขอขอบคุณรูปภาพจาก: Harbour Land Group

1. เครื่องเล่นในโซน Mega Harborland เล่นได้ทั้งเด็กเล็กและเด็กโต

  • เครื่องเล่นสไลเดอร์ มี Dragon Spiral Tower Slide เครื่องเล่นที่ต้องสไลด์ลงมาจากหอคอยมังกร ให้ความสนุกและตื่นเต้นเหมือนได้ผจญภัย, Boomerang Donut Slide เครื่องเล่นสไลด์แบบสะใจกับแรงเหวี่ยง และ Ta-Khon Roller Slide เครื่องเล่นโรลเลอร์สไลด์ที่ยาวที่สุด ไม่ควรพลาด เด็กเล็กสามารถเล่นได้นั่งตักคุณแม่สไลด์ลงได้เลย
  • Zip Line เครื่องเล่นห้อยโหนให้เด็กไหลลื่นไปตามเส้นลวดเหมือนนกโบยบิน แต่ไม่สูงมาก ปลอดภัยสำหรับเด็ก
  • เครื่องเล่นแนวแข่งขัน มี Interactive Ball Attack เครื่องเล่นแข่งชู๊ตลูกบอล และ Interactive Cannon Target เครื่องเล่นแข่งยิงปืน เหมาะสำหรับเด็กโตที่ชอบเล่นแข่งขันทำคะแนน

2. โซน JumpZ มีเครื่องเล่นแทรมโพลีนสำหรับเด็กเล็กและเด็กโต

  • High 9 Interactive Trampoline เครื่องเล่นกระโดดกดปุ่มเพื่อทำคะแนนบนแทรมโพลีน เหมาะสำหรับเด็กโต
  • Sweeper Trampoline เครื่องเล่นกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางบนแทรมโพลีน ฝึกความเร็ว เหมาะสำหรับเด็กโตเช่นกัน

3. โซน Harbor Inflatable เครื่องเล่นเป่าลมขนาดใหญ่เต็มพื้นที่

  • Sweeper Inflatable เป็นเครื่องเล่นที่เต็มไปด้วยสิ่งกีดขวางให้เด็กได้ใช้ทักษะในการหลบหลีก ฝึกความคล่องแคล่วและท้าทาย เด็กเล็กเล่นได้ พื้นผิวเครื่องเล่นรองรับการล้มไม่ต้องกลัวเจ็บ

นอกจากความสนุกสนานที่หยิบยกมานี้ยังมีเครื่องเล่นอีกมากมายรอให้คุณมาสัมผัสประสบการณ์ด้วยตัวเองที่ ฮาร์เบอร์แลนด์ ไอคอนสยาม ชั้น 6 ราคาเริ่มต้นที่ 200 บาทต่อคน คิดค่าบริการเป็นรายชั่วโมง หากมาหลายคนหรือจัดกิจกรรมทัศนศึกษา, Team Building สามารถซื้อเป็นแพ็กเกจได้ จองบัตรออนไลน์ที่เว็บไซต์ของ Harborland Group เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 10.00 – 20.00 น. Long Weekend เปิดให้บริการถึง 21.00 น.

ที่มาข้อมูล:

สวนสนุก ฮาร์เบอร์แลนด์ : เที่ยวสะดวก เช็คสาขาใกล้บ้านได้ง่ายๆ

สวนสนุกฮาร์เบอร์แลนด์ (Harborland) คือสวนสนุกในร่มขนาดใหญ่ที่มีกิจกรรมเสริมสร้างพัฒนาการ ทักษะ และความแข็งแรงให้กับลูกน้อย ไม่ว่าจะเป็นการปีนผาจำลอง ไต่เชือกผจญภัย ลานโรลเลอร์สเก็ต สนามแทรมโพลีน เมืองจำลองขับขี่ เกมเลเซอร์แท็ก ดินแดนแห่งจินตนาการ การปั่นจักรยานทรงตัว สวนสนุกมหัศจรรย์ บ้านลมขนาดยักษ์ อาณาจักรเกม สวนสนุกดิจิทัลอินเตอร์แอคทีฟ และกิจกรรมอีกมากมาย แต่จะมีสาขาไหนบ้างนั้น บทความนี้มีคำตอบมาฝาก

ปัจจุบันฮาร์เบอร์แลนด์เปิดให้บริการในประเทศไทยมากกว่า 23 แห่ง ทั้งภายในศูนย์การค้าชื่อดัง อย่าง ฮาร์เบอร์แลนด์ ไอคอนสยาม เมกา บางนา เซ็นทรัล เวสต์เกต ซีคอน บางแค ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต นอกจากนั้นยังมีสาขาในจังหวัดเศรษฐกิจ ทั้งชลบุรี นครราชสีมา อุดรธานี อีกหลายสาขา  ซึ่งแต่ละแห่งมีรายละเอียดดังนี้

  • ตั้งอยู่ภายในศูนย์การค้าฮาร์เบอร์ พัทยา จังหวัดชลบุรี 
  • เป็นสาขาแรกของ Harborland มีขนาดพื้นที่ 12,000 ตารางเมตร ให้บริการกิจกรรมทั้งสิ้น 11 โซน 
  • ตั้งอยู่ภายในศูนย์การค้าเมกา บางนา จังหวัดสมุทรปราการ
  • ขนาดพื้นที่ 8,000 ตารางเมตร ให้บริการกิจกรรมทั้งสิ้น 8 โซน
  • ตั้งอยู่ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต จังหวัดนนทบุรี
  • ขนาดพื้นที่ 10,000 ตารางเมตร ให้บริการกิจกรรมทั้งสิ้น 7 โซน
  • ตั้งอยู่ภายในศูนย์การค้าซีคอน บางแค กรุงเทพมหานคร
  • ขนาดพื้นที่ 8,500 ตารางเมตร ให้บริการกิจกรรมทั้งสิ้น 4 โซน
  • ตั้งอยู่ภายในศูนย์การค้าไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร
  • ขนาดพื้นที่ 5,000 ตารางเมตร ให้บริการกิจกรรมทั้งสิ้น 3 โซน
  • ตั้งอยู่ภายในศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต จังหวัดปทุมธานี
  • ขนาดพื้นที่ 6,500 ตารางเมตร ให้บริการกิจกรรมทั้งสิ้น 5 โซน
  • ตั้งอยู่ภายในศูนย์การค้าแฟชั่น ไอส์แลนด์ กรุงเทพมหานคร
  • ขนาดพื้นที่ 3,500 ตารางเมตร ให้บริการกิจกรรมทั้งสิ้น 3 โซน
  • ตั้งอยู่ภายในศูนย์การค้าเกตเวย์ บางซื่อ กรุงเทพมหานคร
  • ขนาดพื้นที่ 2,500 ตารางเมตร ให้บริการกิจกรรมทั้งสิ้น 3 โซน
  • ตั้งอยู่ภายใจศูนย์การค้าเกตเวย์ เอกมัย กรุงเทพมหานคร
  • ขนาดพื้นที่ 4,000 ตารางเมตร ให้บริการกิจกรรมทั้งสิ้น 3 โซน
  • ตั้งอยู่ภายโรงแรมสินธร มิดทาวน์ หลังสวน กรุงเทพมหานคร
  • ขนาดพื้นที่ 1,000 ตารางเมตร ให้บริการกิจกรรมทั้งสิ้น 1 โซน
  • ตั้งอยู่ภายในศูนย์การค้าเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน จังหวัดนนทบุรี
  • ขนาดพื้นที่ 2,200 ตารางเมตร ให้บริการกิจกรรมทั้งสิ้น 1 โซน
  • ตั้งอยู่ภายในศูนย์การค้าเดอะมอลล์ ท่าพระ กรุงเทพมหานคร
  • ขนาดพื้นที่ 2,500 ตารางเมตร ให้บริการกิจกรรมทั้งสิ้น 1 โซน
  • ตั้งอยู่ภายในศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พระราม 3 กรุงเทพมหานคร
  • ขนาดพื้นที่ 1,500 ตารางเมตร ให้บริการกิจกรรมทั้งสิ้น 1 โซน
  • ตั้งอยู่ภายในศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช จังหวัดนครราชสีมา
  • ขนาดพื้นที่ 3,000 ตารางเมตร ให้บริการกิจกรรมทั้งสิ้น 2 โซน
  • ตั้งอยู่ภายในศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา จังหวัดชลบุรี
  • ขนาดพื้นที่ 1,500 ตารางเมตร ให้บริการกิจกรรมทั้งสิ้น 1 โซน
  • ตั้งอยู่ภายในตึกคอมศรีราชา จังหวัดชลบุรี
  • ขนาดพื้นที่ 3,000 ตารางเมตร ให้บริการกิจกรรมทั้งสิ้น 2 โซน
  • ตั้งอยู่ภายในตึกคอมชลบุรี จังหวัดชลบุรี
  • ขนาดพื้นที่ 3,000 ตารางเมตร ให้บริการกิจกรรมทั้งสิ้น 2 โซน
  • ตั้งอยู่ภายในตึกคอมอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี
  • ขนาดพื้นที่ 2,500 ตารางเมตร ให้บริการกิจกรรมทั้งสิ้น 2 โซน
  • ตั้งอยู่ภายในโรงแรมบัลโคนี ซีไซด์ ศรีราชา จังหวัดชลบุรี
  • ขนาดพื้นที่ 400 ตารางเมตร ให้บริการกิจกรรมทั้งสิ้น 1 โซน
  • ตั้งอยู่ภายในโรงแรมบัลโคนี คอร์ทยาร์ด ศรีราชา จังหวัดชลบุรี
  • ขนาดพื้นที่ 400 ตารางเมตร ให้บริการกิจกรรมทั้งสิ้น 1 โซน
  • ตั้งอยู่ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 9 กรุงเทพมหานคร
  • ขนาดพื้นที่ 2,200 ตารางเมตร ให้บริการกิจกรรมทั้งสิ้น 1 โซน
  • ตั้งอยู่ภายในศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์ กรุงเทพมหานคร
  • ขนาดพื้นที่ 2,000 ตารางเมตร ให้บริการกิจกรรมทั้งสิ้น 1 โซน
  • ตั้งอยู่ภายในศูนย์การค้าเดอะมอลล์ บางกะปิ กรุงเทพมหานคร
  • ขนาดพื้นที่ 12,000 ตารางเมตร ให้บริการกิจกรรมทั้งสิ้น 1 โซน

จะเห็นว่าฮาร์เบอร์แลนด์เป็นอีกหนึ่งสถานที่พักผ่อนที่ทุกครอบครัวไม่ควรพลาด เพราะนอกจากทุกกิจกรรมจะสนุกถูกใจเด็กแล้ว ทุกสาขายังตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าหรือโรงแรมชื่อดังทำให้สามารถตอบโจทย์การพักผ่อนของคุณพ่อคุณแม่ไปพร้อม ๆ กันด้วย ซึ่งหากอยากสัมผัสประสบการณ์จริงสามารถตรวจสอบราคาค่าเข้าได้ที่ Harborland Group Official หรือติดต่อ 065 848 1000

อ่านเพิ่มเติม

ที่มาข้อมูล 

กิน ชม ชิล: 10 ทริปดินเนอร์ ล่องเรือ ไม่ควรพลาดบนแม่น้ำเจ้าพระยา

หากรู้สึกเบื่อกับการดินเนอร์ในร้านอาหารหรือห้างหรู แนะนำให้เปลี่ยนบรรยากาศมาล่องเรือดินเนอร์แม่น้ำเจ้าพระยา บอกเลยว่านอกจากจะหายเบื่อแล้ว ความพิเศษของการได้ดินเนอร์บนเรือคือได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ ได้รับประทานอาหารอร่อย ๆ พร้อมสัมผัสวิวความงามของโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงยังได้ชื่นชมความงามของสถานที่สำคัญริมน้ำ เหมาะอย่างยิ่งกับวันพักผ่อนหรือวันที่ต้องการมื้อค่ำสุดพิเศษ

ดินเนอร์หรูบนเรือขนาดใหญ่ที่พร้อมพาทุกคนชมวิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา นอกจากบรรยากาศงดงามยามค่ำแล้ว อาหารของที่นี่ก็ขึ้นชื่อไม่แพ้กัน โดยเฉพาะหน้าตาอาหารที่น่ารับประทานและรสชาติแสนอร่อย คัดสรรวัตถุดิบมาเป็นอย่างดี เน้นบุฟเฟ่ต์นานาชาติและซีฟู้ด เลือกรับประทานได้อย่างจุใจ โดยเฉพาะอาหารทะเลและซาชิมิที่สดหวานทุกคำ

  • ราคา : เด็ก เริ่มต้น 690 บาท / ผู้ใหญ่ เริ่มต้น 990 บาท
  • จุดขึ้นลงเรือ : ท่าเรือเอเชียทีค
  • ระยะเวลาเดินทาง : 19.30 – 21.30 น.

ใครชอปปิงไอคอนสยามมาเหนื่อย ๆ แนะนำให้มา ล่องเรือเจ้าพระยา ไอคอนสยาม กันต่อ มาแล้วจะได้ไม่เสียเที่ยว ล่องเรือชมความงามของสองริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมรับประทานอาหารอร่อย ๆ แบบบุฟเฟ่ต์นานาชาติ ไฮไลต์คืออาหารทะเลสดใหม่ เช่น หอยแมงภู่นิวซีแลนด์ ปลาแซลมอน กุ้งแม่น้ำ ท่ามกลางดนตรีเพราะ ๆ ตลอดสองชั่วโมงเต็ม จะเลือกนั่งรับลมชิลบนดาดฟ้าก็ได้หรือจะนั่งสวย ๆ ภายในเรือก็ได้เช่นกัน

  • ราคา : เด็ก เริ่มต้น 690 บาท / ผู้ใหญ่ เริ่มต้น 990 บาท
  • จุดขึ้นลงเรือ : ท่าเรือไอคอนสยาม
  • ระยะเวลาเดินทาง : 19.15 – 21.15 น.

ดินเนอร์สุดหรูที่นอกจากพร้อมเสิร์ฟความอร่อยแล้วยังให้คุณเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศหรูหราของเรือสวยระดับ 6 ดาว เรือหรูระดับโลกที่ต้องลองใช้บริการสักครั้ง ดีไซน์หรูหรา มาพร้อมที่นั่งแสนสบายเพิ่มอรรถรสในการรับประทานอาหาร พร้อมเสิร์ฟบุฟเฟ่ต์อาหารทะเลที่คัดสรรความสดใหม่มาให้บริการ นอกจากนี้ยังมีอาหารนานาชาติ ทั้งไทย จีน ญี่ปุ่น และยุโรป

  • ราคา : เด็ก เริ่มต้น 1,200 บาท / ผู้ใหญ่ เริ่มต้น 1,400 บาท
  • จุดขึ้นลงเรือ : ท่าเรือไอคอนสยาม
  • ระยะเวลาเดินทาง : 20.00 – 22.15 น. 

อิ่มอร่อยพร้อมตื่นตาตื่นใจไปกับเรือใหญ่สุดหรู มาพร้อมการตกแต่งไม่ธรรมดาเพราะมาในธีมอวกาศ เรือหรูระดับ 5 ดาวที่พร้อมพาคุณล่องเรือชมความงามของสถานที่สวยงามริมแม่น้ำเจ้าพระยา ลิ้มรสอาหารอร่อย ๆ กับบุฟเฟ่ต์ซีฟู้ด ไฮไลต์คือกุ้งแม่น้ำเนื้อแน่นและซาชิมิคำโต มีเครื่องดื่มพร้อมเติมแบบไม่อั้น นอกจากได้เต็มอิ่มกับวิวสวย ๆ แล้วยังได้อิ่มท้องกับอาหารอร่อย ๆ เพียบ

  • ราคา : เด็ก เริ่มต้น 900 บาท / ผู้ใหญ่ เริ่มต้น 1,200 บาท
  • จุดขึ้นลงเรือ : ท่าเรือเอเชียทีค
  • ระยะเวลาเดินทาง : 20.00 – 22.00 น.

รู้หรือไม่ว่าหากอยากล่องเรือพร้อมรับประทานมื้อค่ำ เพียงเตรียมงบประมาณแค่ 650 บาท ก็สามารถเป็นเจ้าของมื้อพิเศษบนเรือได้ เพราะที่นี่บริการบุฟเฟ่ต์ซีฟู้ดและนานาชาติราคาย่อมเยา รับประกันว่าของอร่อยเพียบ วัตถุดิบสดใหม่ เครื่องดื่มอร่อย ๆ เติมไม่อั้น และยังได้ชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาแบบเต็มอิ่ม มั่นใจว่าปลอดภัยกับบริการที่มีมานานกว่า 12 ปี 

  • ราคา : เริ่มต้นที่ 650 บาท
  • จุดขึ้นลงเรือ : ท่าเรือไอคอนสยาม
  • ระยะเวลาเดินทาง : รอบ Sunset 16.30 – 18.30 น. (เฉพาะวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์) และรอบ Dinner 19.45 – 21.45 น.

สัมผัสประสบการณ์ดินเนอร์สุดหรูบนเรือขนาดใหญ่ 3 ชั้น พร้อมรับชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาบนดาดฟ้า ปล่อยให้สายลมปะทะใบหน้าแบบชิล ๆ บรรยากาศแบบนี้หาได้ที่นี่เท่านั้น นอกจากวิวสวยแล้วยังให้คุณได้ฟินกับบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ ยกทัพมาให้เลือกรับประทานแบบไม่อั้น เพลิดเพลินกับดนตรีสด ที่สำคัญยังมีไฮไลต์คือน้ำพุและบันไดเลื่อนบนเรือ สะดวกสบาย เท่คูลสุด ๆ 

  • ราคา : เด็ก เริ่มต้น 950 บาท / ผู้ใหญ่ เริ่มต้น 1,250 บาท
  • จุดขึ้นลงเรือ : ท่าเรือริเวอร์ซิตี้ สี่พระยา
  • ระยะเวลาเดินทาง : 19.30 – 21.30 น.

เต็มอิ่มกับบรรยากาศพร้อมอิ่มท้องไปกับมื้อค่ำสุดหรูบนเรือขนาดใหญ่ 3 ชั้น เลือกได้ว่าอยากชิลบนดาดฟ้าหรือชมวิวความงามจากด้านในเรือ แต่ไม่ว่าจะอยู่มุมใดก็สามารถอิ่มอร่อยกับวัตถุดิบสุดพรีเมียมของบุฟเฟ่ต์นานาชาติที่ยกทัพมาเสิร์ฟความอร่อยกันถึงบนเรือ ไฮไลต์คืออาหารทะเลอย่างหอยแมลงภู่ ซาชิมิ กุ้งแม่น้ำ อีกทั้งเรือยังรับเหมาจัดงานสำคัญด้วย ใครอยาก ล่องเรือเจ้าพระยา ไอคอนสยาม  แบบฟิน ๆ แนะนำที่นี่เลย

  • ราคา : เด็ก เริ่มต้น 690 บาท / ผู้ใหญ่ เริ่มต้น 960 บาท
  • จุดขึ้นลงเรือ : ท่าเรือไอคอนสยาม
  • ระยะเวลาเดินทาง : 17.00 – 18.45 น. 

แค่ชื่อก็การันตีแล้วว่าค่ำคืนพิเศษของคุณจะต้องเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เพราะจะต้องประทับใจในบริการและเมนูบุฟเฟ่ต์ที่คัดสรรมาอย่างดี จุดเด่นคือกุ้งตัวโตเนื้อแน่นพร้อมเสิร์ฟแบบไม่อั้นและซูชิคำโต นอกจากเสียงเพลงเพราะ ๆ แล้วยังมีโชว์รำไทยให้เพลิดเพลินกับศิลปวัฒนธรรมอีกด้วย 

  • ราคา : เด็ก เริ่มต้น 799 บาท / ผู้ใหญ่ เริ่มต้น 1,500 บาท
  • จุดขึ้นลงเรือ : ท่าเรือไอคอนสยาม
  • ระยะเวลาเดินทาง : 19.15 – 21.15 น.

ตลอดระยะเวลา 2 ชั่วโมง รับรองว่าจะได้เต็มอิ่มกับวิวโค้งน้ำเจ้าพระยาสวย ๆ อีกทั้งยังได้อิ่มอร่อยกับบุฟเฟ่ต์นานาชาติ โดยเฉพาะกุ้ง หอย และซาชิมิ คัดสรรแบบสดใหม่ เพลิดเพลินกับการแสดงแบบไทยและดนตรีเพราะ ๆ ที่มามอบความบันเทิงตลอดทริป ใครเกิดในวันนั้นยังมีโอกาสรับเค้กฟรีอีกด้วย พิเศษสุด ๆ ไปเลย

  • ราคา : เด็ก เริ่มต้น 799 บาท / ผู้ใหญ่ เริ่มต้น 999 บาท
  • จุดขึ้นลงเรือ : ท่าเรือเอเชียทีค
  • ระยะเวลาเดินทาง : 19.15 – 21.15 น.

อิ่มอร่อยและเพลิดเพลินไปกับอาหารและเพลงเพราะ ๆ บนเรือหรู 3 ชั้น เลือกได้เลยว่าจะเพลิดเพลินชมวิวดาดฟ้าหรือจากด้านในเรือ ไม่ว่าจะมุมไหนก็ได้อร่อยไปกับบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติและซีฟู้ด โดยเฉพาะกุ้งแม่น้ำและหอยแมลงภู่ตัวโต รวมถึงเครื่องดื่มไม่อั้น หากเป็นวันพิเศษอย่างวันเกิด วันครบรอบ บอกเลยว่ามีของขวัญพิเศษมอบให้ด้วย คุ้มค่าขนาดนี้ห้ามพลาดเด็ดขาด

  • ราคา : เด็ก เริ่มต้น 690 บาท / ผู้ใหญ่ 890 บาท
  • จุดขึ้นลงเรือ : ท่าเรือเอเชียทีค
  • ระยะเวลาเดินทาง : 17.00 – 18.45 น.

ใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากการดินเนอร์ในร้านอาหารมาเป็นการดินเนอร์บนเรือสุดหรู ทั้งยังได้ชมทิวทัศน์ของโค้งน้ำและวิวสวย ๆ จากสองฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา บอกเลยว่าไม่ควรพลาด 10 ทริปดินเนอร์ที่หยิบมาบอกต่อ เชื่อว่าจะได้สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ที่แน่นอนว่าต้องติดใจ รับรองว่าจะได้กิน ชม และชิลกันบนเรือแบบไม่มีเบื่อ 

อ่านเพิ่มเติม

ที่มาข้อมูล

บุฟเฟ่ต์ไอคอนสยาม : รายชื่อสุดยอดร้านอาหารระดับพรีเมี่ยมที่ที่คุณไม่ควรพลาด

ไอคอนสยาม Destination ของใครหลายคนที่ต้องนึกถึงเมื่ออยากชอป อยากเจอเพื่อน อยากพาครอบครัวลูกเล็กเด็กโตไปเล่นสวนสนุก หรือพาคนรู้ใจไปนั่งดินเนอร์ ไม่ว่าจะเป็น บุฟเฟ่ต์ ไอคอนสยาม หรือร้านอาหารหลากสไตล์ ได้เห็นวิวแม่น้ำ ทุกความปรารถนาต่างมุ่งตรงมายังไอคอนสยามเพราะที่นี่เป็นได้ทุกสิ่งให้กับทุกคน ยิ่งไปกว่านั้นไอคอนสยามในวันนี้ยังมีส่วนต่อขยายไปยังฝั่งตรงข้าม คือ ICS หรือ ICOMSIAM 2 เพิ่มความอลังการของศูนย์การค้ายักษ์ใหญ่ริมถนนเจริญนครแห่งนี้มากยิ่งขึ้นไปอีก

วันนี้เราจะพาไปส่องร้านอาหารสไตล์บุฟเฟ่ต์ สำหรับใครที่เดินสายนี้เป็นประจำไปเช็กอินกันได้บ่อย ๆ ไม่มีเบื่อ เพราะทุกร้านที่นี่ขอบอกว่าพรีเมียมมาก ๆ  

บุฟเฟ่ต์ระดับลักชัวรีจัดเต็มเมนูพรีเมียมอาหารญี่ปุ่น ทั้งซาชิมิ ข้าวปั้นหน้าต่าง ๆ และซีฟู้ดที่มาพร้อมกับอาหารนานาชาติอีกมากมายนับร้อยชนิด แถมมีครีเอทเมนูพิเศษใหม่ ๆ เฉพาะตัวสุดดีลักซ์ อย่างเป๋าฮื้อเจียนซอสคู่หมั่นโถวทอด สเต็กฟัวกราส์ซอสเชลนัท หอยเชลล์มูสข้าวโพด ล็อบเตอร์อบ รสชาติล้ำอิ่มจุกทุกโต๊ะ ตบท้ายด้วยขนมหวาน ไอศกรีมและผลไม้เบา ๆ ในราคา 1,000 บาทต้น ๆ เด็กครึ่งราคา มีโปรหลายรายการแล้วแต่ช่วงเวลาสามารถเช็กก่อนได้ 

  • เวลาเปิดให้บริการ : 12.00 – 14.30 น. และ 17.00 – 21.00 น.

สอบถามรายละเอียดการจอง

ขอบคุณภาพจาก : Mo-Mo-Paradise ไอคอนสยาม

บุฟเฟ่ต์ชาบูและปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นชื่อดังที่เน้นเมนูเนื้อ หลายคนคงเคยเห็นว่ามีเมนูแบบ DIY แชร์กันในโซเชียลบ่อยมาก ใครไปกินแล้วครีเอทเมนูอะไรใหม่ ๆ ก็จะมาบอกต่อกัน เช่น เนื้อห่อผัก ข้าวหน้าเนื้อภูเขาไฟไข่ดอง ซุปทงคตสึผักกาดแก้ว เป็นเมนูที่คนกินคิดเองทำเอง ไปที่ร้านนี้จะกินแบบไหนสร้างสรรค์ได้ตามต้องการ ทางร้านเขาจัดวัตถุดิบมาให้เต็มที่อยู่แล้ว ต้องยอมรับในคุณภาพระดับพรีเมียมที่ทำให้ใครหลายคนชื่นชอบความเป็นโมโม่แบบนี้ 

นอกจากนี้ความโดดเด่นของโมโม่ยังอยู่ที่ไอศกรีมอีกด้วย ช่วงนี้มีเข้ามาใหม่เป็น Okinawa Kokuto Ice Cream ส่วนผสมพิเศษคือ Kokuto Black Sugar เป็นน้ำตาลดำเกรดพรีเมียมไปลิ้มลองกันได้ ราคาค่าความอร่อยทั้งหมดคุ้มมาก ๆ ปกติ 599++  น้ำดื่มรีฟิลได้ เวลาที่ให้นั่งรับประทาน 100 นาที 

  • เวลาเปิดให้บริการ : 11.00 – 22.00 น.

สอบถามรายละเอียดการจอง

  • โทร : 02-288-0045, 098-286-0387
  • Line @momoparadiseth
  • FB : ThaiMoMoParadise
  • IG : momoparadiseth
  • หรือไปที่หน้าร้าน แนะนำให้ไปลงชื่อไว้ก่อน เดินเล่นในห้างรอคิวชิล ๆ ไป
  • พิกัด : ชั้น 6 ไอคอนสยาม
ขอบคุณภาพจาก : Krungsri Credit Card (krungsricard.com)

บุฟเฟ่ต์สไตล์ปิ้งย่าง ทั้งยากินิคุ ซูชิ และซีฟู้ด รวมกว่า 200 รายการ เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นเกรดพรีเมียมที่คัดเลือกวัตถุดิบมาเป็นอย่างดี กับการสัมผัสความละมุนของปลาดิบหน้าตาดี อาหารซีฟู้ดมีให้เลือกหลากสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นแบบดองซีอิ๊วเกาหลีหรือซีฟู้ดสุดแซ่บ ทั้งกุ้งลายเสือ กุ้งหวาน โอโทโร่ หอยเชลล์ ปลาไหลญี่ปุ่น ไข่ปลาแซลมอน ปู King Crab รวมความอร่อยได้คุ้มราคาจริง ๆ เริ่มต้นที่ 599++ มีของทานเล่นมากมาย

  • เวลาเปิดให้บริการ : วันจันทร์ – ศุกร์ 11.00 – 22.00 น. วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 10.00 – 22.00 น.

สอบถามรายละเอียดการจอง

ใครที่กำลังตาม บุฟเฟ่ต์ ไอคอนสยาม แบบสุกี้ ชาบู แนะนำ You & I ที่นี่เป็นสุกี้ที่แยกหม้อส่วนตัวให้สำหรับทุกคนซึ่งเป็นจุดเด่นของร้าน และมีเมนูหลากหลายตั้งแต่เนื้อวากิว เนื้อแองกัสคุณภาพดี อาหารทะเลก็มีอย่างหอยนางรมสด หอยเชลล์ญี่ปุ่น ปลาไหล ปลาบัตเตอร์ฟิช วัตถุดิบกว่าครึ่งร้านเน้นนำเข้าจากต่างประเทศ คุณภาพสดใหม่ให้รับประทานกันแบบไม่อั้น อีกอย่างหนึ่งที่เป็นจุดเด่นก็คือความหลากหลายของน้ำซุปและน้ำจิ้มครบรส พร้อมขนมหวานตบท้าย ราคาเริ่มต้น 498++ บาท 

  • เวลาเปิดให้บริการ : 10.00 – 21.00 น.

สอบถามรายละเอียดการจอง

ขอบคุณภาพจาก : ICS Mixed-Use Lifestyle Town (onesiam.com)

บุฟเฟ่ต์ชาบูญี่ปุ่นระดับ Traditional มีให้เลือกทั้งน้ำใสและน้ำดำตำรับคันไซแท้ มาพร้อมกับคาราวานอาหารญี่ปุ่นที่มีเมนูให้เลือกเพียบทั้งซูชิ ซาชิมิ วัตถุดิบสดใหม่จากประเทศญี่ปุ่น อาทิ ปลาฮามาจิ ทูปลาน่าเนื้อแดง ชูโทโร่ โอโทโร่ เนื้อวากิวพับนอก จัดเป็นแพ็กเกจ 3 ระดับ ตั้งแต่ Premium ราคา 699++ Platinum ราคา 1,299++ และ Prestige ราคา 1,699++ 

  • เวลาเปิดให้บริการ : 11.00 – 22.00 น.

สอบถามรายละเอียดการจอง

ขอบคุณภาพจาก : ICONSIAM : Dining : Evaime Shabu Shabu

บุฟเฟต์ชาบูสายเนื้อ ยกขบวนมาให้ฟินทั้งเนื้อวัว เนื้อหมูรวม 9 ชนิด พร้อมน้ำซุป 7 สูตร อาทิ สูตรต้นตำรับ สูตรเห็ดหอม ต้มยำ จิ้มจุ่ม หม่าล่า ทุกสูตรเข้มข้น แซ่บ และนัว มากับน้ำจิ้มเด็ด ๆ ไม่ต่ำกว่า 10 รสชาติ ส่วน Appetizer เรียกน้ำย่อยมีหลากหลายรายการกินแล้วหยุดไม่ได้ ราคาเบาแต่อิ่มหนัก เริ่มต้นที่ 399++

  • เวลาเปิดให้บริการ : 10.00 – 22.00 น.  

สอบถามรายละเอียดการจอง

ใครที่ชอบกินบุฟเฟ่ต์ ไอคอนสยามเป็นอีกที่หนึ่งที่คุณสามารถเลือกได้หลายสไตล์จากหลายร้าน แต่ละร้านล้วนแล้วแต่เป็นบุฟเฟ่ต์ที่พรีเมียม เน้นคุณภาพวัตถุดิบและมีความหลากหลายของเมนู เรียกได้ว่ามากี่ครั้งก็พบแต่ความสดใหม่ และถ้าจังหวะดีมีโปรพิเศษคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม ต้องคอยติดตามจากช่องทางของแต่ละร้านว่าช่วงไหนมีอะไรดีบ้าง ที่ได้ทั้งความอร่อย ฟิน และคุ้มค่า 

อ่านเพิ่มเติม

ที่มาข้อมูล

คู่มือล่าสุด: 10 เรื่องที่คุณต้องรู้ก่อนใช้รถไฟฟ้าไปยังไอคอนสยามสายสีทอง

BTS Golden Line ICONSIAM
รถไฟฟ้าสายสีทอง

หากเอ่ยถึงห้างสรรพสินค้าริมน้ำที่เรียกได้ว่าเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของทั้งคนไทยและต่างชาติ เชื่อว่าหลายคนจะต้องทายถูกว่าเรากำลังพูดถึง “ไอคอนสยาม” ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา รวบรวมสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังไว้มากมายจนกลายเป็นจุดเช็กอินสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวประเทศไทย นอกจากการเป็นห้างขนาดใหญ่แล้ว ปัจจุบันได้มีโครงการ ไอคอนสยามรถไฟฟ้าสายสีทอง ครั้งแรกของไทยที่มีรถไฟฟ้าไร้คนขับ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่ต้องการเดินทางมาย่านนี้

ประวัติไอคอนสยาม ห้างริมน้ำสุดหรูของไทย

ไอคอนสยาม

ห้างหรูริมแม่น้ำแห่งนี้เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 เกิดจากการร่วมมือกันระหว่าง สยามพิวรรธน์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดิเวล็อปเม้นต์ ร่วมทุนกว่า 50,000 ล้านบาท เพื่อเนรมิตห้างหรูบนพื้นที่ 750,000 ตารางเมตร ของเขตคลองสาน ใครที่เคยคิดว่าไอคอนสยามเป็นห้างสรรพสินค้าเพียงอย่างเดียวต้องบอกว่าเข้าใจผิด เพราะประกอบด้วยส่วนที่เป็นห้างสรรพสินค้า อาคารสำหรับพักอาศัย นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของ สยาม ทาคาชิมายะ ห้างพรีเมียมจากญี่ปุ่นที่เปิดสาขาในไทยครั้งแรก ความยิ่งใหญ่นี้จึงทำให้ไอคอนสยามกลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของไทยที่มีคนไทยและต่างชาติแวะเวียนมาไม่ขาดสาย

10 เรื่องที่ต้องรู้ก่อนใช้รถไฟฟ้าสายสีทองไปยังไอคอนสยาม

ไอคอนสยาม
  1. รถไฟฟ้าสายสีทองถูกยกให้เป็นรถไฟฟ้าไร้คนขับสายแรกของไทย เปิดให้บริการเพียง 3 สถานีเท่านั้น ได้แก่ กรุงธนบุรี เจริญนคร และคลองสาน ใครได้ใช้บริการถือว่าเอ็กซ์คลูซีฟสุด ๆ  
  2. เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2563
  3. ใครอยากมาไอคอนสยามต้องลงสถานีเจริญนคร ทางออก 3 รับรองถึงชัวร์ เดินเข้าทางเชื่อมตัวห้างสรรพสินค้าได้เลย
  4. รถไฟฟ้าสายสีทองออกแบบมาให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและคนที่พักอาศัยละแวกนั้น เพราะใช้ตอม่อขนาดเล็ก ไม่กินพื้นที่ ลดการเวนคืน และออกแบบให้ลดเสียงรบกวน ทันสมัยและทนทานสุด ๆ 
  5. รู้หรือไม่ รถไฟฟ้าสายสีทองคือรูปแบบเดียวกับรถไฟฟ้าที่ให้บริการที่ London Heathrow (อังกฤษ) และที่ Frankfurt Main (เยอรมัน)
  6. รองรับผู้โดยสารได้มากถึง 276 คนต่อขบวน รอคิวไม่นานแน่นอน
  7. แม้จะเป็นชั่วโมงเร่งด่วน มีเวลาแค่ 6 นาที ก็เดินทางจากสถานีกรุงธนบุรีถึงไอคอนสยามได้ 
  8. ทำความเร็วสูงสุดถึง 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รีบแค่ไหนก็เอาอยู่ทั้งคนทำงานและคนที่เดินทางไปย่านนั้น
  9. ราคาสบายกระเป๋า เพียง 16 บาทตลอดสาย
  10. เปิดบริการเช้าและปิดดึก เวลาให้บริการ รถขบวนแรก 06.00 น. และขบวนสุดท้ายให้บริการเวลาประมาณ 23.30 น. ชอปปิงกันถึงดึกได้เลย

ใครที่คิดว่าการเดินทางไปไอคอนสยามไม่สะดวกสบายเพราะไม่ใช่ห้างใจกลางเมือง บอกเลยว่าผิดคาด เพราะไอคอนสยาม รถไฟฟ้าสายสีทองพร้อมให้บริการแล้ว อุดรอยรั่วด้านการเดินทางที่เคยคิดว่ายากให้ง่ายยิ่งขึ้น ทำให้ได้รับความสะดวกสบาย อยากชอปปิงเมื่อไหร่ก็เดินทางได้อย่างรวดเร็วทันใจ

ที่มาข้อมูล:

Siam Center ชิลล์ๆ : 7 คาเฟ่นั่งทำงาน จิบกาแฟ ฟินๆ

Siam Center

เทรนด์การทำงานในยุคนี้ต้องยกให้กับการทำงานแบบ Work from Anywhere หรือการทำงานจากที่ไหนก็ได้ ขอให้เพียงงานเสร็จ เข้าประชุมออนไลน์ตามนัดหมาย แต่จะให้ทำงานจากที่บ้านทุกวันก็กลัวว่าจะดูน่าเบื่อเกินไป หลายคนจึงเลือกทำงานจากนอกบ้าน โดยเฉพาะคาเฟ่บรรยากาศสวย ๆ เหมาะกับการทำงาน นอกจากได้ทำงานแล้วยังได้แฮงเอาท์กับเพื่อน ๆ และหาแรงบันดาลใจจากสิ่งใหม่ ๆ รอบตัว หากใครเป็นคนทำงาน นักเรียน หรือนักศึกษา ที่กำลังมองหาคาเฟ่นั่งทำงานสุดชิลล์ ขอแนะนำคาเฟ่เหมาะกับการนั่งทำงานใน siam center นอกจากมีตัวเลือกหลายร้านแล้วยังเดินทางสะดวกมาก ๆ 

1.Maison Claris

ขอบคุณภาพจาก : Maison Claris 

ร้านเกิดจากการร่วมมือกันของคนรุ่นใหม่ที่รู้จักกันมานานและมีโอกาสเดินทางเที่ยวหลายประเทศ สั่งสมความรู้และประสบการณ์จนกลายมาเป็นคาเฟ่ขนมหวาน การจัดร้านโดดเด่นสะดุดตา เลือกใช้โทนสีหวานและดอกไม้สีสวยเหมาะกับการเป็นคาเฟ่เอาใจสายหวาน จุดเด่นคือเมนูต่าง ๆ ออกแบบอย่างพิถีพิถัน หน้าตาสวยงามแถมรสชาติอร่อย เมนูที่ห้ามพลาดคือ Claris Set ซิกเนเจอร์ของร้าน ได้แรงบันดาลใจจากทุ่งดอกไม้และโรงงานน้ำหอมจากฝรั่งเศส เหมาะกับสายคอนเทนต์ นักเรียน คนทำงาน ที่มองหาพื้นที่นั่งหาไอเดียคูล ๆ 

  • พิกัด : Siam Center ชั้น 1 
  • ช่วงราคา 150 – 500 บาท

2.T (Bar) x The Summer House

คาเฟ่สำหรับสายฮิป โดดเด่นด้วยการตกแต่งร้านสีสันสะดุดตา หากมาถึงต้องได้คอนเทนต์แน่ ๆ เมนูแนะนำ คือ Matcha Latte with Bubble ชงสดแบบแก้วต่อแก้ว เสิร์ฟพร้อมไข่มุกสีทองเคี้ยวหนึบหนับ แถมยังมีกลิ่นหอมของน้ำตาลเคี่ยวและน้ำผึ้ง หากนั่งทำงานแล้วหิวทางร้านก็มีเมนูสุขภาพดีอย่างสลัดเตรียมไว้ให้รองท้อง นอกจากเป็นคาเฟ่สุดเก๋แล้วยังมีสินค้าแฟชั่นจำหน่าย นักเรียน นักศึกษา ที่ชอบแต่งตัวสไตล์คูล ๆ หรือมองหาที่นั่งทำงานสุดชิลห้ามพลาดเด็ดขาด

  • พิกัด : Siam Center ชั้น 1 
  • ช่วงราคา : 90 – 300 บาท

3.Everyday Karmakamet

หากพูดถึง Everyday Karmakamet เชื่อว่าหลายคนคงคิดถึงร้านจำหน่ายเครื่องหอมและสินค้ามีสไตล์ แต่ทราบหรือไม่ว่าที่นี่มีคาเฟ่พร้อมเสิร์ฟความหอมหวานละมุนของเครื่องดื่มอีกด้วย เมนูยอดฮิต ได้แก่ Rose with Milk Tea ที่จะได้ดื่มด่ำกับความหอมของชาและกลิ่นกุหลาบ เหมาะกับการนั่งทำการบ้านสุด ๆ การตกแต่งร้านเน้นความเรียบง่ายแต่มีสไตล์ หากมีโอกาสได้มานั่งทำงานอย่าลืมซื้อโปสการ์ดหรือเครื่องหอมติดไม้ติดมือกลับไปด้วยนะ

  • พิกัด : Siam Center ชั้น 4
  • ช่วงราคา : 100 – 250 บาท

4.Mom & Sis The Smoothie Cafe’

ขอบคุณภาพจาก : Momandsiscafe 

ใครเป็นสายรักสุขภาพเชิญทางนี้ เพราะนี่คือคาเฟ่เอาใจสายสุขภาพ เครื่องดื่มส่วนใหญ่เป็นสมูธตี้เพื่อคนสุขภาพดี จุดเด่นคือเลือกใช้วัตถุดิบธรรมชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ จึงดีต่อสุขภาพสุด ๆ แถมบางแก้วยังใส่ Super Food อย่างธัญพืช ผลไม้ คอมพลีทการเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพเป็นอย่างดี เมนูแนะนำ ได้แก่ Avocado Bowl เมนูซิกเนเจอร์ แหล่งรวมไขมันชั้นดี ดีต่อใจ ดีต่อสุขภาพ หรือ Berry Blast ที่มิกซ์ผลไม้ตระกูลเบอร์รีไว้ในแก้วเดียว สำหรับสไตล์การจัดร้านเน้นความโปร่งสบาย แต่งแต้มด้วยต้นไม้สีเขียว เหมาะกับคนทำงาน นักศึกษา ที่มองหาคาเฟ่สไตล์เรียบง่ายแต่ยังมีกลิ่นอายความสดชื่น

  • พิกัด : Siam Center ชั้น G
  • ช่วงราคา : 150 – 300 บาท

5.Fire Tiger by Seoulcial Club

ขอบคุณภาพจาก : Fire Tiger by Seoulcial Club 

ใครเป็นสายชานมไข่มุกเชื่อว่าต้องรู้จักร้านนี้ โดยร้านดังอย่างคาเฟ่เสือพ่นไฟได้มาเปิดคาเฟ่ใจกลางสยาม ตกแต่งร้านโทนสีทอง ขาดไม่ได้คือใบหน้าเสือขนาดใหญ่อันเป็นเอกลักษณ์ของร้าน เมนูที่อยากบอกต่อ คือ Fire Tiger Milk Tea เมนูซิกเนเจอร์มาพร้อมไข่มุกบุกและไข่มุกธรรมดา หากอยากเติมความสดชื่นแนะนำ Fruit Tea ภายในร้านมีพื้นที่นั่งทำงานขนาดกะทัดรัด เหมาะอย่างยิ่งกับนักศึกษา นักเรียน ที่มองหาคาเฟ่ราคาเบา ๆ นั่งอ่านหนังสือ ดื่มเสร็จก็เดินชอปปิงต่อได้แบบสบาย ๆ 

  • พิกัด : Siam Center ชั้น M, Siam Square ซอย 3
  • ช่วงราคา : 100 – 250 บาท

6.Yenly Yours

ขอบคุณภาพจาก : Mike Lennore

คาเฟ่มะม่วงยืนหนึ่งเรื่องการออกแบบเมนูเครื่องดื่มที่ผสมผสานผลไม้ขึ้นชื่ออย่างมะม่วงไว้อย่างลงตัว แน่นอนว่าเมนูที่ต้องสั่งคือเมนูน้ำมะม่วงปั่น มีท็อปปิงให้เลือกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเนื้อมะม่วงสด ไข่มุก อย่าลืมสั่งโมจิมะม่วงมาพร้อมความอร่อยแบบกำลังดีแต่หอมมะม่วงสุด ๆ การตกแต่งร้านเน้นโทนสีเหลืองสะท้อนความหวานฉ่ำของมะม่วงตัดกับโทนสีดำ โดดเด่นและดูสดใส เหมาะมากกับนักศึกษาและคนทำงานที่มองหามุมนั่งทำงานแถมมีเครื่องดื่มอร่อย ๆ พร้อมเสิร์ฟ

  • พิกัด : Siam Center ชั้น 2
  • ช่วงราคา 100 – 200 บาท

7.Coco Fresh Tea & Juice

คาเฟ่ชานมไข่มุกที่ไม่ธรรมดาเพราะนี่คือแบรนด์จากไต้หวัน ยกทัพความอร่อยมาที่ไทย จุดเด่นคือใบชาต้มสด รสชาติไม่หวานเกินไป และไข่มุกเหนียวหนึบกำลังดี เมนูไฮไลต์ คือ Lava Pearl Fresh Milk ที่ทั้งหอมหวานกลมกล่อม รวมถึงน้ำเยลลี่เสาวรส เหมาะกับคนชอบรสเปรี้ยว เติมความสดชื่นได้เป็นอย่างดี ในร้านมีมุมทำงานเล็ก ๆ สำหรับคนอยากแวะนั่งชิลล์หรือคิดไอเดียงานอีกด้วย

  • พิกัด : Siam Center ชั้น 2
  • ช่วงราคา : 90 – 150 บาท

ใครกำลังมองหาคาเฟ่นั่งทำงานใจกลางเมือง แนะนำให้เดินทางมาที่ siam center ห้างใจกลางเมืองที่เดินทางสะดวก สามารถนั่งรถไฟฟ้ามาลงสถานีสยามและเดินเชื่อมต่อเข้าห้างได้ทันที หรือจะมาโดยรถยนต์ส่วนตัวก็สะดวก นอกจากได้เปรียบด้านการเดินทางแล้วยังมีคาเฟ่สุดชิลล์บรรยากาศเหมาะกับการทำงานอีกเพียบ เลือกได้เลยว่าชอบคาเฟ่แบบไหนหรือพื้นที่ทำงานแบบไหนที่เหมาะกับตัวเอง ใครมีสไตล์ทำงานแบบ Work from Anywhere ห้ามพลาดมาใช้บริการเด็ดขาด

ที่มาข้อมูล

ฟินจัดเต็ม! 6 บุฟเฟ่ต์ไอคอนสยาม อร่อย คุ้มค่า อัพเดท 2024

ใครรู้ตัวว่าเป็นสายกิน ชอบกินเยอะ กินจุ และยังชอบกินแบบคุ้ม ๆ บอกเลยว่าห้ามพลาด เพราะเราได้เตรียม 6 ร้าน บุฟเฟ่ต์ ไอคอนสยาม ประจำปี 2024 มาให้ได้ลิ้มลอง แต่ละร้านคือปังมาก ขนความอร่อยมาให้รับประทานแบบคุ้มค่า เลือกได้แบบไม่อั้น ของอร่อย ๆ เพียบ โดยไอคอนสยามถือเป็นห้างใหญ่ห้างดังของไทยที่ทั้งคนไทยและคนต่างชาตินิยมไปเช็กอิน นอกจากทำเลริมแม่น้ำทำให้ได้ลิ้มลองบรรยากาศสวย ๆ แล้ว ยังรวบรวมร้านบุฟเฟ่ต์มากมายมาให้ลิ้มรส อิ่มแล้วยังชอปปิงต่อได้แบบเพลิน ๆ ใครเป็นสายกินแนะนำให้พุ่งตัวไปโดยด่วน

1.CP-HiLai Harbour Restaurant 

หากพูดถึงบุฟเฟ่ต์ดังในไอคอนสยามแน่นอนว่าต้องมีชื่อร้านนี้ เพราะเป็นร้านบุฟเฟ่ต์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ส่งตรงมาจากไต้หวัน พร้อมเสิร์ฟอาหารนานาชาติ ยกมาครบทั้งไทย จีน ญี่ปุ่น ยุโรป จัดเต็มทั้งของคาวและของหวาน เพื่อไม่ให้เสียชื่อคอนเซ็ปต์ร้าน “The Best of East and West” ซีฟู้ดคือสดเหมือนนั่งรับประทานอยู่ริมทะเล อาหารประเภทซาชิมิคือเนื้อใส สดใหม่ ไม่มีคาว ใครสายเนื้อก็ห้ามพลาดเพราะเนื้อดี มีให้เลือกหลากหลายเมนู เรื่องราคาบอกเลยว่าคุ้มค่า เพราะอาหารคุณภาพ สดใหม่ ไม่ว่าจะชอบอาหารชาติไหนก็มีให้เลือกแบบครบ ๆ 

  • ราคา : 799 – 1,099 บาท
  • พิกัด : ชั้น 6 ไอคอนสยาม

2.Mo Mo Paradise

Mo-Mo Paradise เป็นบุฟเฟ่ต์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่งในหมู่คนไทย เพราะราคาเป็นมิตร มีงบประมาณไม่ถึงพันก็สามารถอิ่มอร่อยกับบุฟเฟ่ต์ชาบูสไตล์ญี่ปุ่น จุดเด่นของที่นี่คือการเสิร์ฟวัตถุดิบคุณภาพดี อาหารทุกอย่างสดใหม่ เมื่อนำมารับประทานเป็นชาบูจึงยิ่งอร่อย บวกกับน้ำจิ้มรสชาติถูกปากคนไทยแต่ยังคงไว้ซึ่งสไตล์ญี่ปุ่นยิ่งทำให้สายกินติดใจ อีกอย่างที่ห้ามพลาดคือเมนูตระกูลเนื้อ เลือกใช้เนื้อพรีเมียม ตอบโจทย์คนรักเนื้อเป็นอย่างยิ่ง พนักงานก็บริการอย่างเป็นมิตร รวดเร็ว ไม่ต้องรอนาน อาหารอร่อยแถมบริการเลิศ แนะนำเลย

  • ราคา : 599+ บาท
  • พิกัด : ชั้น 6 ไอคอนสยาม

3. Evaime Shabu Shabu

อีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนชอบรับประทานบุฟเฟ่ต์ชาบูสไตล์ญี่ปุ่น บอกเลยว่าบุฟเฟ่ต์เจ้านี้มาพร้อมราคาเบา ๆ แต่คุณภาพคับแน่น โดยเฉพาะเมนูเนื้อสไลด์ หมูสไลด์ รวมถึงเนื้อหมูทรงเครื่องที่หมักมาให้อย่างเข้าเนื้อ จิ้มกับน้ำจิ้มคือฟินสุด ๆ มีน้ำซุปให้เลือกมากถึง 9 ชนิด ไม่ว่าจะเป็นซุปหมาล่า ซุปญี่ปุ่น หรือซุปต้นตำรับ มีบาร์ตักน้ำจิ้มให้เลือกแบบฟิน ๆ บริการรวดเร็ว พื้นที่โดยรอบสะอาด สำหรับราคาย่อมเยาสบายกระเป๋า มีงบแค่ 1 แบงก์ม่วงก็สามารถรับประทานได้ รับรองอิ่มนาน คุ้มค่าเรื่องราคาแบบนี้ใครไปไอคอนสยามห้ามพลาดเด็ดขาด

  • ราคา : 389 บาท
  • พิกัด : ชั้น 4 ไอคอนสยาม

4.Tenjo Sushi & Yakiniku Premium Buffet

มากันที่ร้านบุฟเฟ่ต์ในไอคอนสยามที่เหมาะกับคนชอบปิ้งย่างและชอบเมนูซูชิ ซาชิมิ โดย Tenjo คือร้านอาหารบุฟเฟ่ต์สไตล์ญี่ปุ่น พร้อมเสิร์ฟเมนูปิ้งย่างและซูชิระดับพรีเมียม เมนูที่อยากแนะนำคือ ซูชิและซาชิมิ การันตีว่าสดใหม่ เนื้อหวานทุกคำ รวมถึงเมนูเนื้อพรีเมียมวากิวริบอาย เนื้อนุ่มละลายในปาก อย่าลืมปิดท้ายด้วยขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่นแบบฟิน ๆ ในบรรยากาศการตกแต่งแบบญี่ปุ่น เรื่องความคุ้มค่าแทบไม่ต้องพูดถึง เพราะคุณจะได้รับประทานเนื้อพรีเมียมและซูชิสดใหม่ปั้นแบบคำต่อคำ รับรองว่าไม่มีผิดหวัง ใครชอบปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นบอกเลยว่าห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง

  • ราคา : 399 – 1,799 บาท
  • พิกัด : ชั้น 4 ไอคอนสยาม

5.Katei Shabu

ขอบคุณภาพจาก : KATEI SHABU 

ร้านชาบูเจ้าดังที่ก่อนหน้านี้เปิดให้บริการที่พุทธมณฑลสาย 4 แต่ปัจจุบันได้ขยับเข้ามาในเมืองมากขึ้น เพราะได้มาเปิดที่ห้างไอคอนสยาม ชาบูสไตล์ญี่ปุ่นร้านนี้มีแนวคิดการออกแบบร้านต้องการให้ทุกคนรู้สึกสบาย ๆ เหมือนมาบ้านเพื่อน ทางร้านให้ความสำคัญเรื่องวัตถุดิบที่ต้องสะอาด สดใหม่ เพราะอาหารสดใหม่จะเพิ่มอรรถรสในการรับประทานมากขึ้น นอกจากพิถีพิถันเรื่องรสชาติแล้วยังให้ความสำคัญเรื่องการจัดจานที่ต้องสวยงาม เมนูแนะนำคือบรรดาเนื้อสไลด์ ซาชิมิสดใหม่ และไข่ดิบที่การันตีว่ารับประทานสดได้เลยเพราะนำเข้าจากฟาร์มที่เลี้ยงระบบปิด

  • ราคา : 699 – 1,699 บาท
  • พิกัด : ชั้น 4 ไอคอนสยาม

6.E – Sarn by Evaime

ขอบคุณภาพจาก : Evaime Shabu Shabu 

ใครว่าที่ไอคอนสยามจะมีแต่บุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติหรืออาหารญี่ปุ่น ที่นี่ยังมีบุฟเฟ่ต์อาหารอีสาน ใครชอบชาบูสไตล์อีสานห้ามพลาด ปรุงรสน้ำซุปมาอย่างถึงใจ มีกลิ่นสมุนไพรทำให้หอมและน่ารับประทานในเวลาเดียวกัน เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มรสแซ่บ มีให้เลือกทั้งชาบูชุดหมู ชุดเนื้อ หรือหากอยากสั่งเพิ่มเป็นอาหารจานเดียวก็ได้เช่นกัน ไหนจะการตกแต่งร้านด้วยสีสันสะดุดตาและราคาย่อมเยาที่พูดเลยว่าคุ้มค่ามาก ๆ แนะนำให้มาห้ามพลาดเด็ดขาด

  • ราคา : 299 – 399 บาท
  • พิกัด : ชั้น G ไอคอนสยาม

เมื่อสายกินรู้แล้วว่ามี บุฟเฟ่ต์ ไอคอนสยาม หลากหลายร้านมาให้เลือกรับประทานได้แบบไม่อั้น บอกเลยว่าต้องรีบพุ่งตัวไปโดยด่วน แต่ละร้านจัดหนักจัดเต็มอาหารคุณภาพ เตรียมมาให้เลือกแบบละลานตา อยากรับประทานอะไรเพียงแค่สั่ง รับรองว่าคุ้มค่า สำหรับการเดินทางก็ง่าย มีรถไฟฟ้าสายสีทองบริการ เพียงลงสถานีเจริญนครก็เดินเชื่อมต่อเข้าห้างได้อย่างสบาย ๆ เมื่อรับประทานเสร็จแล้วเดินชมวิวริมแม่น้ำหรือไม่ก็ชอปปิงต่อแบบชิล ๆ แต่หากเดินทางมาวันหยุดแนะนำให้จองคิวหรือเผื่อเวลาต่อคิวกันสักหน่อย เพราะเชื่อว่าสายกินเพียบ บุฟเฟ่ต์ดี ๆ แบบนี้ใครก็พลาดไม่ได้อยู่แล้ว

ที่มาข้อมูล

วิธีเดินทางไป ICONSIAM ด้วยรถไฟฟ้า BTS: แนะนำเส้นทางและเคล็ดลับการเดินทางที่ไม่ควรพลาด

ICONSIAM เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่กำลังได้รับความนิยมจากทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เนื่องจากทุกพื้นที่ 750,000 ตารางเมตร อัดแน่นไปด้วยสิ่งที่ทุกคนต้องการ ไม่ว่าจะเป็นโซน ICONLUXE แหล่งรวมแบรนด์เนมชั้นนำระดับโลก โซนสยามทาคาชิมายะ ห้างสรรพสินค้าระดับพรีเมียมจากญี่ปุ่นที่มีแบรดน์สินค้าจำหน่ายมากกว่า 500 แบรนด์  โซนสุขสยาม ศูนย์รวมผลงานศิลปะและสุดยอดอาหารไทยจากแต่ละจังหวัด ส่วนโซนด้านนอกเป็น River Park สำหรับชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาและระบำน้ำพุที่มีขนาดยาวที่สุดในภูมิภาคอาเซียน แต่หากใครยังไม่เคยไปเที่ยว ICONSIAM วันนี้เรามีวิธีการเดินทางง่าย ๆ มาฝาก 

วิธีการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า

การเดินทางไป ICONSIAM ปัจจุบันสามารถเลือกเดินทางไปได้ทั้งทางเรือ รถโดยสารประจำทาง MRT และ BTS แต่ถึงอย่างนั้นวิธีการเดินทางที่ง่ายที่สุดคือการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS  

  • วิธีการเดินทางด้วยรถไฟฟ้ามายังไอคอนสยาม

การเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS สามารถเลือกเดินทางสายสีเขียวไปลงที่สถานีตากสิน ออกประตู 2 และขึ้นเรือ Shuttle Boat ฟรีไม่เสียค่าบริการ หรือใช้บริการสายสีทอง มาลงที่สถานีเจริญนครและเดินต่อไปตามทางเชื่อมเพื่อเข้าสู่ ICONSIAM ได้เช่นกัน

  • สถานีที่ใกล้ที่สุด

หากเทียบการเดินทางแล้วต้องยอมรับว่าการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS สายสีทอง เป็นวิธีการเดินทางที่สะดวกที่สุด เพราะไม่ต้องต่อรถหรือเรือให้ยุ่งยาก ซึ่งสถานีที่ใกล้กับ ICONSIAM ที่สุดคือ สถานีเจริญนคร

สถานีเจริญนคร เป็นสถานีที่ 2 ของรถไฟฟ้าสายสีทอง อยู่บริเวณสะพานข้ามคลองวัดทองเพลง มุ่งไปทางแยกคลองสาร เข้าสู่ถนนสมเด็จเจ้าพระยา โดยสถานีเจริญนครจะมีทางเข้าออกทั้งหมด 4 จุด ซึ่งมี 2 จุด ที่สามารถเดินไปยังศูนย์การค้า ICONSIAM ได้ โดยจุดแรกจะออกไปทางหน้าศูนย์การค้า ICONSIAM ใกล้กับประตูทางเข้าสยามทาคาชิมายะ ส่วนจุดที่สองออกไปทางหน้าศูนย์การค้า ICONSIAM ที่อยู่ใกล้กับซอยเจริญนคร

  • สถานีที่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีทอง

เนื่องจากรถไฟฟ้าสายสีทองเป็นส่วนต่อขยายขนาดสั้นระยะทางเพียง 2.8 กิโลเมตร และบริการแค่ 4 สถานีเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายหลักถึงสามสาย ได้แก่

  • สายสีเขียว เชื่อมต่อกับ BTS สถานีกรุงธนบุรี
  • สายสีม่วง เชื่อมต่อกับ BTS สถานีประชาธิปก
  • สายสีแดง เชื่อมต่อกับ BTS สถานีคลองสาน
ภาพจาก : BTS SkyTrain

สำหรับ BTS สายสีทองขบวนแรกจากสถานีกรุงธนบุรีเริ่มที่เวลา 06.00 – 24.00 น. ราคาค่าโดยสารตลอดสาย 16 บาท

จากข้อมูลจะเห็นว่าการเดินทางไป ICONSIAM ด้วยรถไฟฟ้าไม่ยาก เพราะรถไฟฟ้าสายสีทองเชื่อมต่อกับสายหลักถึง 3 สาย  แต่ถึงอย่างนั้นเรามีเคล็ดลับง่าย ๆ ในการเดินทางมาแนะนำ 

  • เลือกเดินทางที่เหมาะกับตัวเอง

เพราะการเดินทางไป ICONSIAM สามารถเดินทางได้หลากหลายวิธี อีกทั้งอาจต้องต่อการเดินทางด้วยวิธีอื่น ๆ ดังนั้นก่อนออกเดินทางควรศึกษาและเลือกเส้นทางที่เหมาะสมกับตัวเอง เพื่อประหยัดเวลาในการเดินทางมากขึ้น

  • ตรวจสอบเวลาการให้บริการ

หากต้องเดินทางไป ไอคอนสยาม รถไฟฟ้า หลายสายควรตรวจสอบเวลาให้บริการ เพราะรถไฟฟ้าแต่ละสายเปิดและปิดให้บริเวณไม่พร้อมกัน

เป็นอย่างไรบ้างสำหรับข้อมูลดี ๆ ในการเดินทางไป ICONSIAM ด้วยรถไฟฟ้าที่เรานำมาฝาก ซึ่งจะเห็นว่า ICONSIAM เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนที่น่าสนใจ รับประกันว่ามาเที่ยวไม่มีคำว่าผิดหวังแน่นอน

ที่มาข้อมูล 

รวม 8 Amenity ของโรงแรมที่สามารถนำกลับบ้านได้

บทนำ

ใครมีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวบ่อย ๆ แน่นอนว่าต้องเข้าพักที่โรงแรมเป็นประจำ ซึ่งภายในโรงแรมมักเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายสำหรับบริการนักเดินทาง นอกจากวัตถุประสงค์เรื่องความสะดวกสบายแล้ว สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ยังจัดเตรียมเพื่อเพิ่มความประทับใจแก่ผู้เข้าพัก โดยเฉพาะสิ่งของภายในห้องพักที่เตรียมไว้หลายอย่าง เช่น สบู่ แชมพู แปรงสีฟัน ผ้าขนหนู ฯลฯ ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกัน แต่ถึงอย่างนั้นบางคนกลับสงสัยว่าแล้ว Amenity หรือสิ่งของใดบ้างที่นำกลับบ้านได้ โดยโรงแรมไม่เรียกเก็บค่าใช้จ่าย นำกลับบ้านได้แบบไม่ต้องกังวล

รวมสิ่งอำนวยความสะดวกที่นำกลับบ้านได้

1. สบู่และแชมพู

Amenity สบู่และแชมพูของโรงแรม

หากพูดถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทุกโรงแรมต้องจัดเตรียมไว้ให้นักเดินทาง สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือสบู่และแชมพู โดยไม่ว่าจะเป็นโรงแรมขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่จำเป็นต้องจัดเตรียมไว้ให้ เพราะนี่คือสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน โดยสบู่และแชมพูมักบรรจุในขวดขนาดมินิ เพียงพอต่อการใช้ 1 – 2 วัน หากเข้าพักหลายวันและไม่เพียงพอต่อการใช้สามารถขอเพิ่มได้ ในขณะเดียวกันหากไม่ได้ใช้และต้องการนำกลับบ้านก็สามารถทำได้เช่นกัน

2. โลชั่นและครีม

Amenity อุปกรณ์ดูแลผิวพรรณและสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ

อีกหนึ่งสิ่งอำนวยความสะดวกที่มักบรรจุอยู่ในขวดขนาดมินิ ตั้งอยู่ในหมวดหมู่เดียวกับสบู่และแชมพู สำหรับเจ้าสิ่งนี้มีไว้อำนวยความสะดวกแก่นักเดินทางที่อาจไม่สะดวกนำติดตัวมา โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในประเทศเมืองหนาวที่มักมีโลชั่นหรือครีมเตรียมให้บริการเสมอ บางโรงแรมออกแบบกลิ่นโลชั่นของตัวเองเพื่อสร้างเอกลักษณ์ บางครั้งมีวางจำหน่ายในรูปแบบขวดขนาดใหญ่เพื่อเอาใจนักเดินทางที่อยากได้โลชั่นเป็นของที่ระลึก แต่สำหรับโลชั่นที่บรรจุในขวดเล็กสามารถหยิบกลับบ้านได้

3. แปรงสีฟัน ยาสีฟัน

Amenity แปรงสีฟัน

เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยเจอปัญหาลืมนำแปรงสีฟันและยาสีฟันไว้ที่บ้านทำให้หลายครั้งต้องเดินเข้าร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อสิ่งเหล่านี้ยามวิกาล หากมีร้านสะดวกซื้อใกล้โรงแรมคงไม่น่าห่วงสักเท่าไร แต่หากไม่มีร้านสะดวกซื้อเชื่อว่าต้องเป็นปัญหาแน่ ดังนั้นโรงแรมส่วนใหญ่จึงจัดเตรียมแปรงสีฟันและยาสีฟันเอาไว้ เพราะนี่คือสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานที่ทุกคนต้องใช้งาน

4. ผ้าขนหนูและเสื้อผ้า

Amenity ผ้าขนหนู

สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานที่ทุกโรงแรมต้องมีคือผ้าขนหนู ส่วนใหญ่มักเตรียมไว้ 2 ผืน คือ ผืนเล็กสำหรับเช็ดหน้าหรือเช็ดผม และผืนใหญ่สำหรับเช็ดร่างกาย นอกจากนี้บางโรงแรมยังมีเสื้อผ้าเตรียมไว้ให้ แม้จะไม่ได้มีจำนวนมากชิ้น แต่ตอบโจทย์นักเดินทางที่อาจเตรียมเสื้อผ้ามาไม่เพียงพอหรือนักท่องเที่ยวที่หลงลืมเสื้อผ้าบางชิ้นจะได้ไม่ต้องหาซื้อให้วุ่นวาย ที่สำคัญบางโรงแรมยังให้นำกลับบ้านได้อีกด้วย

บริการขนส่งและฝากกระเป๋า

5. สครับและแปรงสำหรับผม

Amenity สครับและแปรงหวีผม

โรงแรมไหนที่จัดเต็มความสะดวกแก่ผู้เข้าพักมักมีสครับผิวใส่กระปุกเล็ก ๆ เตรียมไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ใช้ เพราะโรงแรมเหล่านี้เข้าใจดีว่าการท่องเที่ยวคือช่วงเวลาพักผ่อนที่นักท่องเที่ยวต้องการตักตวงความสุขให้มากที่สุด การสครับผิวเล็ก ๆ น้อย ๆ ในห้องน้ำก็ช่วยผ่อนคลายความเครียด กลิ่นหอมจากสครับและเนื้อสครับที่เนียนละเอียดทำให้ร่างกายและจิตใจสบาย นอกจากนี้บางโรงแรมเตรียมหวีไว้ให้ สิ่งเหล่านี้สามารถนำกลับบ้านได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

6. สลิปเปอร์ เสื้อคลุมอาบน้ำ

Amenity รองเท้าสลิปเปอร์ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่าง ๆ

เรามักเห็นรองเท้าสลิปเปอร์วางเตรียมไว้ในตู้เสื้อผ้าหรือบริเวณชั้นวางของ มีทั้งสลิปเปอร์แบบบาง ๆ และสลิปเปอร์แบบหนา แต่ไม่ว่าจะรูปแบบไหนทางโรงแรมได้จัดเตรียมไว้ให้เพื่อให้แขกที่เข้าพักเดินในห้องหรือในโรงแรมได้อย่างสบาย ๆ ที่สำคัญยังหยิบกลับบ้านได้ เช่นเดียวกับเสื้อคลุมอาบน้ำที่นอกจากเตรียมไว้ให้ใช้ในห้องพักแล้ว เมื่อใช้เสร็จยังนำกลับบ้านได้อีกด้วย เชื่อว่าน่าจะถูกใจนักเดินทางหลายคนเพราะเป็นสิ่งที่นำกลับไปใช้ได้จริง

7. อาหาร เครื่องดื่ม

Amenity ขนมและเครื่องดื่มในตู้เย็น

ภายในห้องพักมักมีมินิบาร์ ซึ่งในมินิบาร์ประกอบด้วยของคบเคี้ยว ของทานเล่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ฯลฯ จัดเตรียมไว้สำหรับแขกผู้เข้าพักที่อาจรู้สึกหิวกลางดึกหรือคนที่อยากรับประทานอาหารแต่ไม่สะดวกออกไปหาซื้ออาหารเอง อาจเพราะร้านสะดวกซื้ออยู่ไกลหรือเพราะสภาพอากาศไม่เป็นใจจนไม่อยากเดินทางออกนอกโรงแรม โดยสิ่งเหล่านี้สามารถนำกลับบ้านได้ เพียงแต่ต้องเช็กให้ดีก่อนว่าไม่มีค่าใช้จ่าย เนื่องจากบางโรงแรมจัดเตรียมทั้งอาหารที่รับประทานฟรีและอาหารที่มีค่าใช้จ่ายไว้ด้วยกัน จะได้ไม่ต้องเสียเงินภายหลัง

8. กาแฟและชา

Amenity กาแฟและชา

นอกจากบรรดาของทานเล่นแล้ว อีกหนึ่ง Amenity ประเภทของกินที่ทางโรงแรมมักเตรียมไว้ให้ นั่นคือกาแฟ และชา เรียกได้ว่าเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานที่โรงแรมส่วนใหญ่ต้องมี โดยชาและกาแฟมาในรูปแบบซอง นอกจากนี้ยังเตรียมน้ำตาลและครีมเทียมให้ด้วย เพื่อความกลมกล่อมและอรรถรสในการดื่ม สิ่งเหล่านี้สามารถนำกลับบ้านได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

บริการขนส่งและฝากกระเป๋า

จะเห็นได้ว่าโรงแรมต่างเตรียมสิ่งของอำนวยความสะดวกสบายแก่ผู้เข้าพักหลายอย่างจึงไม่ต้องห่วงว่าจะลืมหยิบของใช้ส่วนตัวชิ้นใดมาจากบ้าน โดยสิ่งของบางชิ้นสามารถนำกลับบ้านได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หยิบใส่กระเป๋าได้แบบไม่ต้องกังวล แม้ทางโรงแรมจะให้นำกลับบ้านแบบฟรี ๆ แต่ถึงอย่างนั้นสิ่งของชิ้นไหนที่ไม่แน่ใจว่านำกลับบ้านได้หรือไม่ แนะนำให้สอบถามพนักงานโรงแรม เพราะแม้จะเป็นสิ่งของประเภทเดียวกัน แต่บางโรงแรมอาจอนุญาตให้นำกลับบ้านได้ ในขณะที่บางโรงแรมไม่อนุญาตให้นำกลับบ้าน ดังนั้นเพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่าย แนะนำให้สอบถามก่อนเสมอจะได้ไม่สิ้นเปลืองเงินในกระเป๋า

อ่านเพิ่มเติม

ที่มาข้อมูล

20 Staycation กรุงเทพฯ 2024 บรรยากาศดี เหมาะสำหรับพักผ่อน

ปัจจุบันการเดินทางท่องเที่ยวออกนอกตัวเมืองเริ่มมีความเสี่ยงและไม่สนุกเหมือนทุกครั้งในอดีต ด้วยข้อจำกัดต่าง ๆ ทำให้หลายคนเลือกพักผ่อนอยู่บ้าน ประกอบกับสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองมีความน่าสนใจมากขึ้นและเป็นหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจ เทรนด์ของการท่องเที่ยวแบบนี้ถูกเรียกว่า “Staycation” หรือการพักผ่อนที่บ้านหรือในเมืองที่คุณอาศัยอยู่ ซึ่งในกรุงเทพฯ มีหลายสิ่งที่น่าสนใจ คอยท้าทายให้คุณได้ไปสำรวจพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน โดยไม่ต้องเสี่ยงต่อการเดินทางที่ห่างไกลและเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางอีกด้วย โดยในบทความนี้เราได้รวม 20 สถานที่พักในกรุงเทพฯ ที่น่าสนใจ รายละเอียดของแต่ละแห่ง พร้อมข้อมูล hotel facilities มี อะไร บ้าง

20 สถานที่พักในกรุงเทพ 2024 สไตล์เก๋ ๆ แบบฉบับคนเบื่อบ้าน

1. ลาฟ โฮเทล อารีย์ (LAF Hotel Aree)

Credit: LAF Hotel

ใครจะไปคาดคิดว่า โรงแรม staycation สไตล์แคปซูลกึ่งผับบาร์จะมีให้ใช้บริการแล้ว LAF Hotel Aree ไม่เพียงแต่เป็นที่พักสุดคูล แต่ยังเป็นผับบาร์ยามค่ำคืนให้คุณได้ดื่มกินตามอัธยาศัยอีกด้วย เรียกได้ว่าถ้าใครเมาแล้วไม่อยากกลับ ก็สามารถนอนพักค้างคืนได้อย่างสบาย ๆ ที่พักมีแยกโซนทั้งในแบบชายหญิง หรือหญิงล้วน แม้จะดูเหมือนเป็นโรงแรมขนาดเล็ก แต่ก็เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกและการบริการ เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในสถานที่จดจำไม่น้อย สำหรับใครที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศจากการนอนอยู่ที่บ้านในวันหยุดสุดสัปดาห์ มานอนที่พักสไตล์แคปซูลแบบชิลล์ ๆ กันได้

วิธีการเดินทาง

LAF Hotel Aree เป็น โรงแรมติด BTS อารีย์เพียง 340 ม. ทำให้การเดินทางมีความสะดวกและรวดเร็ว เหมาะสำหรับการสำรวจเมืองกรุงเทพฯ และสถานที่ท่องเที่ยวที่ใกล้เคียง

สิ่งอำนวยความสะดวก

ในแต่ละแคปซูลจะมีโคมไฟสำหรับอ่านหนังสือและชั้นวางของที่ทำให้คุณรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน นอกจากนี้ยังมี Free Wi-Fi ครัวขนาดเล็ก, พื้นที่เลานจ์บนชั้นสอง, บาร์, ร้านกาแฟ, อุปกรณ์ปิ้งย่างและห้องเล่นเกม

ข้อมูลติดต่อ

ที่อยู่: 3 พหลโยธิน 5 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400

หมายเลขโทรศัพท์ : 090 902 1942

ราคาต่อคืน*

เริ่มต้น 800 บาท

2. เดอะ ยาร์ด แบงคอก (THE YARD BANGKOK)

วันหยุดนี้หนีร้อนมานอนตู้คอนเทนเนอร์กัน ใครจะไปคาดคิดว่าท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย รถติด จะมีโรงแรมขนาดเล็กสไตล์เก๋ ๆ ซ่อนตัวอยู่แถมไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้า BTS อารีย์ด้วย THE YARD BANGKOK โฮสเทล โดยห้องพักมีให้เลือกแบบห้องรวมและห้อง Private ภายในโฮสเทลตกแต่งเรียบง่าย พร้อมรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้แขกผู้มาเยือนได้สะดุดตา เช่น ภาพวาดบนทางเท้า, ห้องนั่งเล่นที่เป็นลักษณะของการ Share Space ภายในห้องพักตกแต่งด้วยโทนสีขาว ดูสะอาดตา แม้จะดูเล็กแต่ไม่รู้สึกอึดอัด ห้องน้ำเป็นแบบรวม ตั้งไม่ไกลจากห้องพักแยกชาย หญิง เป็นสัดส่วน สะอาด ปลอดภัย ให้อารมณ์เหมือนมาเที่ยวบ้านเพื่อน นอกจากนี้ยังมี hotel facilities เป็นมินิบาร์ขนาดเล็กไว้ให้เสวนากับเจ้าของโฮสเทลหรือแขกผู้มาพักได้ 

การเดินทาง

THE YARD BANGKOK อยู่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าอารีย์เพียง 300 ม. เท่านั้น เดินทางเข้าซอยราชครู 100 เมตร เลี้ยวซ้ายซอยแรกเข้าไปอีก 200 เมตร ที่พักอยู่ขวามือ สายแบ็กแพ็คเกอร์บอกเลย ห้ามพลาด!

สิ่งอำนวยความสะดวก

ภายในที่พักแบ่งที่พักออกเป็น 2 โซน ได้แก่โซนห้องพักรวมและห้องพักแบบส่วนตัว โดยห้องพักรวมจะเป็นแบบเตียง 2 ชั้น แต่ละชั้นจะมีโคมไฟติดตั้งบริเวณหัวนอน ห้องน้ำเป็นแบบห้องน้ำรวมแยกชายหญิง นอกจากนี้ยังมี Wi-Fi ฟรี, ครัวขนาดเล็ก, มินิบาร์ และมุมพักผ่อนสบาย ๆ ให้เลือก

ข้อมูลติดต่อ

ที่อยู่: 51 พหลโยธินซอย 5, สามเสนใน, พญาไท, กรุงเทพมหานคร 10400

หมายเลขโทรศัพท์ : 065 328 5999

ราคาต่อคืน*

เริ่มต้น 1,500 บาท

3. เดอะ มัสแตง บลู (The Mustang Blu)

ต้องบอกว่าใครที่ชอบ ความเก่า ความขลัง ของตึกในสมัยโบราณต้องไม่พลาดกับ โรงแรม staycation ห้องพักสุดแนว ที่ใครจะไปคาดคิดว่าภายนอกของตึกโบราณนี้ ภายในจะตกแต่งได้หรูหราและยังคงความเก่าของตึกได้เป็นอย่างดี เดอะ มัสแตง บลู เป็นโรงแรมตั้งอยู่ใกล้เยาวราช หากใครที่เคยดูละครไทยต้องรู้จักกับมุมนี้เป็นอย่างดี เพราะใช้ทำเลแห่งนี้ถ่ายหนังและละครอยู่บ่อยครั้ง เดินทางสะดวกอยู่ห่างจากรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สถานีหัวลำโพง เพียง 5 นาทีเท่านั้น ข้างบนเป็นที่พัก ข้างล่างเปิดเป็นคาเฟ่ สุดชิค มีมุมเก๋ ๆ ให้ถ่ายรูปหลายมุม โดยเฉพาะมุมที่มีคอยีราฟโผล่ออกมาจากผนังและมุมบันไดวน บอกได้เลยว่าไม่ควรพลาด 

การเดินทาง

The Mustang Blu อยู่ห่างจากสถานีรถไฟใต้ดิน สถานีหัวลำโพง ใช้ทางออก 4 เดินตามถนน ไมตรีจิตต์ เพียง 300 เมตร ก็ถึงที่หมายแล้ว หากใครจะนำรถยนต์ส่วนตัวมา ต้องดูวันคู่-วันคี่ให้ดีว่าจอดได้หรือไม่ เพราะการจราจรบริเวณนี้เข้มงวดมาก แนะนำขนส่งสาธารณะดีที่สุด

สิ่งอำนวยความสะดวก

ด้านล่างจัดเป็นคาเฟ่ มีอาหาร ขนมหวานและเครื่องดื่มซอฟต์ดริงก์ไว้คอยบริการ ห้องพักจะอยู่ด้านบน ตกแต่งด้วยสไตล์ลอฟท์แต่เรียบหรู คงความเก่าแก่ไว้ มีห้องน้ำในตัว ฟรี Wi-Fi 

ข้อมูลติดต่อ

ที่อยู่: 721 ถนน ไมตรีจิตต์ แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร 10100

หมายเลขโทรศัพท์ : 062 293 6191

ราคาต่อคืน*

เริ่มต้น 6,100 บาท

4. ศาลาอรุณ

หนีความวุ่นวาย มานอนชมความสวยงามของพระปรางค์วัดอรุณ ใครที่ต้องการชมความงามของแม่น้ำเจ้าพระยาในแบบสุด Exculsive ต้องไม่พลาดกับ ศาลาอรุณ บูทีคโฮเทล ขนาดเล็กแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่น มีการตกแต่งที่ทันสมัย ห้องดีลักซ์สามารถมองเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาและพระปรางค์ของวัดอรุณได้อย่างชัดเจน รับรองเลยว่าช่วงเช้าเวลาตื่นนอนจะทำให้คุณพบกับวิวที่สวยงาม

การเดินทาง

สามารถเดินทางด้วยเรือด่วนเจ้าพระยา มาลงที่ท่าเรือท่าเตียน จากนั้นเดินเท้ามาโรงแรม ใช้เวลาประมาณ 1 นาที หรือเลือกใช้บริการขนส่งสาธารณะลงซอยท่าเตียนมหาราช เดินเท้าเข้าซอยประมาณ 100 เมตรก็ถึงโรงแรมแล้ว

สิ่งอำนวยความสะดวก

ที่พักมีห้องน้ำในตัว ฟรี Wi-Fi พร้อมอาหารเช้า ซึ่งจะมีโซนแยกสำหรับภายในตัวอาคารและโซน Terrace เพื่อให้ได้ชมบรรยากาศของวิวแม่น้ำเจ้าพระยากัน

ข้อมูลติดต่อ

ที่อยู่ : 47-49 ซอยท่าเตียน ถนนมหาราช , แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

หมายเลขโทรศัพท์ : 02 622 2163

ราคาต่อคืน*

เริ่มต้น 3,500 บาท

5. โยโล แบงค็อก (YOLO BANGKOK)

ใครไม่มาถือว่าพลาด กับโรงแรมโยโล แบงค็อก บูทิคโฮเทล ที่บอกได้เลยว่าภายในห้องพักสวยงามไม่แพ้โรงแรมตึกสูงในเมือง บรรยากาศเหมือนนอนอยู่ภายในบ้านของตัวเอง ภายในห้องพักมีอ่างอาบน้ำให้ทุกห้อง แต่การตกแต่งหรือรูปแบบขนาดของอ่างจะแตกต่างกันไปตามประเภทของห้องพัก ภายในโรงแรมมีมุมเล็ก ๆ สำหรับอ่านหนังสือให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอ่านหนังสือที่บ้าน โดยรอบตกแต่งสไตล์คาเฟ่ให้เหมือนนั่งสบาย ๆ พร้อมเครื่องดื่มร้อนเย็น 

การเดินทาง

ตัวโรงแรมตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 15 สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS สถานีอโศกและ MRT สถานีสุขุมวิท สามารถเดินเท้าเข้ามาในซอยประมาณ 15 นาที หรือใช้บริการแท็กซี่ ตัวโรงแรมจะอยู่ใกล้กับคริสตจักรวัฒนา ด้านหน้าจะมีชื่อโรงแรม YOLO ตัวใหญ่ ๆ ติดตั้งอยู่

สิ่งอำนวยความสะดวก

ที่พักมีห้องน้ำและอ่างอาบน้ำสุดเก๋ให้ภายในตัว ฟรี Wi-Fi พร้อมอาหารเช้าสไตล์ตะวันตก 

ข้อมูลติดต่อ

ที่อยู่ : 75/1 สุขุมวิท 15 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หมายเลขโทรศัพท์ : 083 082 3148

ราคาต่อคืน*

เริ่มต้น 1,400 บาท

*ราคาเป็นห้องธรรมดา ผู้ใหญ่ 2 ท่าน ต่อคืน อาจมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มหรือลดลงได้ กรุณาโทรสอบถามฝ่ายขายของแต่ละสถานที่อีกครั้ง

บริการขนส่งและฝากกระเป๋า

6. รัชดา รีทรีต (Ratchada Retreat)

รัชดา รีทรีต เป็นที่พักมินิมอลสไตล์ญี่ปุ่น ที่ใครผ่านไปผ่านมามักจะคิดว่าเป็นคาเฟ่ ดูสงบ เหมาะแก่การพักผ่อนเป็นอย่างมาก ตกแต่งด้วยโทนสีขาว ช่วยให้ดูสะอาด สดใส ภายในมีห้องพักด้วยกัน 4 แบบ ซึ่งแต่ละแบบจะไม่เหมือนกันเลย นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ส่วนกลางให้ทุกได้นั่งเล่น พักผ่อนตามอัธยาศัย รวมไปถึงห้องครัวที่สามารถเลือกใช้อุปกรณ์ในการทำครัวได้ทุกอย่าง ถือเป็นโฮสเทลลับใจกลางเมืองที่น่าสนใจไม่น้อย

การเดินทาง

รัชดา รีทรีต ตั้งอยู่กลางใจเมือง รายล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้า, ผับ, บาร์ ร้านอาหารและสิ่งอำนวยความสะดวก สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT มาลงสถานีพระรามเก้า เดินเท้าอีกประมาณ 1 นาที ก็จะถึงที่พัก

สิ่งอำนวยความสะดวก

พื้นที่ส่วนกลางสำหรับทำอาหาร, สระน้ำขนาดเล็ก, ฟรี Wi-Fi 

ข้อมูลติดต่อ

ที่อยู่ : 322 ซอยอยู่เจริญ 10 แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

หมายเลขโทรศัพท์ : 090 909 7157

ราคาต่อคืน*

เริ่มต้น 6,400 บาท

7. Monomer Hostel

สำหรับใครที่กำลังมองหาประสบการณ์การนอนโฮสเทล สไตล์วินเทจ ในราคาสบายกระเป๋า บอกเลยในกรุงเทพฯ ก็มีให้เลือกใช้บริการ มีทั้งแบบห้องส่วนรวม ห้องสวนตัวและห้องแยกเฉพาะผู้หญิงเท่านั้น ภายในเรียบง่าย บริเวณเตียงนอนของทุกคนจะมีโคมไฟและปลั๊กไฟ ไว้ให้ใช้งาน ด้านล่างจะมีมุมครัว, ชงชากาแฟเล็ก ๆ ไว้คอยบริการ ชั้นลอยจะเป็นห้องนั่งเล่นและมีคอมพิวเตอร์ไว้คอยบริการ

การเดินทาง

Monomer Hostel ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟฟ้า BTS ราชเทวี สามารถเดินเท้าไปได้โดยใช้เวลาไม่นาน บริเวณโดยรอบ โรงแรม เต็มไปด้วยร้านอาหารและคาเฟ่ชื่อดัง 

สิ่งอำนวยความสะดวก

ครัวขนาดเล็กสำหรับทำอาหารง่าย ๆ , ห้องนั่งเล่นส่วนกลาง, ฟรี Wi-Fi 

ข้อมูลติดต่อ

ที่อยู่ : 486/157 ซอยเพชรบุรี 16 ราชเทวี กรุงเทพฯ

หมายเลขโทรศัพท์ : 02-6110950

ราคาต่อคืน*

เริ่มต้น 1,500 บาท

8. The Quarter Bangkok (Poshtel)

หากใครต้องการสัมผัสกับความเรียบหรู ท่ามกลางบรรยากาศเมืองกรุง The Quarter คือคำตอบ เพราะที่นี่ไม่ใช่มีแค่ที่พักเพียงอย่างเดียว แต่ยังมี Co-work Space ไว้คอยบริการ เหมาะสำหรับใครที่อยากเปลี่ยนสถานที่คุยงานหรือติดต่อลูกค้า ดาดฟ้ายังเป็นพื้นที่ให้จัดปาร์ตี้เบา ๆ อีกด้วย ด้านล่างเป็นคาเฟ่มีเคาน์เตอร์บาร์พร้อมเครื่องดื่มไว้คอยบริการ 

การเดินทาง

The Quarter Bangkok (Poshtel) โรงแรมติดBTS ราชเทวี ใช้ทางออกหมายเลข 4 เดินมา 50 เมตร ข้ามถนนก็จะถึงที่ตั้ง 

สิ่งอำนวยความสะดวก

ด้านล่างเป็นคาเฟ่, มีห้องประชุม, ห้องนั่งเล่นส่วนกลาง, ฟรี Wi-Fi 

ข้อมูลติดต่อ

ที่อยู่ : 501/1 ถ. พญาไท แขวงพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400

หมายเลขโทรศัพท์ : 095-9572080, 082-0136999

ราคาต่อคืน*

โทรศัพท์สอบถาม

9. อุ่น โฮเทล

Credit: Oun Hotel

ข้ามมาทางฝั่งบางกะปิ เลียบทางด่วนรามอินทรากันบ้างกับโฮสเทลที่แสนอบอุ่น อุ่น โฮเทล ที่พักขนาดเล็ก ที่รายล้อมไปด้วยสถานบันเทิงและห้างสรรพสินค้า ภายในร่มรื่น เงียบสงบ มีด้วยกัน 3 ชั้น พร้อมสระว่ายน้ำ ห้องพักขนาดใหญ่มีให้เลือกทั้งเตียงเดียวและเตียงคู่ ตกแต่งสไตล์มินิมอล ดูสวยงาม

การเดินทาง

อุ่น โฮเทล สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว โดยใช้เส้นทาง โยธินพัฒนา เข้าซอยโยธินพัฒนา 3 หรือใช้บริการรถแท็กซี่ 

สิ่งอำนวยความสะดวก

มีสระว่ายน้ำ, ที่จอดรถ, ฟรี Wi-Fi ส่วนกลาง, ภายในห้องพักมีตู้เย็นและทีวี

ข้อมูลติดต่อ

ที่อยู่ : 364 ซอย โยธินพัฒนา 3 ถนน โยธินพัฒนา แขวงคลองจั่น เขตบางกระปิ กรุงเทพฯ 10240

หมายเลขโทรศัพท์ : 02 515 1080

ราคาต่อคืน*

เริ่มต้น 1,000 บาท

10. Tiny Hostel

ที่พักสำหรับชาวแบ็คแพ็กเกอร์ Tiny Hostel เป็นโฮสเทลที่ได้รับการปรับเปลี่ยนจากทาวน์โฮม 3 ชั้น มาเป็นที่พักสุดชิค พร้อมการต้อนรับในบรรยากาศที่แสนอบอุ่น ที่พักแบ่งออกเป็น 2 แบบ  ได้แก่ แบบ Private และแบบ Mix Room สามารถเลือกได้ว่าจะพักในรูปแบบใด 

การเดินทาง

มีบริการจัดหารถแท็กซี่ให้ไปรับและส่งได้ หรือจะนั่งแท็กซี่ไปเองได้โดยตรง

สิ่งอำนวยความสะดวก

ฟรี Wi-Fi ส่วนกลาง, ที่เก็บสัมภาระ

ข้อมูลติดต่อ

ที่อยู่ : 74 ซอย จรัญสนิทวงศ์ 48 แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด ธนบุรี กรุงเทพฯ 10700

หมายเลขโทรศัพท์ : 092-8434433

ราคาต่อคืน*

โทรศัพท์สอบถาม

*ราคาเป็นห้องธรรมดา ผู้ใหญ่ 2 ท่าน ต่อคืน อาจมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มหรือลดลงได้ กรุณาโทรสอบถามฝ่ายขายของแต่ละสถานที่อีกครั้ง

บริการขนส่งและฝากกระเป๋า

11. AMDAENG Bangkok riverside hotel

อำแดง แบงค็อก ริเวอร์ไซต์ ที่พักสุดคูลริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดดเด่นด้วยสีแดงทั้งหลัง สวยงามเป็นเอกลักษณ์ ภายในสวยหรู สไตล์โมร็อกโก ไฮไลท์พิเศษสุดสำหรับที่นี่คือ อาหารไทยชาววัง ที่หาทานได้ยาก ใครอยากสัมผัสกับบรรยากาศคุ้งน้ำแห่งนี้ต้องไม่พลาด 

การเดินทาง

นั่งรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีสะพานตากสิน นั่ง taxi หรือเรือเจ้าพระยาธงฟ้า มาลงที่ท่าเรือวัดทองธรรมชาติ จากนั้นเดินเท้าต่ออีก 200 เมตร ก็จะถึงโรงแรม หากมาจากเยาวราช ให้ขึ้นเรือข้ามฟากที่ท่าเรือสวัสดี ไปยังท่าเรือวัดทองธรรมชาติ จากนั้นเดินเท้าต่ออีก 200 เมตร

สิ่งอำนวยความสะดวก

ฟรี Wi-Fi ส่วนกลาง, อาหารเช้า, ห้องอาหาร

ข้อมูลติดต่อ

ที่อยู่ : 12/1 ซอยเชียงใหม่ 1 ถนนเชียงใหม่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองสาน กรุงเทพ 10600

หมายเลขโทรศัพท์ : 02-162-0138

ราคาต่อคืน*

เริ่มต้น 3,200 บาท

12. Craftsman Bangkok

ที่พักใจกลางเมืองสไตล์คอนโดหรู ขนาด 4 ชั้น อยู่ไม่ไกลจากรถไฟฟ้า BTS บรรยากาศเงียบสงบ โดดเด่นด้วยสระว่ายน้ำส่วนกลางขั้นกลางระหว่างตึก 2 ตึก โดยชั้นล่างฝั่งหนึ่ง สามารถเปิดระเบียงออกมาเล่นน้ำได้ ภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น บาร์คาเฟ่, บริการนวดสปา ภายในตกแต่งสวยหรู ดูเรียบง่าย

การเดินทาง

สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือบริการรถ taxi, Grab ได้ เพราะซอยค่อนข้างลึก แม้ปากซอยจะอยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า

สิ่งอำนวยความสะดวก

ฟรี Wi-Fi ส่วนกลาง, สระว่ายน้ำ, นวด สปา, ที่จอดรถ, มินิบาร์

ข้อมูลติดต่อ

ที่อยู่ : 34-36 ซ. พหลโยธิน 11 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400

หมายเลขโทรศัพท์ : 02-279-7299

ราคาต่อคืน*

เริ่มต้น 3,400 บาท

13. Cacha Bed Heritage Hotel

จากตึกเก่าแก่ สู่โรงแรมและแกลลอรี่ เดิมทีเป็นอาคาร 4 ชั้น สไตล์วิกตอเรียน ถูกสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งถูกใช้งานมาอย่างยาวนานและจะถูกปล่อยร้างในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ก่อนได้รับการปรับปรุงจนกลายมาเป็น คชา เบด โดยที่พักมีทั้งแบบ Private และ แบบหอพัก ด้านล่างมีล็อบบี้ คาเฟ่ และแกลลอรี่ภาพส่วนบุคคลจัดแสดงให้ได้ดู 

การเดินทาง

แนะนำให้ใช้บริการรถสาธารณะหรือบริการรถรับส่ง เนื่องจากโรงแรมตั้งอยู่ติดมุมถนน ไม่มีที่จอดรถส่วนตัว

สิ่งอำนวยความสะดวก

ฟรี Wi-Fi ส่วนกลาง, มีร้านอาหาร

ข้อมูลติดต่อ

ที่อยู่ : 156 ถ. มหาไชย แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200

หมายเลขโทรศัพท์ : 02 221 0257

ราคาต่อคืน*

เริ่มต้น 2,200 บาท

14. YANH Ratchawat Hotel

โรงแรมน้องใหม่ ย่าน ราชวัตร เปิดให้บริการแล้ว ใครชอบเที่ยว อยากลองที่พักใหม่ ๆ จะต้องไม่พลาด โดยเฉพาะสายกินเพราะในย่านราชวัตรแห่งนี้เต็มไปด้วยร้านอาหารชื่อดังมากมายและที่สำคัญตัวโรงแรมใกล้ร้านสะดวกซื้อ ภายในตกแต่งสไตล์ working space ดูเงียบสงบ แม้ตัวโรงแรมจะอยู่ติดถนนก็ตาม 

การเดินทาง

สามารถใช้รถยนต์ส่วนตัวเพราะมีที่จอดรถให้ หรือบริการรถสาธารณะได้ ก็จะสะดวกและง่ายต่อการเดินทางมากกว่า 

สิ่งอำนวยความสะดวก 

มีที่จอดรถ, ฟรี Wi-Fi , มีร้านอาหาร,คาเฟ่, สระว่ายน้ำ, มีพื้นที่ให้ทำงานได้

ข้อมูลติดต่อ

ที่อยู่ : 1376/1 ถ. นครไชยศรี แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300

หมายเลขโทรศัพท์ : 02 180 6450

ราคาต่อคืน*

เริ่มต้น 1,900 บาท

*ราคาเป็นห้องธรรมดา ผู้ใหญ่ 2 ท่าน ต่อคืน อาจมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มหรือลดลงได้ กรุณาโทรสอบถามฝ่ายขายของแต่ละสถานที่อีกครั้ง

15. Riva Arun Bangkok

ที่พักหรูสไตล์วินเทจ ที่ทุกคนไม่ควรพลาดกับวิวแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้เห็นวิถีชีวิตของคนริมน้ำ สามารถมองเห็นวัดอรุณในฝั่งตรงข้ามได้ โดยเฉพาะยามค่ำคืนที่มีการเปิดไฟไปยังพระปรางค์ ช่างสวยงามยิ่งนัก ตัวอาคารสีขาว มี 4 ชั้น ตกแต่งด้วยความพิถีพิถัน ไฮไลท์อยู่ที่ชั้นดาดฟ้าของโรงแรมที่เปิดให้ผู้เข้าพักได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศยามพระอาทิตย์ตกดิน

การเดินทาง

สามารถใช้บริการรถ taxi หรือรถยนต์ส่วนตัวได้ แต่จะเป็นเจ้าหน้าที่เข้ามารับรถและนำไปจอดให้ เพราะด้านหน้าที่จอดค่อนข้างจำกัด แต่ถ้าต้องการใช้รถสามารถแจ้งพนักงานได้

สิ่งอำนวยความสะดวก

มีที่จอดรถ, ฟรี Wi-Fi , ร้านอาหารและบาร์บนชั้นดาดฟ้า, สระว่ายน้ำ

ข้อมูลติดต่อ

ที่อยู่ : 392/25-26 ถนนมหาราช เขตพระนคร ริมแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพ 10200

หมายเลขโทรศัพท์ : 02 2211188

ราคาต่อคืน*

เริ่มต้น 6,700 บาท

*ราคาเป็นห้องธรรมดา ผู้ใหญ่ 2 ท่าน ต่อคืน อาจมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มหรือลดลงได้ กรุณาโทรสอบถามฝ่ายขายของแต่ละสถานที่อีกครั้ง

16. Canale Hostel Khaosan

เปลี่ยนบรรยากาศมาลองสัมผัสบรรยากาศวิถีชีวิตดั้งเดิมกับที่พักริมคลองกันดูบ้าง Canale Hostel เป็นโฮสเทลเล็ก ๆ ริมคลองบางลำพู ที่ได้รับการรีโนเวทขึ้นมาใหม่ ห้องพักทุกห้องสามารถมองออกมาเห็นวิวแม่น้ำ ได้อารมณ์ย้อนยุคไปอีกแบบ

การเดินทาง

แนะนำให้ใช้บริการรถสาธารณะ, Taxi, หรือบริการรถจากแอปพลิเคชัน เพราะไม่มีที่จอดรถ หรือเดินเท้าจากข้าวสารเพียง 5 นาทีเท่านั้น

สิ่งอำนวยความสะดวก

ฟรี Wi-Fi 

ข้อมูลติดต่อ

ที่อยู่ : 347, 349 ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศน์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200

หมายเลขโทรศัพท์ : 09 3951 5441

ราคาต่อคืน*

โทรศัพท์สอบถาม

17. Here Bangkok Hostel

Credit: Here Hostel

โฮสเทลขนาดย่อม ๆ ในซอยเล็ก ๆ ที่ทำเอาหลายคนไม่เชื่อว่าจะมีโรงแรมอยู่ข้างในนี้ได้ เดิมเป็นตึกแถวเก่า ก่อนนำมารีโนเวทเป็นโฮสเทลให้นักท่องเที่ยวและนักเดินทางได้เข้าพัก ตัวอาคารยังคงกลิ่นอายของความเก่าแฝงด้วยการตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์โมเดิร์นและของเก่าจำนวนมาก พื้นที่ว่างด้านหน้าจัดเป็นมินิบาร์ให้แขกผู้มาพักได้ผ่อนคลายและสนทนากัน 

การเดินทาง

แนะนำให้ใช้บริการรถสาธารณะ, Taxi, หรือบริการรถจากแอปพลิเคชัน เพราะไม่มีที่จอดรถ หรือเดินเท้าจากข้าวสารเพียง 5 นาทีเท่านั้น

สิ่งอำนวยความสะดวก

ฟรี Wi-Fi , มุมทำอาหารเช้าเล็ก ๆ

ข้อมูลติดต่อ

ที่อยู่ : 196/3-8 ถนน ราชดำเนินกลาง แขวงบวรนิเวศน์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200

หมายเลขโทรศัพท์ : 090 987 7438

ราคาต่อคืน*

เริ่มต้น 1,100 บาท

18. Click Hostel Bangkok

โฮสเทลราคาประหยัด โซนสุขุมวิท ติดรถไฟฟ้า ให้ความรู้สึกเหมือนเดินทางไปพักค้างคืนบ้านเพื่อน เช้ามาสามารถนั่งรถไฟฟ้ากลับบ้านได้ ตั้งอยู่ระหว่างสถานีอโศก-พร้อมพงษ์ เดินทางสะดวก เอาใจคนมองหาที่พักกลางเมืองในราคาประหยัด หรือใครที่เข้าเมืองกรุงเพื่อสมัครงาน หางาน ภายในเรียบง่าย ลงตัว ตอบโจทย์นักเดินทางทั้งในแบบคนเดียวและหมู่คณะ 

การเดินทาง

สามารถเดินเท้าจากสถานีรถไฟฟ้า BTS พร้อมพงษ์ ใช้เวลาประมาณ 7-8 นาที หรือใช้บริการรถสาธารณะ, Taxi, หรือบริการรถจากแอปพลิเคชัน เพราะไม่มีที่จอดรถ 

สิ่งอำนวยความสะดวก

ฟรี Wi-Fi , ด้านล่างที่มีที่นั่งเล่นและมินิคาเฟ่ไว้คอยบริการ 

ข้อมูลติดต่อ

ที่อยู่ : 12/12 สุขุมวิท 33 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

หมายเลขโทรศัพท์ : 082 540 5590

ราคาต่อคืน*

เริ่มต้น 1,500 บาท

19. Cubic Bangkok Hostel

เป็นโฮสเทลขนาดเล็กที่แสนจะอบอุ่น เปิดรับเฉพาะนักท่องเที่ยวหรือนักเดินทางที่เป็นผู้หญิงเท่านั้น ผู้ชายหมดสิทธิ์! เพื่อเน้นในเรื่องของความปลอดภัยให้อารมณ์เหมือนอยู่บ้านหรือเดินทางเพื่อมาพักบ้านญาติ เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษาที่เดินทางมาสมัครเรียนหรือรอสัมภาษณ์งาน เพราะอยู่ใกล้กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนั่นเอง

การเดินทาง

มีบริการ taxi หรือใช้บริการจากแอปพลิเคชัน, ใกล้รถไฟฟ้า BTS สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ

สิ่งอำนวยความสะดวก

ฟรี Wi-Fi , ดาดฟ้ามีบริการเครื่องดื่มร้อนเย็น และซักล้าง รายล้อมไปด้วยห้างสรรพสินค้าจำนวนมาก

ข้อมูลติดต่อ

ที่อยู่ : 1356-60 ถนนบรรทัดทอง ปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10110

หมายเลขโทรศัพท์ : 090 213 1132

ราคาต่อคืน*

โทรศัพท์สอบถาม

20. VM 1 Hostel Bangkok

VM1 โฮสเทล ใจกลางเมือง เป็นโฮสเทลขนาดเล็ก ตกแต่งด้วยผนังปูนเปลือยสไตล์ลอฟท์ ให้อารมณ์เหมือนอยู่บ้าน ห้องพักขนาดใหญ่ มีหลายแบบให้เลือกทั้งแบบ Private และ แบบห้องรวม สะอาด ประหยัด เหมาะกับนักเดินทางทุกประเภท โดยเฉพาะแบ็คแพ็กเกอร์ อยู่ห่างจากรถไฟฟ้า BTS สนามเป้าเพียง 600 เมตร 

การเดินทาง

แนะนำใช้บริการรถสาธารณะ, taxi หรือรถไฟฟ้า BTS เพราะอยู่ห่างจากที่พักเพียง 600 เมตร

สิ่งอำนวยความสะดวก

ฟรี Wi-Fi , ห้องนวด, ห้องปิงปอง ด้านหน้ามีร้านอาหารและของกินจำนวนมาก

ข้อมูลติดต่อ

ที่อยู่ : 815 ถ. พหลโยธิน แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400

หมายเลขโทรศัพท์ : 090 950 0718

ราคาต่อคืน*

เริ่มต้น 780 บาท

*ราคาเป็นห้องธรรมดา ผู้ใหญ่ 2 ท่าน ต่อคืน อาจมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มหรือลดลงได้ กรุณาโทรสอบถามฝ่ายขายของแต่ละสถานที่อีกครั้ง

บริการขนส่งและฝากกระเป๋า

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ ที่พักในกรุงเทพ2024 สไตล์ Staycation ที่ให้อารมณ์เหมือนอยู่บ้าน สามารถใช้ช่วงเวลาวันหยุดเดินทางท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ได้ไม่ยาก อยากจะนั่งรถสาธารณะกลับบ้านเมื่อไรก็ได้ แถมราคาที่พักก็ค่อนข้างถูก ราคาเริ่มต้นเพียงหลักร้อย จนไปถึงหลักพัน เหมาะกับนักเดินทางหรือใครที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศจากนอนที่บ้านมาหาประสบการณ์ที่ไม่ไกลมากนัก

ที่มาข้อมูล