
เป็นที่ทราบกันดีว่า ในการส่งพัสดุหรือรับพัสดุจากต่างประเทศนั้น หากมิได้เข้าข้อยกเว้นตามกฎหมายใด ๆ แล้ว ผู้ส่งหรือผู้รับนั้นจะต้องเป็นผู้เสียภาษีอากรเพื่อการส่งออกหรือเพื่อการนำเข้าแล้วแต่กรณี อย่างไรก็ตาม หากปรากฏว่ามีการจงใจส่งของหรือ พัสดุที่เลี่ยงภาษี หรือหนีภาษีนั้น ย่อมถือเป็นความผิดตามกฎหมายศุลกากร โดยเบื้องต้นหากเป็นการตรวจพบก่อนส่งพัสดุกล่าวคือ กรอกใบ CN22 ผิดจากความเป็นจริง หากยังอยู่ในอำนาจแก้ไขได้ เช่น ยังอยู่ที่ทำการไปรษณีย์หรือผู้รับขนส่งอื่น ก็คงไม่เป็นอะไร แต่หากของหรือพัสดุนั้นส่งออกไปแล้วถูกตรวจพบโดยเจ้าหน้าที่ศุลกากร ซึ่งปกติมักทำการตรวจโดยการสุ่ม หรือตรวจเฉพาะของหรือพัสดุที่ต้องสงสัยจริง ๆ หากพบว่ามีลักษณะจงใจหลบหนีหรือหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรย่อมอาจต้องถูกดำเนินคดีได้ โดยความผิดตามกฎหมายศุลกากรนี้ สามารถแยกออกได้เป็น 5 ฐานความผิดสำคัญดังนี้

ก่อนอื่น: ของราคาต่ำกว่า 1,500 บาท ไม่ได้รับยกเว้นภาษีอีกแล้ว
เดิมของนำเข้าที่มีราคารวมค่าขนส่งและประกันไม่เกิน 1,500 บาท ได้รับยกเว้นอากรขาเข้า หลายคนจึงยังเข้าใจว่าพัสดุชิ้นเล็กไม่ต้องเสียภาษี ซึ่งไม่เป็นความจริงแล้ว เกณฑ์นี้เปลี่ยนไปสองรอบ
- ตั้งแต่ 5 กรกฎาคม 2567 เริ่มเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% กับของนำเข้าราคา 1-1,500 บาท ซึ่งเดิมไม่เคยถูกเก็บ (ตอนนั้นยังยกเว้นอากรขาเข้าอยู่)
- ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ยกเลิกการยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับของราคาต่ำ ปัจจุบันของนำเข้าตั้งแต่ 1 บาทขึ้นไปอยู่ในข่ายต้องเสียอากรขาเข้า และเสียภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย
เรื่องนี้เกี่ยวโดยตรงกับหัวข้อด้านล่าง เพราะคนที่ยังยึดเกณฑ์ 1,500 บาทแบบเดิม อาจสำแดงราคาหรือประเภทของไม่ตรงความจริงโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งเข้าข่ายความผิดที่อธิบายไว้ในบทความนี้ ทางที่ปลอดภัยคือสำแดงราคาและรายละเอียดตามจริงเสมอ แล้วจ่ายภาษีตามที่ประเมิน
1. ความผิดฐานลักลอบหนีภาษี
ลักษณะความผิดคือ การนำของซึ่งยังมิได้เสียภาษีอากรโดยถูกต้องหรือมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้อง นำเข้าหรือส่งออกไปราชอาณาจักร กล่าวคือ หากของนั้นต้องเสียภาษีแต่มิได้เสียภาษี หรือของนั้นไม่จำต้องเสียภาษี แต่ก็มิได้กระทำให้ถูกกระบวนการพิธีการศุลกากรตามกฎหมาย เหล่านี้ถือเป็นความผิดฐานลักลอบหนีศุลกากรทั้งสิ้น ตามมาตรา 242 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือทั้งจำทั้งปรับ และริบของนั้น ข้อควรระวัง: ค่าปรับคิดจากราคาของบวกอากร ไม่ใช่คิดจากค่าภาษีที่เลี่ยง ตัวอย่างเช่น ของราคา 100,000 บาท มีอากร 10,000 บาท ฐานค่าปรับคือ 4 × 110,000 = 440,000 บาท ไม่ใช่ 4 × 10,000 บาท ซึ่งต่างกันมาก
2. ความผิดฐานหลีกเลี่ยงค่าภาษี
ลักษณะความผิดคือ การส่งของหรือพัสดุโดยผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้อง แต่กระทำการใด ๆ เพื่อให้ชำระค่าภาษีน้อยลง เช่น สำแดงปริมาณน้ำหนักน้อยกว่าความเป็นจริง หรือที่เรียกว่า การสำแดงเท็จ ทั้งนี้การส่งของหรือ พัสดุที่เลี่ยงภาษี นี้ เป็นความผิดตามมาตรา 243 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ครึ่งเท่าถึง 4 เท่าของค่าอากรที่ต้องเสียเพิ่ม หรือทั้งจำทั้งปรับ และริบของนั้น (ต่างจากมาตรา 242 ตรงที่ฐานค่าปรับคิดจากอากรที่ขาดไป ไม่ใช่ราคาของ) แต่ในกรณีเป็นการหลีกเลี่ยงโดยการซุกซ่อนกับสิ่งอื่นที่ต้องเสียภาษี นอกจากปรับ 4 เท่าตามที่กล่าวข้างต้นแล้ว ให้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 1 เท่าด้วย หรือประมาณอีก 10 %
3. ความผิดฐานสำแดงเท็จ
ลักษณะความผิดคือ การนำเข้าหรือส่งออกไม่ตรงกับเอกสารหลักฐานที่แสดง ซึ่งมีหลายกรณี เช่น ปลอมหรือใช้เอกสารปลอม หรือแจ้งเท็จแก่เจ้าหน้าที่ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน
4. ความผิดฐานนำของต้องกำกัดหรือของต้องห้ามเข้ามาหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร
ของต้องกำกัด คือ ของต้องจำกัดการนำเข้าหรือส่งออกนั่นเอง กล่าวคือ เป็นของที่สามารถนำเข้าหรือส่งออกได้ แต่ต้องมีการขออนุญาตก่อน เช่น การนำเข้าสารเคมีอันตรายเข้ามาภายในประเทศ ต้องขออนุญาตหน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น กระทรวงอุตสาหกรรมก่อนเสมอ ส่วนของต้องห้ามคือ สิ่งผิดกฎหมายที่ไม่อาจนำเข้าหรือส่งออกราชอาณาจักรเพื่อการค้าได้เด็ดขาด เช่น ยาเสพติด
5. ความผิดฐานฝ่าฝืนพิธีศุลกากร
ลักษณะความผิดคือ การมิได้ปฏิบัติตามพิธีการศุลกากรให้ถูกต้องตามกฎหมายศุลกากร หรือกฎหมายอื่น เช่น มิได้ยื่นคำขอตามแบบพิธีในการขนสินค้าขาเข้า ต้องระวางโทษปรับ ไม่เกิน 1,000 บาท เป็นต้น

จากที่กล่าวข้างต้นจะเห็นได้ว่า หากเราส่งของหรือ พัสดุที่เลี่ยงภาษี หรือหนีภาษี โทษทางกฎหมายศุลกากรนั้นค่อนข้างมีบทลงโทษรุนแรง โดยมีทั้งโทษปรับ และโทษจำคุก โดยหากถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจพบเมื่อกระทำผิดแล้ว ก็ยากที่จะแก้ตัวให้พ้นผิด ต้องถูกส่งดำเนินคดี ส่งฟ้องต่อศาลต่อไป โดยแม้หากผู้กระทำผิด ยินดีจ่ายค่าปรับสูงสุด อธิบดีศุลกากรอาจใช้ดุลพินิจสั่งไม่ฟ้องก็ได้ แต่กระนั้นก็มิได้ลบล้างความผิดแต่อย่างใด ดังนั้น ก่อนที่จะส่งหรือนำเข้าของ หรือพัสดุต่าง ๆ ควรตรวจสอบราคาสิ่งของและเงื่อนไขการส่งให้ชัดเจน
ตรวจสอบเมื่อ 30 กรกฎาคม 2569 โดยทีมงาน AIRPORTELs (ผู้รับผิดชอบ: Den) รอบตรวจสอบซ้ำทุก 90 วัน
บทลงโทษอ้างอิงพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 242 (ลักลอบหนีศุลกากร) และมาตรา 243 (หลีกเลี่ยงอากร) เผยแพร่โดยกรมศุลกากร customs.go.th
เกณฑ์ภาษีของนำเข้าราคาต่ำ อ้างอิงมาตรการเก็บ VAT ของนำเข้า 1-1,500 บาท ซึ่งเริ่ม 5 กรกฎาคม 2567 และการยกเลิกการยกเว้นอากรขาเข้าตั้งแต่ 1 มกราคม 2569
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย อัตราโทษและฐานความผิดขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี หากมีข้อพิพาทหรือถูกดำเนินคดี ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายศุลกากรโดยตรง






