เที่ยวต่างประเทศ

รู้ยัง! เที่ยวญี่ปุ่นปี 2569 ไม่ต้องมีวีซ่าแล้ว

anuchit
แชร์
สารบัญ

หลังจากห่างหายจากการล็อกดาวน์ช่วงโควิด-19 ไปหลายปี เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงอยากจะออกเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศกันใจจะขาดอยู่แล้ว ซึ่งหนึ่งในหมุดหมายปลายทางยอดนิยมที่ใคร ๆ ก็อยากไปคงหนีไม่พ้นประเทศญี่ปุ่น เพราะเดินทางไปง่าย ใช้เวลาไม่นาน แถมค่าใช้จ่ายตลอดทริปไม่ได้สูงแบบการไปเที่ยวยุโรป และยิ่งตอนนี้ญี่ปุ่นกลับมาเปิดประเทศรับนักท่องเทียวแล้ว เป็นข่าวดีสำหรับคนไทยเพราะเขาเปิดให้ท่องเที่ยวแบบไม่ต้องมีวีซ่าแล้ว วันนี้ airportels จะมาชวนคุณไป เที่ยวญี่ปุ่น กัน

 
อัปเดต 30 กรกฎาคม 2569 บทความนี้เขียนเมื่อปี 2565 ตอนที่ญี่ปุ่นเพิ่งเปิดประเทศ และเงื่อนไขตอนนั้นเปลี่ยนไปหมดแล้ว ไม่ต้องฉีดวัคซีนครบ 3 เข็ม และไม่ต้องตรวจ RT-PCR อีกต่อไป ญี่ปุ่นยกเลิกมาตรการโควิดที่ชายแดนทั้งหมดตั้งแต่ 29 เมษายน 2566 คนไทยยังเข้าญี่ปุ่นได้แบบไม่ต้องขอวีซ่า พำนักไม่เกิน 15 วัน โดยต้องใช้พาสปอร์ตแบบ e-Passport ส่วนราคาตั๋วเครื่องบินที่อยู่ในบทความเป็นราคาปี 2565 ซึ่งหมดโปรแล้ว

ท่องเที่ยวฉบับไม่มีวีซ่า อัปเดต โปรโมชั่น ราคาตั๋ว

แน่นอนว่าการระบาดของโควิด-19 ทำให้การท่องเที่ยวญี่ปุ่นหยุดชะงักจนถึงขั้นปิดประเทศและระงับวีซ่านักท่องเที่ยว แต่ตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2565 เป็นต้นไป ญี่ปุ่นมีนโยบายเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบไม่มีการกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยว โดยนักท่องเที่ยวทุกคนสามารถเข้าประเทศได้แบบ ฟรีวีซ่า และสามารถจองที่พัก ตั๋วเครื่องบิน จองตั๋วสถานที่ท่องเที่ยวและบริการอื่น ๆ ได้ด้วยตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องผ่านผ่านเอเจนซี่หรือบริษัททัวร์ และสามารถท่องเที่ยวอยู่ในญี่ปุ่นได้ไม่เกิน 15 วันเงื่อนไขของการไป เที่ยวญี่ปุ่น แบบ ฟรีวีซ่า 2565 คือ ปัจจุบันไม่มีเงื่อนไขเรื่องโควิด-19 แล้ว ญี่ปุ่นยกเลิกมาตรการควบคุมโรคที่ชายแดนทั้งหมดตั้งแต่ 29 เมษายน 2566 จึงไม่ต้องใช้เอกสารรับรองการฉีดวัคซีน และไม่ต้องตรวจ RT-PCR ก่อนเดินทางอีกต่อไป สิ่งที่ต้องมีจริงๆ คือ พาสปอร์ตอิเล็กทรอนิกส์ (e-Passport) ที่มีข้อมูลชีวมาตรตามมาตรฐาน ICAO ซึ่งพาสปอร์ตไทยที่ออกในช่วงหลังเป็นแบบนี้อยู่แล้ว แต่ถ้าใครยังถือเล่มเก่าที่ไม่ใช่ e-Passport จะไม่เข้าเงื่อนไขยกเว้นวีซ่าและต้องยื่นขอวีซ่า นอกจากนี้แนะนำให้ลงทะเบียน Visit Japan Web ล่วงหน้า เพื่อกรอกข้อมูลตรวจคนเข้าเมืองและใบแจ้งศุลกากรออนไลน์ จะได้ QR Code ไปแสดงที่สนามบิน แทนการกรอกกระดาษ ทำให้ผ่านด่านเร็วขึ้น ส่วน JESTA ระบบขออนุญาตเดินทางล่วงหน้าของญี่ปุ่นที่มีข่าวออกมา ยังไม่มีผลบังคับใช้ คาดว่าจะเริ่มราวปี 2572 ตอนนี้จึงยังไม่ต้องยื่นอะไรเพิ่ม วันนี้เรามี โปรโมชั่น ตั๋วเครื่องบินมาแนะนำ

หมายเหตุ ราคาโปรโมชั่นในรายการด้านล่างนี้เป็นราคาช่วงปลายปี 2565 ตอนที่เขียนบทความ ซึ่งหมดโปรไปนานแล้ว เก็บไว้เพื่อให้เห็นภาพระดับราคาช่วงนั้นเท่านั้น ไม่ใช่ราคาที่จองได้ในปัจจุบัน โปรดเช็คราคาจริงกับสายการบินก่อนวางแผน
  • เริ่มที่สายการบิน Airasia จัดโปรในราคาสมาชิก Airasia เริ่มต้นที่ 1,580 บาท สำหรับเที่ยวบินต่างประเทศหนึ่งเที่ยวบิน แน่นอนว่ามีไปลงถึงที่ญี่ปุ่น เรียกได้ว่าสะดวกสบายและคุ้มค่ามาก
  • สายการบินเวียดเจ็ต บินตรงจากกรุงเทพฯ ไปลงฟูโกโอกะเริ่มต้นที่ 3,999 บาท 
  • ส่วนสายการบินไทยก็มี โปรโมชั่น ราคาพิเศษพร้อมกับฟรีน้ำหนักสัมภาระ 30 กิโลกรัม แถมยังสามารถผ่อนชำระ 0% นาน 3 เดือน 
  • สายการบิน Peach Aviation เปิดเส้นทางใหม่เริ่มต้นวันที่ 8 ธันวาคม 2565 ระหว่าง กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) สู่ โอซาก้า (คันไซ) ในราคาเริ่มต้นที่ 3,190 บาท 
  • สายการบิน ZIPAIR ในเครือเดียวกับ Japan Airlines ก็เปิดราคาเที่ยวบินเดินทางก่อนวันที่ 3 มีนาคม 2566 ในราคาตั๋วต่อเที่ยวเริ่มต้นที่ 4,950 บาท
 

เมืองน่าท่องเที่ยว ในปีนี้ พร้อมที่ถ่ายภาพมุมฮิต

ญี่ปุ่นมีเมืองสวย ๆ น่าไปเที่ยวมากมายหลายเมือง แต่ละเมืองก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว วันนี้เราก็มี 3 เมืองที่ห้ามพลาดเมื่อคุณไปเยือนญี่ปุ่น

1. โตเกียว

ไปถึงญี่ปุ่นทั้งที ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องไปเยือนเมืองโตเกียวให้ได้ สถานที่ยอดฮิตที่ต้องไปถ่ายรูปเช็กอินให้ได้เลยก็คือ วัดเซ็นโซจิ เป็นวัดเก่าแก่ในโตเกียว และยังมีโคมไฟสีแดงขนาดยักษ์เป็นมุมถ่ายรูปสุดฮิตที่ใครไปก็จะต้องแชะภาพสวย ๆ กลับมา นอกจากนั้นแล้วที่โตเกียวยังมีย่านการค้าฮิป ๆ อีกมากมาย เช่น ฮาราจูกุ ชินจูกุ ชิบูย่า ฯลฯ

2. ยามานาชิ

ที่นี่เป็นอีกหนึ่ง เมืองน่าท่องเที่ยว อยู่ไม่ไกลจากโตเกียว นักท่องเที่ยวมาที่นี่เพื่อมาชมความงามของภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งถือว่าเป็นแลนด์มาร์กที่ถ่ายรูปมุมฮิตอีกแห่งหนึ่ง นอกจากนั้นแล้วยังมีทะเลสาบคาวากุจิโกะ ทะเลสาบยามานากาโกะ ทะเลสาบไซโกะ ทะเลสาบโชจิโกะ และทะเลสาบโมโตซุโกะที่สวยงามไม่แพ้กัน

3. โอซาก้า

โอซาก้าถือเป็นอีกหนึ่ง เมืองน่าท่องเที่ยว ที่นี่มีจุดถ่ายรูปยอดฮิตอย่างป้ายไฟกูลิโกะริมแม่น้ำโดทงโบริที่ใครไปก็ต้องได้ถ่ายรูปกลับมาทุกคน นอกจากนั้นแล้วยังมีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ และปราสาทโอซาก้า ที่เป็น 1 ใน 3 ปราสาทที่มีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่นรอให้ไปเช็กอินกัน

 

คาเฟ่ที่ต้องไปเช็กอิน

1. BLUE BOTTLE COFFEE

คาเฟ่โลโก้รูปขวดฟ้าชื่อดังที่ใครไปญี่ปุ่นก็ต้องไปเช็กอิน ที่นี่มีมุมสวย ๆ ไว้ให้ถ่ายรูปเพียบ แถมเมนูเครื่องดื่มยังรสชาติอร่อยกลมกล่อมด้วย

(Image credit: https://www.archdaily.com/975342/blue-bottle-coffee-shibuya-cafe-keiji-ashizawa-design)

2. About Life Coffee Brewers

คาเฟ่เล็ก ๆ ในย่านชิบูย่า เป็นคาเฟ่ริมทางที่ไม่มีที่นั่ง แต่จุดเด่นของที่นี่คือตั้งอยู่มุมตึกซึ่งฮิปมาก ๆ เหมาะกับการมาถ่ายรูปชิค ๆ ส่วนเมนูเครื่องดื่มก็มีหลากหลายชนิด รสชาติดีมาก ๆ 

(Image credit: https://ploybites.wordpress.com/2017/05/08/tokyo-cafe-about-life-coffee-brewers-shibuya-tokyo/)

3. DUMBO Doughnuts and Coffee

ที่นี่มีจุดเด่นตรงที่โดนัทขนาดบิ๊กเบิ้ม รสชาติเยี่ยม แป้งเหนียวนุ่มกัดแล้วละลายในปาก กินคู่กับเครื่องดื่มรสกลมกล่อมของทางร้านยิ่งเข้ากันมาก ๆ เลย 

4. Colombin Harajuku Salon

ร้านคาเฟ่สไตล์ยุโรป ขนมและเครื่องดื่มของที่ร้านจะเป็นสไตล์ฝรั่งเศส โดยมีจุดเด่นตรงที่น้ำผึ้งเลี้ยงเอง เป็นแบบออร์แกนิก รสชาติหอมหวานละมุนแบบลงตัว

(Image credit: https://omotesando.or.jp/shop/60/)

5. Onibus Coffee

คาเฟ่สไตล์มินิมอลตั้งอยู่ริมสนามเด็กเล่นและรางรถไฟ มีเพียงช่องหน้าต่างเปิดออกมาสำหรับสั่งและรับออเดอร์ เหมาะกับการมาถ่ายรูปเช็กอินแบบชิค ๆ

(Image credit: https://ploybites.wordpress.com/2017/05/08/tokyo-cafe-about-life-coffee-brewers-shibuya-tokyo/)

 

ทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อมูลการเที่ยวญี่ปุ่นแบบรวบรัดที่เรานำมาฝาก ถ้าเพื่อน ๆ ยังไม่มีแพลนไปเที่ยวที่ไหน ญี่ปุ่นเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ และตอนนี้เข้าง่ายกว่าตอนที่เขียนบทความนี้มาก เพราะไม่มีเงื่อนไขโควิดแล้ว ยิ่งเขาเปิด ฟรีวีซ่า ทั้งทีแบบนี้ ไม่รีบจองตั๋วไม่ได้แล้ว

 

ที่มาข้อมูล

หน้านี้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดเมื่อไร
ตรวจสอบเมื่อ 30 กรกฎาคม 2569 โดยทีมงาน AIRPORTELs (ผู้รับผิดชอบ: Den) รอบตรวจสอบซ้ำทุก 90 วัน

ญี่ปุ่นยกเลิกมาตรการควบคุมโควิด-19 ที่ชายแดนทั้งหมดเมื่อ 29 เมษายน 2566 สิทธิยกเว้นวีซ่าสำหรับคนไทย พำนักได้ไม่เกิน 15 วันต่อครั้ง ยังมีผลอยู่ และต้องใช้พาสปอร์ตอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรฐาน ICAO
ระบบ JESTA ยังไม่มีผลบังคับใช้ในปี 2569
เงื่อนไขการเข้าเมืองเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับสถานทูตญี่ปุ่นหรือเว็บไซต์ทางการอีกครั้งก่อนเดินทาง