ฝากกระเป๋าในอุดร…ให้อุ่นใจ ก่อนแวะเที่ยวในเมืองแบบ One day trip

เหนื่อยไหม? ที่อยากเที่ยวในเมืองอุดรฯ แต่ต้องแบกสัมภาระใบใหญ่ไปไหนมาไหนตลอดเวลา…เรามีจุด ฝากกระเป๋าในอุดร เป็นทางออก…

ก่อนอื่นขอแนะนำจังหวัดอุดรธานีคร่าวๆ นะคะ “อุดรธานี” ตั้งอยู่ตอนบนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือในประเทศไทย เป็นศูนย์กลางหน่วยงานราชการต่างๆ ในภูมิภาค รวมถึงเป็นศูนย์กลางการเดินทางทั้งทางบกและทางอากาศของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่นี่จึงเป็นแหล่งรวมตัวของนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาเที่ยวในจังหวัดอุดรธานีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อไม่ให้การท่องเที่ยวเกิดความลำบาก ตัดปัญหาเรื่องสัมภาระที่ยังไม่ต้องการใช้งาน เราจึงรวบรวมจุดรับฝากกระเป๋าสัมภาระทั้งในสนามบินและขนส่งจังหวัดอุดรธานี ไว้อำนวยความสะดวกสบายแก่นักท่องเที่ยวที่จะแวะพักผ่อนในอุดรธานีก่อนเดินทางต่อ

ไม่ว่าเพื่อนๆ จะกลับจากนครพนม, หนองคาย หรือสปป.ลาว แล้วมาขึ้นรถที่อุดรธานี เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเที่ยว เราขอเสนอแผนการท่องเที่ยวแบบ One day trip in Udon Thani แต่ก่อนอื่นเราไป ฝากกระเป๋าในอุดร กันก่อนนะคะ

จุดรับฝากสัมภาระที่สนามบินอุดรธานี

ฝากกระเป๋าในอุดร, ฝากสัมภาระอุดร, สนามบินอุดรธานี, ฝากกระเป๋าในอุดร, ฝากกระเป๋าสัมภาระ, ฝากของอุดร, เที่ยวอุดร
บริการรับฝากรถและสัมภาระ ของหจก.อุดรแก้วทัวร์ (Limousine Service)

จุดรับฝากสัมภาระที่ขนส่งอุดรธานี

ฝากกระเป๋าในอุดร, ฝากสัมภาระอุดร, สนามบินอุดรธานี, ฝากกระเป๋าในอุดร, ฝากกระเป๋าสัมภาระ, ฝากของอุดร, เที่ยวอุดร
บริการรับฝากสัมภาระที่ขนส่งอุดรธานี

จุดรับฝากสัมภาระที่ขนส่งอุดรธานี ตั้งอยู่ตรงข้ามประชาสัมพันธ์ของขนส่ง เปิดทุกวัน 07.00 – 21.00 น. ไม่มีวันหยุด โดยคิดบริการตามขนาด ขนาดเล็ก 20 บาท กลาง 30 บาท ใหญ่ 40 บาท สอบถามเพิ่มเติม โทร.085-683-0700 หรือทางเฟซบุ๊ก ในเพจ บริการรับฝากกระเป๋าและสัมภาระ

เมื่อ ฝากกระเป๋าในอุดร เสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็เริ่มเดินทางได้เลย…!

ถ้าเริ่มต้นการเดินทางจากสนามบินอุดรธานี ให้เพื่อนๆ เดินมารอรถสองแถวสาย 15 หน้าสนามบิน หรือถ้าเริ่มเดินทางจากขนส่ง ให้เดินออกมารอรถตรงถนนใหญ่ด้านหน้า ขึ้นรถสองแถวสาย 15 เช่นกัน จุดมุ่งหมายแรกของเราคือ มูลนิธิศาลเจ้าปู่-ย่า อุดรธานี

ฝากกระเป๋าในอุดร, ฝากสัมภาระอุดร, สนามบินอุดรธานี, ฝากกระเป๋าในอุดร, ฝากกระเป๋าสัมภาระ, ฝากของอุดร, เที่ยวอุดร
รถสองแถวสาย 15

ถึงแล้ววว สถานที่ท่องเที่ยวแรกที่เราขอแนะนำ นั่นคือ มูลนิธิศาลเจ้าปู่-ย่า อุดรธานี ตั้งอยู่หลังสถานีรถไฟใกล้ตลาดหนองบัว เป็นศาลเจ้าจีนที่มีความใหญ่โตและสวยงาม มีศาลาริมน้ำ 2 หลัง และมีสวนหย่อมริมหนองบัว บรรยากาศร่มรื่น ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความสงบสุข เบื้องหน้าศาลไม่มีสิ่งกีดขวาง เป็นสัญลักษณ์ความเจริญรุ่งเรืองของชาวอุดรธานี เปิดให้เข้ากราบไหว้สักการะทุกวัน เวลา 09.00-19.00 น.

ฝากกระเป๋าในอุดร, ฝากสัมภาระอุดร, สนามบินอุดรธานี, ฝากกระเป๋าในอุดร, ฝากกระเป๋าสัมภาระ, ฝากของอุดร, เที่ยวอุดร
ด้านหน้าของศาลเจ้า

เคล็ดลับการกราบไหว้ขอพร  นอกจากการกราบไหว้ด้วยธูป 30 ดอก ต้องถวายส้ม 4 ลูก พอกราบไหว้ครบทั้ง 6 จุดแล้ว ให้เดินไปที่สะพานเก้าเลี้ยวเชื่อกันว่าเป็นจุดเชื่อมต่อสวรรค์ และรับรู้ว่าขอพรอะไรไป เสร็จแล้วให้มากราบลาศาลปู่-ย่า พร้อมเอาส้มกลับมา 2 ลูก

ฝากกระเป๋าในอุดร, ฝากสัมภาระอุดร, สนามบินอุดรธานี, ฝากกระเป๋าในอุดร, ฝากกระเป๋าสัมภาระ, ฝากของอุดร, เที่ยวอุดร
รูปปั้นจำลองภายในศาลเจ้าปู่-ย่า

หลังจากกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในศาลเจ้าปู่-ย่าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราก็นั่งรถสองแถวสาย 15 ไปต่อกันที่หนองประจักษ์ สถานที่สุดชิคที่ใครมาถึงอุดรธานีก็ต้องมาเช็กอิน

ฝากกระเป๋าในอุดร, ฝากสัมภาระอุดร, สนามบินอุดรธานี, ฝากกระเป๋าในอุดร, ฝากกระเป๋าสัมภาระ, ฝากของอุดร, เที่ยวอุดร
เป็ดเหลืองยักษ์ ซึ่งเป็นจุดแลนด์มาร์กของจังหวัดอุดรธานี

สวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม หรือที่คนทั่วไปรู้จักกันในชื่อหนองประจักษ์ เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ มีเกาะกลางน้ำ มีไฮไลต์สำคัญคือเป็ดยักษ์สีเหลืองที่ลอยเด่นอยู่กลางหนองน้ำ ใครไม่ได้มาถ่ายรูปด้วยบอกเลยว่าพลาดมาก นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นแหล่งรวมกิจกรรมต่างๆ ของชาวอุดรฯ อาทิ ออกกำลังกาย เล่นกีฬา และมีสนามเด็กเล่นเอาใจน้องๆ หนูๆ ถือเป็นแลนด์มาร์กของชาวอุดรธานีเลยก็ว่าได้ เปิดทุกวัน เวลา 04.00-20.00 น.

เมื่อแวะเดินเล่น ถ่ายรูปกับเจ้าเป็ดน้อยเสร็จแล้ว ไม่รอช้า ขึ้นรถสองแถวสาย 15 ที่เราคุ้นเคยไปยังจุดหมายต่อไปคือ พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี

พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี (Udon Thani Museum) ตั้งอยู่ตรงข้ามวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุดรธานี ติดกับสำนักงานที่ดินอุดรธานี ด้านหลังติดหนองประจักษ์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดอุดรธานี เพราะที่นี่ได้รวบรวมประวัติความเป็นมา เรื่องราวและเหตุการณ์สำคัญที่ทรงคุณค่า อาทิ เรื่องราวเกี่ยวกับจังหวัดอุดรธานี ทั้งประวัติศาสตร์ โบราณคดี ธรรมชาติวิทยา ธรณีวิทยา ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และศิลปวัฒนธรรม  รวมถึงพระประวัติและพระเกียรติคุณของกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคมผู้ก่อตั้งเมืองอุดรธานี เป็นต้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาศึกษาหาความรู้ ถือเป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาถึงจังหวัดนี้

ฝากกระเป๋าในอุดร, ฝากสัมภาระอุดร, สนามบินอุดรธานี, ฝากกระเป๋าในอุดร, ฝากกระเป๋าสัมภาระ, ฝากของอุดร, เที่ยวอุดร
ภายนอกของอาคารพิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี
ฝากกระเป๋าในอุดร, ฝากสัมภาระอุดร, สนามบินอุดรธานี, ฝากกระเป๋าในอุดร, ฝากกระเป๋าสัมภาระ, ฝากของอุดร, เที่ยวอุดร
ตัวอย่างโบราณวัตถุ – เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง
ฝากกระเป๋าในอุดร, ฝากสัมภาระอุดร, สนามบินอุดรธานี, ฝากกระเป๋าในอุดร, ฝากกระเป๋าสัมภาระ, ฝากของอุดร, เที่ยวอุดร
ข้อมูลทั่วไปของการเข้าชมพิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี http://www.museumthailand.com/th/museum/Udon-Thani-Museum

ก่อนจบ One day trip ของเรานะคะ เราจะพาไปแวะทานอาหารและซื้อของฝากที่ วีที แหนมเนือง อาหารขึ้นชื่อของจังหวัดอุดรธานี เมนูที่ห้ามพลาดเลยคือ แหนมเนือง, กระยอสด และกุ้งพันอ้อย และที่พิเศษคือ ที่นี่มี Drive Thru ด้วย สะดวกมากๆ เลย สามารถดูรูปเพิ่มเติมและสอบถามข้อมูลได้ที่ http://vtnamnueng.net/

ฝากกระเป๋าในอุดร, ฝากสัมภาระอุดร, สนามบินอุดรธานี, ฝากกระเป๋าในอุดร, ฝากกระเป๋าสัมภาระ, ฝากของอุดร, เที่ยวอุดร
ด้านหน้าของร้านวีที แหนมเนือง
ฝากกระเป๋าในอุดร, ฝากสัมภาระอุดร, สนามบินอุดรธานี, ฝากกระเป๋าในอุดร, ฝากกระเป๋าสัมภาระ, ฝากของอุดร, เที่ยวอุดร
ภายในร้านวีที แหนมเนือง
ฝากกระเป๋าในอุดร, ฝากสัมภาระอุดร, สนามบินอุดรธานี, ฝากกระเป๋าในอุดร, ฝากกระเป๋าสัมภาระ, ฝากของอุดร, เที่ยวอุดร
โซนร้านอาหารในร้านวีที แหนมเนือง

หลังจากอิ่มท้องจากร้านวีที แหนมเนือง และอิ่มใจจากการท่องเที่ยวในเมืองอุดรฯ แล้ว ก็ถึงเวลาที่เราต้องเดินทางกลับกันสักที แต่อย่าลืม!!! ไปรับกระเป๋าที่ฝากไว้ที่จุด ฝากกระเป๋าในอุดร ด้วยนะคะ…

หรือถ้าต้องการความสะดวกสบายในการท่องเที่ยวถึงขั้นขีดสุด เราขอเสนอบริการขนส่งสัมภาระโดยบริษัท AIRPORTELs ซึ่งจะช่วยส่งสัมภาระไปยังปลายทางโดยที่เพื่อนๆ ไม่ต้องเหนื่อยอีกต่อไปฝากกระเป๋าในอุดร, ฝากสัมภาระอุดร, สนามบินอุดรธานี, ฝากกระเป๋าในอุดร, ฝากกระเป๋าสัมภาระ, ฝากของอุดร, เที่ยวอุดร

ราคาและเงื่อนไขการให้บริการ

  • 700 บาท/ชิ้น
    น้ำหนักไม่เกิน 25 กิโลกรัม
  • เพิ่ม 50 บาท/กิโลกรัม
    เมื่อน้ำหนักเกิน 25 กิโลกรัม
  • เพิ่ม 100 บาท/รายการ เมื่อขนส่งในวันเสาร์
  • เพิ่ม 100 บาท/รายการ หากให้ไปรับที่โรงแรม
    ส่งกระเป๋าก่อนเวลา 12:00 น., รับกระเป๋าหลังเวลา (ในวันถัดไป)

    *ราคานี้ไม่รวมอุปกรณ์กีฬา
    *ให้บริการเฉพาะวันทำการเท่านั้น

จุดเด่น

  • เป็นวิธีจัดการเวลาที่ดี สามารถทำให้คุณวางแผนธุรกิจและการท่องเที่ยวของคุณให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  • ใช้งานง่าย ผ่านการจองออนไลน์ และรูปแบบอื่นๆ
  • ยืนยัน 100% ว่ากระเป๋าเดินทางของคุณจะถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย
  • ประกันความเสียหายสูงสุดจำนวน 100,000 บาท
  • สามารถตรวจสอบสถานะหรือสอบถาม ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่าน Facebook, Line, หรือ WeChat พร้อมกับการแจ้งเตือนอัพเดทสถานะผ่าน E-mail
  • บริการขนส่งกระเป๋า ระหว่างสนามบินสุวรรณภูมิและโรงแรม คอนโดมิเนียม หรือเกสต์เฮาส์ในกรุงเทพมหานครและบริเวณภูเก็ต


บริการขนส่งกระเป๋าของแอร์พอเทลล์ ใช้บริการอย่างไร?

ทำได้ง่ายๆ เพียงจองออนไลน์ที่เว็บไซต์ของแอร์พอเทลล์ https://www.airportels.asia/

โดยเลือกที่การบริการ Nationwide Delivery จากนั้นเลือกจุดส่งกระเป๋า(A) และจุดปลายทาง(B)

ฝากกระเป๋าในอุดร, ฝากสัมภาระอุดร, สนามบินอุดรธานี, ฝากกระเป๋าในอุดร, ฝากกระเป๋าสัมภาระ, ฝากของอุดร, เที่ยวอุดร
เมื่อถึงเวลา จะมีพนักงานมารับกระเป๋าสัมภาระไปส่งยังจุดหมายปลายทาง เป็นไงคะ? สะดวกสบายมากๆ เลยใช่ไหม?

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการขนส่งกระเป๋าของ AIRPORTELs กรุณาติดต่อเราที่

  • เคาน์เตอร์สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้นใต้ดิน ใกล้กับ Airport Link
  • เคาน์เตอร์สนามบินดอนเมือง อาคารผู้โดยสาร 2
  • MBK เซนเตอร์ ชั้น6 โซน B
  • เทอร์มินอล 21 อโศก ชั้น 1 โซนญี่ปุ่น
  • เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 1 โซน Groove (ตรงข้ามธนาคารกรุงเทพ)
  • เซ็นทรัลภูเก็ต ฟลอเรสต้า ชั้น G (ตรงข้าม Tourist Lounge)
  • เทอร์มินอล 21 พัทยา ชั้น 2 โซนญี่ปุ่น
  • เซ็นทรัลป่าตอง ภูเก็ต ชั้น 1 โซนบริการ
  • สนามบินภูเก็ต

หมายเลขโทรศัพท์: +66 6321-666-99
Website:  https://www.airportels.asia
E-mail: [email protected]
Facebook: www.facebook.com/airportels
Line/WeChat/KakaoTalk: @AIRPORTELs

5 ข้อ การเตรียมตัวไปคอนเสิร์ตให้เป๊ะ และข้อควรระวังถ้าไม่อยากแป้ก

หลังจากนั่งหน้าคอมและรัวนิ้วกดแป้นอย่างแน่วแน่เสริมด้วยพลังสายมู จนกดบัตรคอนเสิร์ตศิลปินคนโปรด มาครอบครองดั่งใจหวัง แค่คิดว่าจะได้ไปร้องเพลง หรือออกสเต็ปแดนซ์กับเพื่อนพ้องชาวด้อม และถือโอกาสท่องเที่ยวพักผ่อน หลังจากโหมงานหนักมานาน ก็แทบจะหุบยิ้มไม่ได้แล้ว ด่านสำคัญต่อไปคือ การเตรียมตัวไปคอนเสิร์ต จะเตรียมยังไงให้เป๊ะไม่มีแป้ก มาทำตามเซ็กลิสต์นี้ได้เลย

5 ข้อ การเตรียมตัวไปคอนเสิร์ตให้เป๊ะ และข้อควรระวังถ้าไม่อยากแป้ก
ศึกษาสถานที่จัดคอนเสิร์ต

1. ศึกษาสถานที่จัดคอนเสิร์ต

ได้บัตรมาแล้วไม่ได้ถือว่าเป็นผู้ชนะเสมอไป หลายคนตกม้าตายเพราะไปสถานที่จัดงานไม่ทัน ไปผิดที่ จำวันหรือเวลาผิด ทำให้พลาดโอกาสในการสัมผัสบรรยากาศที่รอคอยมานาน ดังนั้น ก่อนถึงวันงานต้องศึกษาข้อมูลต่างๆ  ให้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นวันเวลาหรือสถานที่จัดงาน เพื่อที่จะวางแผนการเดินทางและจองที่พักไว้ล่วงหน้า ยิ่งข้อมูลแน่น วางแผนดีเท่าไหร่ รับรองได้เลยว่างานนี้มีแต่ปัง ไม่มีแป้กอย่างแน่นอน

ข้อควรระวังถ้าไม่อยากแป้ก

  • การเตรียมตัวไปคอนเสิร์ต เมื่อประกาศแล้วว่างานจัดที่ไหน ควรตรวจสอบข้อมูลของสถานที่จัดงานก่อนว่ามีลักษณะอย่างไร เช่น เป็น indoor หรือจัดกลางแจ้ง เป็นต้น จะได้วางแผนเตรียมตัวล่วงหน้าได้ถูก 
  • ควรศึกษาเส้นทางล่วงหน้าก่อนการเดินทาง โดยสามารถตรวจสอบเส้นทางได้ง่ายๆ ผ่าน google map เช่น ห่างจากที่พักแค่ไหน มีรถโดยสารสาธารณะผ่านหรือไม่ สายไหนบ้าง หากขับรถยนต์ส่วนตัวไปเอง มีที่จอดรถเพียงพอหรือไม่ เป็นต้น
  • กลัวลืม ตั้ง remainder ไว้ในโทรศัพท์เลย บันทึกข้อมูลสถานที่วันเวลาให้เรียบร้อย อย่าลืมเปิดเสียงเตือนเอาไว้ด้วย รับรองไม่มีพลาด
จองที่พักที่สะดวกเดินทางไปคอนเสิร์ต

2. จองที่พักที่สะดวกเดินทางไปคอนเสิร์ต

คอนเสิร์ตส่วนใหญ่มักจะจัดในตอนกลางคืน สำหรับใครที่ไม่สะดวกเดินทางกลับบ้านในยามวิกาล หรือมาจากต่างจังหวัด การเตรียมตัวไปคอนเสิร์ต เพื่อความสะดวกก็อาจจองที่พักที่อยู่ใกล้กับสถานที่จัดงานจากเว็บไซต์ต่างๆ เช่น agoda, booking, traveloga โดยการเลือกที่พักควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนเพื่อประกอบการตัดสินใจ เช่น ดูรีวิวที่เป็นปัจจุบันจากผู้ใช้งานจริง ในเว็บไซต์เอเจนซี่ต่างๆ หรือหาข้อมูลจากแพลตฟอร์มออนไลน์  เช่น TikTok พันทิป ยูทูป เป็นต้น 

ข้อควรระวังถ้าไม่อยากแป้ก

  • ควรเลือกดูที่พักที่มีการบริการที่ตรงกับความต้องการของเราและเหมาะสมกับราคา
  • ไม่ว่าจะเป็นที่พักราคาหลักร้อยหรือเป็นพัน ก็ควรเลือกที่พักที่สะอาด สภาพห้องดี กลับมาเหนื่อยๆ จากงานคอนเสิร์ต ต้องมาเจอสภาพห้องพักที่ผนังผุพัง ห้องน้ำมีกลิ่น มียันต์ติดเพดาน ถึงจะเหนื่อยแค่ไหนก็คงหลับตานอนไม่ลงเป็นแน่
  • ความปลอดภัยสำคัญมาก ควรเลือกที่พักที่อยู่ในแหล่งชุมชน มีระบบการรักษาความปลอดภัยที่มีมาตรฐาน มีเจ้าหน้า รปภ. คอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง เป็นต้น 
  • ทำเลที่ตั้งของที่พักก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ ควรเลือกโรงแรมที่อยู่ไม่ไกลจากสถานที่จัดงานมากนัก โดยสามารถเดินเท้าไปได้เลย หรือห่างออกมาเล็กน้อยแต่สามารถเดินทางได้สะดวก อาจอยู่ติดถนนใหญ่ที่รถโดยสารสาธารณะผ่าน ติดกับสถานีรถไฟฟ้า เป็นต้น หลังจากที่ผ่านสมรภูมิแห่งความบันเทิงมาอย่างโชกโชน หากยังต้องดั้นด้นกลับไปยังที่พักที่อยู่แสนไกลอีก คงเป็นการทรมานร่างกายเกินไป
  • ราคาถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ ควรเลือกที่พักที่เหมาะสมกับงบประมาณ เมื่อได้ที่พักในใจแล้ว เพื่อผลประโยชน์สูงสุด ก็ลองเปรียบเทียบราคาจากเว็บไซต์ผู้ให้บริการหรือสอบถามที่พักโดยตรง เพื่อให้ได้ราคาที่ดีที่สุด 
จัดกระเป๋า เตรียมของไม่พลาดความสนุก

3. จัดกระเป๋า เตรียมของไม่พลาดความสนุก

บัตรพร้อม ข้อมูลสถานที่ได้ วางแผนการเดินทางและจองห้องพักไว้เรียบร้อยแล้ว ก็จัดกระเป๋าเพื่อเตรียมตัวไปคอนเสิร์ตกันได้เลย มาดูกันว่าสิ่งของจำเป็นที่ต้องพกไปด้วยไปควรมีอะไรบ้าง

บัตรคอนเสิร์ต

ถึงจะลำบากกดบัตรคอนเสิร์ตมาครอบครองอย่างยากเย็น แต่ถ้าลืมพกมาด้วย คงทำได้แค่นั่งร้องไห้เพราะเข้างานไม่ได้ ดังนั้น ก่อนเดินทาง ตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าได้นำบัตรใส่กระเป๋าแล้วหรือยัง

บัตรประชาชน หรือเอกสารแสดงตัวตน

การเตรียมตัวไปคอนเสิร์ต บัตรประจำตัวประชาชนก็สำคัญเช่นกัน ก่อนเข้างานเจ้าหน้าที่มักจะตรวจบัตรประชาชนเพื่อยืนยันตัวตน ถ้าลืมพกมาด้วยอดเข้างานแน่ๆ

เงินสด

หน้าสถานที่จัดงานคือที่ละลายทรัพย์สำหรับแฟนคลับเลยทีเดียว เพราะจะมีสินค้าของศิลปินมาวางขายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแท่งไฟ เสื้อยืด พัด การ์ด พวงกุญแจ ทั้งของออฟฟิเชียลที่เป็นสินค้าหายาก ต้องมาต่อคิวรอซื้อตั้งแต่เช้า หรือของแฟนเมดที่นำมาจำหน่ายหน้างาน เรียกว่าถ้าเป็นแฟนพันธ์ุแท้ต้องได้เสียเงินซื้อของกลับบ้านอย่างแน่นอน นอกจากนั้นยังมีอาหารเครื่องดื่มระหว่างรอ รวมทั้งเป็นค่ารถตอนกลับบ้านด้วย ดังนั้นพกเงินติดกระเป๋าไปด้วยเถอะอุ่นใจสุด

โทรศัพท์ พาวเวอร์แบงค์

คอนเสิร์ตส่วนใหญ่ใช้เวลาแสดงไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง ยังไม่รวมเวลาที่ต้องมารอเข้างาน ทั้งถ่ายรูป อัดคลิป เล่นโซเชียล โทรหาเพื่อน เรียกได้ว่าต้องใช้งานมือถือตลอดเวลา เพราะฉะนั้นการเตรียมตัวไปคอนเสิร์ต หากไม่อยากพลาดช่วงเวลาสำคัญ ก่อนออกจากบ้านต้องชาร์จแบตมือถือให้เต็ม และควรพกเพาเวอร์แบงค์เพื่อเป็นพลังงานสำรองไว้ด้วย

ทิชชู

ทั้งทิชชูเปียกทิชชูแห้งพกไปได้ใช้ประโยชน์อย่างแน่นอน ทั้งตอนเข้าห้องน้ำ เอาไว้ซับหน้า ซับเหงื่อ ลองหาขนาดพกพาติดไปด้วย จะได้หยิบมาใช้ได้สะดวก

น้ำ

ปกติแล้วน้ำดื่มจะไม่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าไปในงาน แต่ระหว่างรอด้านนอกควรเตรียมน้ำขวดเล็กไปด้วย ช่วยป้องกันการกระหาย ลดอาการขาดน้ำ  จากอากาศร้อนๆ ได้

ยาดม หรือยารักษาโรคประจำตัว

ขึ้นชื่อว่าคอนเสิร์ต ต้องมีการเบียดเสียดกับฝูงชนจำนวนมากอย่างแน่นอน บวกกับอากาศร้อนอบอ้าว อาการวิงเวียนหน้ามืดอาจมาทักทายได้ เตรียมตัวไปคอนเสิร์ต อย่าลืมพกยาดมไปด้วย เผื่อไว้ใช้ตอนหน้ามืดตาลาย และยังช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น นอกจากนั้นใครเป็นโรคประจำตัวอย่าลืมพกยาติดตัวไปด้วย 

ชุดตัวโปรด

ไปคอนเสิร์ตทั้งทีต้องได้รูปกับคอนเทนต์เก๋ๆ เอาไว้ไปโพสต์อวดเพื่อน เสื้อผ้าชิคๆ ให้เข้ากับตีมคอนเสิร์ตจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ถ้าเป็น blink ตัวแม่ ก็จัดสีชมพูดำไปเลย อากาเซน้อย วง BTS สีเขียวสะท้อนแสงต้องมา หรือจะสร้างสรรค์แฟชั่นสุดจี๊ดเอาใจศิลปินวงโปรดก็ได้ แต่จัดเสื้อผ้าเพื่อเตรียมตัวไปคอนเสิร์ต ก็มีข้อควรระวัง เช่น ถ้าเป็นบัตรยืนควรใส่รองเท้าผ้าใบหุ้มส้นจะดีที่สุดเพื่อป้องกันการโดยเหยียบเท้าและลดอาการปวดเท้าจากการยืนนานๆ ใส่ชุดที่คล่องตัวและรัดกุม เครื่องหัวไม่ต้องใหญ่มาก เป็นต้น

พัดลมน้อย

ระหว่างรอเข้างานด้านหน้า ตอนต่อคิวเข้างาน หรืออยู่ในงานแล้ว เนื่องจากคนเยอะ อากาศจะร้อนอบอ้าวมาก มีคนเป็นลมมานักต่อนักแล้วในงานคอน ดังนั้นควรพกพัดลมน้อยไปด้วยเพื่อช่วยคลายความร้อนและช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น

แท่งไฟ ป้ายไฟ

การเตรียมตัวไปคอนเสิร์ต เพื่อความเป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกับกับเพื่อนด้อม หรือแสดงจุดยืนในความเป็นแฟนคลับคลั่งรัก ควรเตรียมแท่งไฟประจำด้อมให้พร้อมโบกในงานด้วย หรืออาจจะเตรียมป้ายไฟไปด้วยก็ได้ แต่ป้ายไฟต้องระวังไม่ให้มีขนาดใหญ่เกินไปจนบังคนอื่น และเตรียมถ่านไปสำรองด้วย

หน้ากาก สเปรย์แอลกอฮอล์

ยุคนี้ยังไงก็ต้องระวังตัวเอาไว้ก่อน โควิด-19 ยังไม่จากเราไปไหน สนุกแล้วต้องอย่าลืมดูแลสุขภาพด้วย จึงควรพกหน้ากากและสเปรย์แอลกฮอล์ติดกระเป๋าไปด้วย เกิดติดโควิดขึ้นมาแล้วต้องลางานหรือไปเรียนไม่ได้ ก็คงไม่คุ้มแน่ๆ

เตรียมของลงกระเป๋าเพื่อเตรียมตัวไปคอนเสิร์ตเรียบร้อยแล้ว ใครมาจากต่างจังหวัดและยังไม่ได้เข้าที่พัก หิ้วกระเป๋าใหญ่ๆ มาด้วย หรือช้อปปิ้งหน้างานเพลินจนได้ของถุงใหญ่ อาจทำให้การดูคอนเสิร์ตไม่สนุกเพราะต้องคอยดูแลสัมภาระ สามารถใช้บริการของAIRPORTELs  รับ-ส่ง กระเป๋าอย่างปลอดภัยจนถึงที่พักได้เลย

ฟิตร่างกายให้เตรียมพร้อม

4. ฟิตร่างกายให้เตรียมพร้อม

คงหมดสนุกแน่ๆ หากก่อนวันงานหรือในวันที่จัดงานเกิดป่วยขึ้นมา ดังนั้น การเตรียมตัวไปคอนเสิร์ต ก่อนถึงวันงานควรเตรียมร่างกายให้พร้อมที่สุด โดยการออกกำลังกายเบาๆ ฝึกยืดกล้ามเนื้อ เพื่อให้ร่างกายชินกับการขยับแขนขา เวลาออกสนามจริงจะได้ไม่เหนื่อยหอบและกล้ามเนื้อบาดเจ็บ รวมทั้งดูแลสุขภาพของตัวเองให้แข็งแรงเพื่อไม่ให้เจ็บป่วยก่อนไปงาน

ข้อควรระวังถ้าไม่อยากแป้ก

  • การออกกำลังกายต้องระวัง อย่าหักโหมจนเกินไป หากบาดเจ็บจากการออกกำลังก่อนงานเริ่มจะไม่สนุกเอาได้
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การพักผ่อนไม่เพียงพอทำให้สมองเบลอ มึนงง และไม่แจ่มใส แถมยังเสี่ยงต่อการเกิดอาการวิงเวียนเป็นลมได้ง่ายอีกด้วย
  • เลี่ยงโดนแดดโดนฝน หรือทำกิจกรรมเสี่ยงๆ เช่น ปีนเขา เล่นสเก็ต ที่อาจทำให้ป่วยหรือบาดเจ็บ
กินให้อิ่ม ก่อนเข้างาน ไม่เหนื่อย เต้นได้เต็มที่

5. กินให้อิ่ม ก่อนเข้างาน ไม่เหนื่อย เต้นได้เต็มที่

ไปคอนเสิร์ตทั้งทีจะยืนอยู่เฉยๆ คงไม่ได้ นอกจากต้องรอคิวที่นานแสนนานแล้ว เมื่อเข้าไปในคอนยังต้องทั้งเต้นทั้งตะโกนร้องเพลงอย่างบ้าคลั่งอีก แน่นอนว่าต้องดึงเอาพลังงานในร่างกายทั้งหมดออกมาใช้ การเตรียมตัวไปคอนเสิร์ต ถ้าไม่อยากแบตเตอรี่หมดก่อนคอนจบ ต้องเติมพลังงานด้วยอาหารให้เต็มอิ่มก่อนเข้างาน เพราะเราจะใช้เวลาอยู่ในนั้นนานหลายชั่วโมงและเอาอาหารเข้าไปไม่ได้ อาจจะหิวระหว่างงาน หรือเป็นลมเป็นแล้งไปได้

ข้อควรระวังถ้าไม่อยากแป้ก

  • ทานอาหารให้อิ่มแต่อย่ากินจนจุก ระวังอย่าทานอาหารสุกๆดิบๆหรือของแสลง เพราะเกิดท้องเสียขึ้นมา มัววิ่งเข้าออกห้องน้ำ นอกจากจะหมดสนุกยังอาจพลาดโอกาสสำคัญบนเวทีด้วย
  • อย่าดื่มน้ำเยอะจนเกินไป เพราะเมื่ออยู่ในงานจะออกไปเข้าห้องน้ำไม่สะดวก ใครรู้ตัวว่าเข้าห้องน้ำบ่อย ใส่แพมเพิสผู้ใหญ่ไปอุ่นใจสุด

กดบัตรคอนเสิร์ตได้ทั้งทีต้องสนุกให้สุดเหวี่ยง ไม่อยากพลาดทุกความมันส์ ต้องเตรียมตัวไปคอนเสิร์ตให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาข้อมูลสถานที่และการเดินทาง  จองที่พักที่สามารถเดินทางไปได้สะดวก เตรียมเสื้อผ้าให้เข้ากับงาน และจัดเตรียมสิ่งของจำเป็นใส่กระเป๋าให้เรียบร้อย สำหรับใครที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด ไหนๆ ก็มาดูคอนเสิร์ตแล้ว ก็อาจใช้โอกาสนี้ท่องเที่ยวพักผ่อนไปด้วยเลย เตรียมกระเป๋ามาแบบจัดเต็มขนาดนี้แต่ยังไม่สะดวกเข้าที่พัก จะหิ้วไปงานคอนเสิร์ตด้วยก็อาจจะไม่คล่องตัวเท่าไหร่นัก แถมยังอาจเกะกะเพื่อนคนอื่นจนอาจโดนต่อว่าได้ 

โดยปัญหานี้จะหมดไปหากใช้บริการรับ-ส่งสัมภาระของAIRPORTELs ถึงสนามบิน ออกเที่ยวได้ทันที ไม่ต้องกังวลเรื่องสัมภาระ เพราะ AIRPORTELs มีบริการส่งกระเป๋าจนถึงที่พัก สามารถใช้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง การใช้งานก็แสนจะง่ายดายโดยจองผ่านระบบออนไลน์หรือติดต่อหน้าเค้าเตอร์ที่อยู่ถึง 5 สาขาทั่วกรุงเทพ ทั้งในสนามบินและห้างสรรพสินค้าชั้นนำ มีการรับประกันกระเป๋า สามารถตรวจสอบสถานะของกระเป๋าทางออนไลน์และมีการแจ้งเตือนสถานะผ่านทางอีเมล์อีกด้วย เมื่อไม่มีสัมภาระมากวนใจ ก็เดินตัวปลิวไปช้อปปิ้ง ไปเที่ยว หรือไปดูคอนเสิร์ตด้วยความเพลิดเพลิน พร้อมรอรับกระเป๋าที่บ้านได้เลย

รวมพิกัดสถานที่เช่าชุดไทย ถ่ายรูปสวยๆในวัด

กระแสละครบุพเพสันนิวาสปลุกเทรนด์ฮิตสวมเสื้อผ้าชุดไทยถ่ายรูปสวยๆ กันทั่วบ้านทั่วเมือง จนถึงทุกวันนี้ปรากฏการณ์ออเจ้าฟีเวอร์ยังไม่แผ่ว เป็นอีกกิจกรรมที่ส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมในจังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะธุรกิจให้ เช่าชุดไทย เที่ยวชมโบราณสถานที่พระนครศรีอยุธยาตามรอยแม่หญิงการะเกดในละครบุพเพสันนิวาส และจุดเช็คอินห่มสไบนุ่งโจงกระเบนถ่ายรูปสวยๆ ตาม วัด วาอารามใน กรุงเทพ ใครอยากรู้ว่ามีสถานที่เช่าชุดไทยสวยๆ ที่ไหนบ้าง ตามมาดูกันเลย

อยุธยาเมืองเก่าเป็นจุดหมายปลายทางหลักของนักท่องเที่ยวที่ตามหาร้านเช่าชุดไทยไปถ่ายรูปเป็นออเจ้าและพี่หมื่นตามสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง มีบริการถ่ายรูปโดยช่างภาพมืออาชีพของร้านด้วย เรารวมร้านดังร้านเด็ดมาให้คุณแล้ว

 

1.สไบไทย SaBai Thai

เป็นร้านให้เช่าชุดไทยห่มสไบอิงกระแสละครบุพเพสันนิวาส ชุดไทยร่วมสมัยที่สวมง่าย ไปจนถึงชุดไทยแฟนซีสำหรับสวมในโอกาสพิเศษ มีทั้งบริการเช่าชุดและจำหน่ายให้กับลูกค้าที่อยากมีชุดไทยสวยๆ เป็นของตนเอง ใครอยากสวมชุดแบบจัดเต็มถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ทางร้านมีบริการแต่งหน้าทำผมพร้อมบริการถ่ายภาพแบบครบวงจร ได้รูปสวยไม่ซ้ำใครในราคาที่เอื้อมถึง

ที่ตั้ง : ร้านอยู่เชิงสะพานปรีดี ตรงข้ามร้านอาหารเวนิส ถนนอู่ทอง ตำบลหอรัตนไชย สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงที่สามารถแวะสักการะพระรัตนตรัยและแช๊ะรูปได้ ได้แก่ วัดใหญ่ชัยมงคล, วัดพนัญเชิงวรวิหาร, วัดมหาธาตุ, วัดพระศรีสรรเพชญ์, วัดพระราม, วัดราชบูรณะ

 

2.สไบปลิว By Mangpor Ayutthaya

เป็นร้านเช่าชุดไทยหลายแบบ ชุดไทยสำหรับงาน แต่งงาน ชุดแฟนซีสำหรับงานอีเวนท์ต่างๆ พร้อมเครื่องประดับ มีบริการแต่งหน้าทำผมสวยครบ ให้บริการทั้งในและนอกสถานที่ ไม่มีบริการถ่ายภาพให้ ราคาเช่าชุดย่อมเยา สวยไม่แพ้ใคร

ที่ตั้ง : ร้านอยู่แถวถนนอู่ทอง ตำบลหอรัตนไชย ไม่ห่างจากร้านสไบไทย สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง ได้แก่ วัดใหญ่ชัยมงคล, วัดพนัญเชิงวรวิหาร, วัดมหาธาตุ, วัดพระศรีสรรเพชญ์, วัดพระราม, วัดราชบูรณะ

 

3.เช่าชุดไทยร้านอลังการอยุธยา

ร้านเช่าชุดไทยในตัวเมือง จัดเต็มทั้งชุดไทยสวยอลังการหลายแบบ พร้อมอุปกรณ์เสริมให้เช่า เช่น ร่ม รองเท้า มีช่างแต่งหน้าทำผมและบริการ ถ่ายรูป เก็บไว้เป็นที่ระลึก ราคาย่อมเยา หากถ่ายรูปในร้านไม่จุใจ สามารถไปเดินเที่ยวถ่ายรูปเล่นในวัดและโบราณสถานใกล้ๆ สวมบทบาทแม่หญิงการะเกดและพี่หมื่นกันอย่างจุใจ 

ที่ตั้ง : ร้านอยู่ที่ถนนนเรศวร ใกล้วัดราชบูรณะและวัดมหาธาตุ สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง ได้แก่ วัดมหาธาตุ, วัดใหญ่ชัยมงคล, วัดพระศรีสรรเพชญ์, วัดพระราม, วัดราชบูรณะ, วัดพนัญเชิงวรวิหาร

 

4.อยุธยาชุดไทย

เป็นบริการให้เช่าชุดไทยพร้อมแต่งหน้าทำผมสวยครบตั้งแต่หัวจรดเท้า ปัจจุบันไม่มีหน้าร้าน ผู้สนใจโทรสอบถามและนัดคิวไปเลือกชุดสวยๆ ได้ที่บ้าน มีตั้งแต่ชุดไทยพื้นฐานเหมือนในวรรณคดี ชุดไทยถอดแบบจากละครย้อนยุคที่โด่งดัง หรือมองหาชุดสวยสำหรับพิธีแต่งงานและเพื่อนเจ้าสาว จัดเต็มให้ทุกชุดตามสโลแกน “สวยดุจดารา ราคามหาชน” งบไม่บานปลาย 

ที่ตั้ง : ร้านเช่าชุดไทยอยู่ในโซนบางปะอิน  สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง ได้แก่ วัดใหญ่ชัยมงคล, ตลาดน้ำอโยธยา

 

5.ออเจ้า วัดไชยวัฒนาราม

ร้านเช่าชุดไทยทำเลดีหน้าวัดไชยวัฒนาราม เป็นร้านเช่าชุดเก่าแก่ที่ลูกค้าไว้วางใจมานานตั้งแต่ก่อนกระแสละครดัง มีชุดไทยและเครื่องประดับให้เลือกหลายรูปแบบ เช่าชุดราคาเบาๆ สวมเป็นออเจ้าไปเดินเที่ยวได้ทั้งวัน โดยเฉพาะวัดไชยวัฒนารามซึ่งเป็น วัด เก่าแก่ตั้งแต่สมัยพระเจ้าปราสาททองในสมัยอยุธยาตอนปลาย และเป็นอีกหนึ่งสถานที่ถ่ายทำละครเรื่องบุพเพสันนิวาสก็อยู่หน้าร้านพอดี มีบริการเช่าชุดพร้อมช่างแต่งหน้าทำผม ถ่ายรูปสวยๆ โดยช่างมืออาชีพ 

ที่ตั้ง : พิกัดร้านอยู่หน้าวัดไชยวัฒนาราม ตำบลบ้านป้อม สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง ได้แก่ วัดไชยวัฒนาราม, วัดพุทไธศวรรย์, อุทยานประวัติศาสตร์, วัดบรมพุทธาราม, วัดพระราม, วัดพระศรีสรรเพชญ์, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา, วังช้างอยุธยา

 

6.ร้านผ้าไทย By มณฑิตา วัดไชยวัฒนาราม

เป็นอีกหนึ่งร้านที่มีทำเลอยู่ใกล้วัดไชยวัฒนาราม บริการลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวและสนใจสวมชุดไทยโพสต์ท่าถ่ายรูป มีให้เลือกทั้งชุดไทยอยุธยาแบบออเจ้า ไปจนถึงผ้าไทยวัยรุ่นแต่งชุดไทยเก๋ๆ พร้อมเครื่องประดับจัดเต็มทั้งแต่งหน้าและทำผมโดยช่างมืออาชีพ ตามสโลแกนไม่สวย ไม่หล่อ ไม่ให้ออกจากร้าน รับประกันความพอใจในราคาจับต้องได้ มีบริการถ่ายรูปในร้านหรือจะเช่าชุดสวมไปเดินเที่ยวถ่ายรูปในวัด ตลอดจนงานถ่ายรูปพรีเวดดิ้งก็มีให้บริการเช่นกัน

ที่ตั้ง : ร้านตั้งอยู่หน้าวัดไชยวัฒนาราม สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง ได้แก่ วัดไชยวัฒนาราม, วัดพุทไธศวรรย์, อุทยานประวัติศาสตร์, วัดบรมพุทธาราม, วัดพระราม, วัดพระศรีสรรเพชญ์, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา, วังช้างอยุธยา

 

7.ร้านชื่นชีวา ชุดไทยย้อนยุค

บริการให้เช่าชุดผ้าไทยสวยเกินราคา รีวิวลูกค้ามากมายประทับใจในความพิถีพิถันจัดแต่งตัวให้อย่างสวยเป๊ะ ภายในร้านจัดแต่งร้านเป็นสตูดิโอถ่ายรูปสวยแบบโบราณมีทั้งฉากมีทั้งบัลลังก์สุดอลังการ สวยทั้งชุดเก๋ทั้งเครื่องประทับครบจบในที่เดียว บริการถ่ายรูปทั้งในและนอกสถานที่เก็บไว้เป็นเมมโมรี

ที่ตั้ง : ทำเลร้านใกล้วัดไชยวัฒนาราม สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง ได้แก่ วัดไชยวัฒนาราม, วัดพุทไธศวรรย์, อุทยานประวัติศาสตร์, วัดบรมพุทธาราม, วัดพระราม, วัดพระศรีสรรเพชญ์, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา, วังช้างอยุธยา

 

8. Sense Of Thai : Thai Costume Rental

ร้านเช่าชุดไทยร่วมสมัยที่โดดเด่นในกรุงเทพคงหนีไม่พ้นร้านนี้และอีกหลายร้านที่มีพิกัดใกล้วัดพระแก้วและวัดอรุณซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวนุ่งโจงห่มสไบที่ควรไปเยือนสักครั้ง ร้าน Sense Of Thai เปิดให้บริการไม่นานแต่คัดสรรชุดไทยมาให้เลือกอย่างครบครัน ตั้งแต่ชุดเจ้าบ่าว เจ้าสาว และงานมงคลต่างๆ เลือกชุดสวยไปสวมได้ทุกโอกาสพร้อมเครื่องประดับเข้าเซตกัน มีพนักงานผู้เชี่ยวชาญบริการแต่งชุดให้พร้อมกับแนะนำวิธีเลือกชุดสวมให้เหมาะกับโอกาส และเดินเที่ยวถ่ายรูปตามสถานที่ต่างๆ ใกล้เคียงอย่างวัดและวังหลวง

ที่ตั้ง : พิกัดร้านอยู่แถวมหาราช-ท่าเตียน แขวงพระบรมมหาราชวัง สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง ได้แก่ วัดพระแก้ว, วัดอรุณราชวราม, วัดเบญจมบพิตร และพระที่นั่งสุทไธสวรรยปราสาท

 

9.ร้านเช่าชุดไทย by NuchaRin

เป็นร้านเช่าชุดแบบครบวงจร มีทั้งชุดไทยสไบเฉียง ชุดเพื่อนเจ้าสาสว ชุดผ้าไทยสำหรับงานอีเวนท์ งานบริษัท งานประกวด งานเกษียณ ชุดลอยกระทง และเดินเที่ยวถ่ายรูปเล่น ใครมีแพลนงานไหนแจ้งแบบที่ต้องการจองคิวได้ทางออนไลน์สะดวกง่ายดาย พร้อมจัดส่งทั่วประเทศ

ที่ตั้ง : ร้านนี้อยู่ปากซอยอาภาสิริ ถนนสุทธิสาร แขวงสามเสนนอก สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง ได้แก่ วัดพระแก้ว, วัดอรุณราชวราม, วัดเบญจมบพิตร, พระที่นั่งสุทไธสวรรยปราสาท-พระราชวังสราญรมย์ และสถานที่อื่นๆ รอบกรุงเทพฯ

 

10.ร้านมิสซูริ

บริการให้เช่าชุดไทยและแต่งหน้าแบบครบวงจร มีชุดออกงานสวยงามประณีต ให้เลือกสวมเหมาะกับหลายโอกาส ตั้งแต่ชุดไทยออกงาน ชุดราตรี ชุดงานแต่งงาน ชุดถ่ายพรีเวดดิ้ง งานบวช หรือเที่ยวถ่ายรูปในวัดและสถานที่ท่องเที่ยว ราคาไม่เกินเอื้อม บริการทั้งแบบเช่าชุด ตัดเช่า และตัดซื้อตามออเดอร์ของลูกค้า พร้อมปรับแก้ไซซ์ให้เหมาะสมกับรูปร่าง จัดเต็มทั้งรองเท้าและเครื่องประดับครบเซ็ต ลูกค้าเข้าเว็บไซต์ไปกดเลือกรูป ดูว่าชุดไหนพร้อมเช่าจองคิวได้เลยไม่เสียเวลา

ที่ตั้ง : ทำเลร้านอยู่ใจกลางเมืองแถวถนนเกษตร-นวมินทร์  ช่วงตอม่อที่ 27 แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร เลือกเช่าชุดไปออกงานหรือไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ ได้ตามต้องการ

จากงานอุ่นไอรักมาถึงกระแสละครดัง ผ้าไทยเป็นแฟชั่นสวยๆ ที่นักท่องเที่ยวสวมเที่ยวชมวัดและเดินเล่นตามสถานที่ท่องเที่ยวได้อย่างน่ารักและดีงาม ชุดผ้าไทยสไบเฉียง ชุดไทยประยุกต์ ไปจนถึงชุดไทยแฟนซีมีเสน่ห์แตกต่างกันไป สวมใส่ได้ไม่ซ้ำแบบ ไม่แปลกใจที่หลายคนแต่งชุดไทยแล้วมั่นใจไม่ขวยเขิน ใครอ่านแล้วสนใจอยาก เช่าชุดไทย ตามสไตล์ที่ตนชื่นชอบใส่ไปเที่ยวถ่ายรูปเก๋ๆ ลองเข้าไปใช้บริการพิกัดที่ปักหมุดให้ต้อง มีช่างภาพมืออาชีพ และราคาที่เอื้อมถึง จะได้ความประทับใจกลับไปแน่นอน

 

ที่มาข้อมูล : 

Bangkok Art Biennale 2022 กลับมาแล้ว 12 แห่งทั่วกรุงเทพฯ

คนรักศิลปะเตรียมเสพ กรุงเทพ ของเรากำลังจะเป็นศูนย์กลางงานศิลป์ระดับโลก เทศกาล Bangkok Art Biennale (บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่) งานรวมเหล่าศิลปินครั้งยิ่งใหญ่ ซึ่งมีที่มาจากเทศกาล Art Biennale แห่งประเทศอิตาลี ครั้งแรกสุดของ Art Biennale ผ่านมานานกว่าร้อยปีแล้วที่เมืองเวนิส หลังจากนั้นก็ได้ขยายการจัดงานไปในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย และสำหรับประเทศไทยมีการจัดงานมาแล้ว 2 ครั้งในชื่อ Bangkok Art Biennale

 

จากเวนิสสู่กรุงเทพ เทศกาลศิลปะร่วมสมัยที่ต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์

ย้อนไปเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ครั้งแรกของเทศกาล Bangkok Art Biennale จัดขึ้นด้วยแนวคิด “สุขสะพรั่ง พลังอาร์ต” หรือ “Beyond Bliss” ครั้งนั้นมีศิลปินระดับโลกรวมศิลปินชาวไทยเข้าร่วมแสดงผลงานถึง 75 คน เป็นเทศกาลที่จัดยาวตั้งแต่เดือนตุลาคม 2018 จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2019 เรียกว่าสุขสะพรั่งกันข้ามปี รูปแบบการจัดงานคือ ผู้จัดจะเลือกแลนด์มาร์คสำคัญ ๆ ใจกลาง กรุงเทพ มากกว่า 10 แห่งเป็นสถานที่จัดงาน อาทิ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร, มิวเซียมสยาม, เซ็นทรัลเวิลด์, วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ฯลฯ ซึ่งในปีนั้นสถานที่จัดงานทุกแห่งเนืองแน่นไปด้วยแฟนพันธุ์แท้ของศิลปินทุกแขนง ถือว่าบรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการให้พลังศิลปะเป็นแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้รักงานศิลป์ เพิ่มมนต์ขลังให้กรุงเทพมหานครเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของโลกที่น่าค้นหา 

หลังจากประสบความสำเร็จในการจัดงานครั้งแรกไปแล้ว Bangkok Art Biennale ได้ถูกจัดให้มีขึ้นอีกครั้งในปี 2020 ซึ่งปีนั้นเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากของคนไทยและคนทั่วโลกที่ต้องประสบกับสถานการณ์โควิด-19 อันร้ายแรง โยงใยพัวพันไปถึงปัญหาต่าง ๆ อีกมากมาย อย่างไรก็ตาม แผนการจัดงานครั้งนั้นก็ยังดำเนินต่อไป โดยทางคณะผู้จัดงานมีความหวังว่า ศิลปะจะเข้ามาช่วยบำบัดจิตใจที่บอบช้ำของชาวโลกได้บ้าง ตามคอนเส็ปท์ “Escape Route” หรือชื่อไทยว่า “ศิลป์สร้าง ทางสุข” ครั้งนั้นมีศิลปินรวม 82 คน เปิดให้เข้าชมงานในแบบ New Normal ท่ามกลางโควิด

 
 

CHAOS : CALM คอนเซ็ปต์ใหม่ Bangkok Art Biennale 2022

เทศกาลศิลปะร่วมสมัยปีนี้ มูลนิธิ Bangkok Art Biennale ได้รับความร่วมมือจากบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ, กรุงเทพมหานคร พร้อมกับหน่วยงานรัฐและเอกชนอีกหลายแห่งในการจัดงาน Bangkok Art Biennale 2022 ซึ่งจะมาในคอนเซ็ปท์ “CHAOS : CALM” ซึ่งสื่อความหมายถึงความวุ่นวายสับสนของชาวโลกที่ถูกไวรัสคุกคาม ในขณะเดียวกัน ทุกคนก็ต้องดิ้นรนเพื่อให้มีชีวิตรอดและต้องหาวิธีปรับตัวได้ ซึ่งจะทำให้ค้นพบหนทางแห่งความสงบสุขท่ามกลางความโกลาหลที่ยังวนเวียนอยู่ บางคนอาจจะไม่เข้าใจว่า ระหว่างความโกลาหลกับความสงบสุขนั้นจะเกิดขึ้นในเวลาเดียวกันได้อย่างไร แต่ในมุมมองของศิลปิน ต่างเชื่อว่าสามารถที่จะเป็นไปได้โดยอาศัยความรัก ความเห็นอกเห็นใจของคนที่อยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน ซึ่งจะทำให้ทุกคนผ่านพ้นอุปสรรค และค้นพบความสุขในที่สุด นี่คือแนวคิดที่น่าสนใจและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

 
 

Bangkok Art Biennale 2022 มีที่ไหนบ้าง

สถานที่จัดงานยังคงยึดแลนด์มาร์คสำคัญของกรุงเทพฯ บวกกับการแสดงดิจิทัลอาร์ตในโลกออนไลน์อีก 1 ช่องทาง มีที่ไหนบ้าง รวมมาแล้ว โดยทั้งสิ้น 12 พื้นที่ที่เราทุกคนสามารถเลือกเข้าชมความอลังการของงานนี้ได้

 

1. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร

 

2. วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร

 

3. วัดประยูรวงศาวาสวรวิหาร

 

4. หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

 

5. ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

 

6. มิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้

 

7. ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

 

8. สามย่านมิตรทาวน์

 

9.เดอะ ปาร์ค

 

10. เดอะพรีลูด วันแบงค็อก

 

11. JWD Art Space 

 

ศิลปินไทย ร่วมแสดงผลงานกับ ศิลปิน เอกระดับโลก

งานนี้ไม่ใช่การประชันฝีมือ แต่เป็นการพบกันด้วยหัวใจของศิลปินหลายชาติหลายภาษาที่จะมาร่วมกันถ่ายทอดผลงานรวมแล้วไม่ต่ำกว่า 200 ชิ้นที่ศิลปิน 73 ท่านจาก 35 ประเทศรวมประเทศไทยได้สร้างสรรค์ขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ นำทีมโดยศิลปินเอก แอนโทนี กอร์มลีย์ เจ้าของผลงานประติมากรรมอันโดดเด่นและไม่เหมือนใคร ผลงานของเขาติดตั้งอยู่ตามสถานที่สาธารณะต่าง ๆ ในหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นงานปั้นรูปคนกว่า 100 ชิ้นที่ตั้งอยู่เต็มชายหาดครอสบี เมืองลิเวอร์พูล, งานประติมากรรมเหล็กรูปนางฟ้า ชื่อ Angel of the North 

สำหรับศิลปินท่านอื่น ๆ ที่ตอบรับมาร่วมงานนี้มีทั้งศิลปินที่คนในวงการรอคอยอย่าง มารีน่า อบราโมวิช จากสหรัฐอเมริกา เพราะเธอคือศิลปินที่เคยมาสร้างความประทับใจให้กับคนไทยในเทศกาลนี้แล้วทั้ง 2 ครั้ง นอกจากนั้นก็มีศิลปินผู้โด่งดังสัญชาติต่าง ๆ  อาทิ 

  • เคนเนดี ยานโค ชาวอเมริกัน 
  • ทิฟฟานี ชุง ลูกครึ่งเวียดนาม-อเมริกัน
  • จิติช กัลลัต ชาวอินเดีย
  • ชิฮารุ ชิโอตะ ชาวญี่ปุ่น
  • มิร์ทิลล์ ทิแบย์เรงซ์ ชาวฝรั่งเศส
 
 

5 เดือนแห่งความโกลาหล และความสงบสุข เริ่มตุลาคม 2565

แนวคิด “โกลาหล : สงบสุข” จะถ่ายทอดออกมาได้ปังแค่ไหน เราจะได้เห็นกันในอีกไม่นาน เทศกาล Bangkok Art Biennale 2022 จะเริ่มจัดวันแรก 22 ตุลาคม 2565 ไปจนถึง 23 กุมภาพันธ์ 2566 มีเวลาให้ชมกันนานถึง 5 เดือน คนรักศิลปะห้ามพลาด

 

ที่มาข้อมูล:

8 อาร์ตแกลลอรี่ในกรุงเทพฯ เสพศิลป์เติมพลังใจ

การเที่ยวชมงานศิลปะนั้นนับว่าเป็นการสร้างสุนทรียะให้กับชีวิตและช่วยผ่อนคลายความเคร่งเครียดจากชีวิตประจำวันได้ เพราะทุกวันนี้หลายคนต้องพบเจอกับความเร่งรีบทั้งการจราจรในแต่ละวัน รวมไปถึงการงานที่รัดตัวจนก่อให้เกิดความเครียดและปัญหาสุขภาพตามมา สิ่งเหล่านี้ล้วนกัดกินให้คนกรุงค่อย ๆ หมดไฟและขาดแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต การได้ออกไปเสพงานศิลป์ปล่อยใจสบาย ๆ ดื่มด่ำกับงาน อาร์ต จึงช่วยเยียวยาและเพิ่มพลังทางใจได้ แล้วจะไปที่ไหนกันดีล่ะ วันนี้เราจึงมีข้อมูลดี ๆ มาแนะนำ 8 อาร์ตแกลลอรี่ ในกรุงเทพฯ สำหรับใครที่อยากเติมพลังใจด้วยศิลปะ จะได้ตามไปเช็กอินแต่ละแห่งกัน

 

1. หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน, กรุงเทพฯ

หอศิลป์ ที่เน้นจัดแสดงศิลปะร่วมสมัย ตั้งอยู่ใจกลางถนนราชดำเนินกลาง ภายในแบ่งออกเป็น 2 โซน ได้แก่ โซนนิทรรศการศิลปะร่วมสมัยที่มีงานศิลปะหลากหลายแบบผลัดเปลี่ยนกันมาแสดงแบบไม่ซ้ำ และโซนวัฒนธรรมอาเซียนที่ให้ความรู้เกี่ยวกับอาเซียน รวมไปถึงศิลปวัฒนธรรมในกลุ่มชาติอาเซียน นอกจากนั้นยังมีจัดกิจกรรมการอบรม เสวนา หรือเวิร์กช็อปเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมใน 6 สาขา ได้แก่ ทัศนศิลป์ สถาปัตยกรรม วรรณศิลป์ ดนตรีและการแสดง การออกแบบ และภาพยนตร์ 

 
 

พิกัด : ถนนราชดำเนินกลาง ตรงข้ามอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

เวลา เปิด – ปิด : 

  • นิทรรศการศิลปะร่วมสมัย ชั้น 1 และ 2 เปิดวันอังคาร – อาทิตย์ เวลา 10.00 – 19.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์)
  • ศูนย์วัฒนธรรมอาเซียน ชั้น 3 เปิดวันอังคาร – อาทิตย์ เวลา 10.00 – 12.00 น. และ 13.30 – 17.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

ช่องทางติดต่อ : www.rcac84.com

 

2. River City Bangkok

แกลเลอรีแสดงงานศิลปะและแอนทีค มีนิทรรศกาลศิลปะนานาชาติหมุนเวียนกันมาจัดแสดง ครอบคลุมทั้งงานทัศนศิลป์ งานปั้น งานหล่อ งานคราฟท์ ไม่เพียงเท่านั้นยังมีจัดแสดงดนตรีและฉายภาพยนตร์ด้วย เรียกได้ว่าครบจบทุกงานอาร์ต อีกทั้งยังสามารถร่วมประมูลงานศิลปะที่ชอบได้อีกด้วย ใครที่เป็นสายอาร์ตพลาดไม่ได้เลย

 
 

พิกัด : ท่าเรือสี่พระยา ซอยเจริญกรุง 24 หรือ 30 

เวลา เปิด – ปิด

  • วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 11.00 – 20.00 น.
  • วันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00 – 20.00 น.

ช่องทางติดต่อ : www.facebook.com/RiverCityBangkok

 

3. หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)

หอศิลป์ ใจกลางกรุง เดินทางง่าย ติดกับสถานีรถไฟฟ้า BTS สนามกีฬาแห่งชาติ ภายในมีห้องจัดนิทรรศการศิลปะที่มีศิลปินหลากหลายสาขาหมุนเวียนกันมาแสดงงานศิลปะทั้งภาพถ่าย รูปวาด ประติมากรรม ศิลปะการจัดวาง ฯลฯ เรียกได้ว่าครบทุกแขนงของงานศิลปะให้คุณได้ดื่มด่ำกับงานศิลปะกันแบบจุใจ สาย อาร์ต ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

 
 

พิกัด : ถนนพระรามที่ 1 จากสถานี BTS สนามกีฬาแห่งชาติ 100 เมตร

เวลา เปิด – ปิด :

  • วันอังคาร – อาทิตย์ เวลา 10.00 – 20.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์)

ช่องทางติดต่อ : www.facebook.com/baccpage

 

4. Rhythm of Arts Creative Space

พื้นที่จัดแสดงศิลปะแหล่งรวมของสายอาร์ต มีศิลปินผลัดกันมาจัดแสดงนิทรรศการอย่างไม่ขาดสาย งานศิลปะที่จัดแสดงส่วนใหญ่จะเป็นศิลปะร่วมสมัย เช่น งานมีเดียอาร์ต ศิลปะที่ผสานสื่อและเทคโนโลยีแสง สี เสียงหลากหลายรูปแบบ แถมยังมีคาเฟ่ให้บริการเครื่องดื่ม ให้คุณได้เสพศิลป์กันครบทุกโสตประสาทกันเลยทีเดียว

 
 

พิกัด : ซอยอินทามาระ 26/2 MRT สุทธิสาร ทางออก 4

เวลา เปิด – ปิด :

  • ทุกวัน เวลา 17.00 – 22.00 น.

ช่องทางติดต่อ: www.facebook.com/RHYTHMthinker

 

5. The Jam Factory, กรุงเทพฯ

พื้นที่แสดงงาน ศิลปะ ย่านคลองสาน ที่เปิดให้คนรักงานศิลปะมาโชว์ของและแลกเปลี่ยนไอเดียกัน ภายในเป็นแกลเลอรีเน้นจัดแสดงงานหลากหลายประเภททั้งภาพวาด ภาพถ่าย ประติมากรรม มีเดียอาร์ต กราฟิกดีไซน์ รวมไปถึงภาพยนตร์ นอกจากนั้นยังมีโซนคาเฟ่ ร้านอาหาร และร้านหนังสือด้วย

 
 

พิกัด : 41/5 ถ.เจริญนคร คลองสาน

เวลา เปิด – ปิด :

  • ทุกวันเวลา 11.00 – 20.00 น.

ช่องทางติดต่อ : www.facebook.com/TheJamFactoryBangkokhttp://www.facebook.com/TheJamFactoryBangkok

 

6. BANGKOK CITYCITY GALLERY, กรุงเทพ ฯ

แกลเลอรีแสดงงานศิลปะสไตล์มินิมอล ภายในจัดแสดงนิทรรศการศิลปะร่วมสมัย โดยมีแนวคิดในการเปิดรับมุมมองใหม่ ๆ แนวคิดใหม่ ๆ โดยไม่มีกรอบ เปิดอิสระให้ทั้งศิลปินและผู้ชมได้ปลดปล่อยและเสพงานศิลป์แบบไร้ขีดจำกัด นอกจากนั้นภายในยังมีร้านหนังสือและห้องสมุดศิลปะไว้ให้บริการอีกด้วย

 
 

พิกัด : ซอยสาทร 1 แขวงทุ่งมหาเมฆ MRT ลุมพินี ทางออก 2

เวลา เปิด – ปิด :

  • วันพฤหัสบดี – อาทิตย์ เวลา 13.00 – 18.00 น. หยุดทุกวันจันทร์ – พุธ

ช่องทางติดต่อ : www.facebook.com/bangkokcitycity และ https://bangkokcitycity.com/

 

7. MOCA

พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัยที่มีทั้งนิทรรศการศิลปะถาวรและแบบหมุนเวียน แบ่งเป็น 5 ชั้น โดยชั้นล่างเป็นพื้นที่จัดนิทรรศการหมุนเวียนและโซนเชิดชูเกียรติศิลปินแห่งชาติ ชั้น 2 เป็นงานศิลปะเกี่ยวกับความเชื่อของคนไทย ชั้น 3 จัดแสดงศิลปะเชิงความคิดฝันและจินตนาการภายใต้คติความเชื่อของคนไทย ชั้น 4 เป็นจิตรกรรมไทยร่วมสมัย และชั้น 5 แสดงศิลปะร่วมสมัยจากต่างประเทศ

 
 

พิกัด : ถนนกำแพงเพชร 6 ใกล้กับโรงพยาบาลจุฬาภรณ์และสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์

เวลา เปิด – ปิด :

  •  วันอังคาร – อาทิตย์ เวลา 10.00 – 16.00 น. หยุดทุกวันจันทร์

ช่องทางติดต่อ : www.facebook.com/mocabangkok

 

8. JWD Art Space

ศูนย์รวมระบบการจัดเก็บงานศิลปะและบริการที่เกี่ยวข้องกับศิลปะร่วมสมัยครบวงจรทั้งการดูแลและขนส่ง นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ให้จัดแสดงนิทรรศการศิลปะทั้งไทยและต่างประเทศ มีการจัดนิทรรศการศิลปะทั้งปี ทั้งงานวาดเขียน งานถ่ายภาพ รวมไปถึงงานศิลปะการจัดวาง มีเดียอาร์ต เรียกได้ว่าหลากหลายมาก

 
 

พิกัด : ซอยจุฬา 16 สามย่าน

เวลา เปิด – ปิด :

  • วันอังคาร – อาทิตย์ 10.00 – 19.00 น. หยุดทุกวันจันทร์

ช่องทางติดต่อ : www.facebook.com/JWDArtSpace

 

ทั้ง 8 อาร์ตแกลลอรี่ที่เรารวบรวมมานี้ เราคัดสรรมาเอาใจคนรักศิลปะอย่างเต็มที่ สุดสัปดาห์นี้ถ้าว่าง ๆ ไม่รู้จะไปไหน ลองออกไปเสพงานศิลปะ กันดู รับรองว่าคุณจะได้เปิดประสบการณ์ใหม่และได้รับแรงบันดาลใจดี ๆ กลับมาแน่นอน

 

ที่มาข้อมูล

คาบาเร่โชว์ในกรุงเทพ ศิลปะการแสดงที่ต้องดูสักครั้งในชีวิต

คาบาเร่โชว์

คาบาเร่โชว์ ศิลปะการแสดงของเหล่านักแสดงสาวประเภทสอง ซึ่งมากความสามารถทั้งร้อง เล่น เต้น และการแสดงที่น่าตื่นตาตื่นใจ ที่มาพร้อมกับท่วงท่าลีลาอันเป็นเสน่ห์ที่น่าประทับใจ ซึ่งความประทับใจเหล่านี้จะมาในรูปแบบของการแสดงโชว์ในรูปต่าง ๆ และเครื่องแต่งกายแบบสุดอลังการ ในอดีตใครอยากดู คาบาเร่โชว์ ต้องเดินทางไปถึงพัทยา แต่ปัจจุบันสามารถดูโชว์ คาบาเร่ ในกรุงเทพฯ ได้ด้วยเช่นกัน มาดูกันว่า ถ้าคุณอยากดูโชว์ คาบาเร่ ในกรุงเทพฯ คุณจะไปดูที่ไหนได้บ้าง

คาบาเร่โชว์

คาลิปโซ่ คาบาเร่ @ เอเชียทีค

            ใครที่ชื่นชอบการแสดง คาบาเร่โชว์ และได้ติดตามชมการแสดงคาบาเร่ จากหลาย ๆ เวที ก็คงจะพอได้ยินชื่อเสียงของ คาลิปโซ่ คาบาเร่ เอเชียทีค กันมาบ้าง แต่เดิมก่อนที่จะมาเป็นคาลิปโซ่ คาบาเร่ เอเชียทีค นั้น เคยเป็นชุดคาบาเร่ที่โชว์อยู่ในโรงละครของโรงแรมเอเชีย ที่อยู่ตรงราชเทวี ณ ตอนนี้ มาก่อน และได้ย้ายมาทำการแสดงอยู่ที่ เอเชียทีค ริเวอร์ฟร้อน (โกดัง 3) จนถึงปัจจุบัน

            คาลิปโซ่ คาบาเร่ เอเชียทีค ได้ชื่อว่าเป็นโชว์ คาบาเร่ ที่ดีที่สุดของกรุงเทพเป็นต้นตำรับของโชว์ คาบาเร่ แห่งแรกของกรุงเทพฯ ซึ่งได้ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2531 การแสดงโชว์ก็จะเป็นแนวละครบรอดเวย์ แนวละครเพลง ถือเป็นแห่งเดียวในไทยที่มีการแสดงโชว์รูปแบบนี้ ซึ่งนักแสดงต้องอาศัยความสามารถและทักษะที่สูง เพื่อให้การแสดงที่มีทั้งร้อง เต้น มีความสวยงามน่าชม มีโชว์ที่อลังการ ตื่นตาตื่นใจ จนเป็นที่ประทับใจของผู้ชม

         เวลาในการแสดง จะมีทุกวัน วันละ 2 รอบ คือรอบ 19.30 น. และรอบ 21.00 น. โดยในแต่ละรอบจะมีทั้งหมด 15 โชว์ ใช้เวลาในการโชว์ทั้งหมด 70 นาที ใครสนใจชมการแสดง สามารถไปชมได้ที่ เอเชียทีค ณ โรงละครคาลิปโซ่ กรุงเทพ ริเวอร์ฟร้อน (โกดัง 3)

คาบาเร่โชว์

โกลเด้นโดม คาบาเร่โชว์ @ รัชดา

            การแสดงคาบาเร่ ชื่อดังบนเส้นถนนรัชดา ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากทั้งไทยและต่างชาติ ด้วยเทคนิคของแสง สี และเสียงที่ตระการตา จากสาวประเภทสองที่สวยและมีความสามารถในด้านการแสดงอย่างหลากหลายโชว์การแสดง โดยเฉพาะการแสดงโชว์ที่เกี่ยวข้องกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น การแสดงชุดแต่งกายประจำชาติ การลิปซิงค์เพลง ที่จะมาสร้างความสนุกสนานและความบันเทิงได้สุดประทับใจตลอดการแสดงอย่างแน่นอน

            เปิดทำการแสดงวันละ 4 รอบ ทุกวัน คือรอบ 15.00 – 16.00 น. , รอบ 16.30 – 17.30 น., รอบ 18.30 – 19.30 น., รอบ 20.15 – 21.15 น. ใครที่สนใจชมการแสดงโชว์ สามารถมาชมได้ที่โรงละคร ตั้งอยู่ที่ซอยรัชดา 18 ห้วยขวาง

          ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบศิลปะและการแสดงต่าง ๆ คาบาเร่ ถือเป็นอีกหนึ่งศิลปะของการแสดงที่เรียกว่านักแสดงต้องใช้ความสามารถขั้นสูง ที่คุณควรได้ชมสักครั้งหนึ่งในชีวิต