เที่ยวต่างประเทศ, เที่ยวไทย

เอาพาวเวอร์แบงค์ขึ้นเครื่องได้ไหม ต้องความจุกี่แอมป์ อัปเดต 2569

anuchit
แชร์
สารบัญ

สำหรับใครที่กำลังเดินทางขึ้นเครื่องไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ตาม การเอาพาวเวอร์แบงค์ขึ้นเครื่องเพื่อที่จะชาร์จแบตมือถือนับเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อที่ว่าหากมือถือใกล้แบตหมดก็จะมีพาวเวอร์แบงค์สำรองใช้ได้ แต่ต้องบอกก่อนเลยว่าพาวเวอร์แบงค์นั้นมีหลายประเภท และบางประเภทก็ไม่สามารถนำขึ้นเครื่องได้ ดังนั้นใครที่กำลังจะเดินทางไปไหนและไม่มั่นใจว่าพาวเวอร์แบงค์สามารถขึ้นเครื่องได้หรือไม่ ในบทความนี้มีคำตอบให้แน่นอน

เอาพาวเวอร์แบงค์ขึ้นเครื่องได้ไหม ต้องความจุกี่แอมป์
พาวเวอร์แบงค์คือ
อัปเดต 30 กรกฎาคม 2569 หน้านี้เขียนไว้ก่อนที่กฎจะเปลี่ยน และได้แก้ไขตามข้อกำหนด CAAT ฉบับที่ 122 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 4 มิถุนายน 2569 สาระสำคัญที่เปลี่ยนคือ พกได้ไม่เกิน 2 ก้อนต่อคน (เดิมความจุต่ำพกได้ไม่จำกัด) เพดานความจุคือ 100 Wh หากเกินต้องขออนุญาตสายการบินล่วงหน้า และ ห้ามชาร์จหรือใช้พาวเวอร์แบงค์ระหว่างบิน รวมถึงห้ามเก็บไว้ในช่องเก็บของเหนือศีรษะ

พาวเวอร์แบงค์คือ

พาวเวอร์แบงค์ คือ แบตเตอรี่สำรองที่สามารถใช้ได้กับสมาร์ทโฟนต่างๆ รวมทั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ  โดยตัวเครื่องสามารถพกพาไปได้ทุกที่ สมาร์ทโฟนใกล้หมดเมื่อไหร่ก็จะสามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ในทันที โดยพาวเวอร์แบงค์สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทดังนี้

ชนิดลิเธียม ไอออน

พาวเวอร์แบงค์ชนิดลิเธียม ไอออน จัดว่าเป็นแบตเตอรี่สำรองที่เน้นในเรื่องของพลังงานที่สูง ในขณะเดียวกันก็จะปล่อยพลังงานที่ต่ำ ที่จะช่วยเซฟพลังงานได้เป็นอย่างดี แต่ขณะที่ไม่ได้ใช้งานก็จะมีการคายประจุไฟเสมอๆ จนในที่สุดแบตหมดได้ ข้อดีก็คือพาวแบงค์นี้มีราคาที่ถูก ในขณะที่ข้อเสียก็คือเสื่อมสภาพได้ไวมากๆ 

ชนิดเธียม โพลิเมอร์

พาวเวอร์แบงค์ชนิดลิเธียม โพลิเมอร์ นับว่าเป็นแบตเตอรี่ที่ต้องบอกว่าคุณภาพสูงมากๆ เพราะแบตเตอรี่สามารถจุพลังงานได้ดี ใช้งานได้อย่างต่อเนื่องยาวๆ  คายประจุไฟช้ากว่าแบบชนิดลิเธียม ไอออน มีน้ำหนักเบา และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน แต่ราคาจะสูง

ความจุและจำนวนพาวเวอร์แบงค์ที่ขึ้นเครื่องได้

ความจุและจำนวนพาวเวอร์แบงค์ที่ขึ้นเครื่องได้

 ในส่วนนี้นับว่าเป็นเนื้อหาสำคัญที่จะมาให้คำตอบเกี่ยวกับพาวเวอร์แบงค์ขึ้นเครื่องกี่แอมป์ และจำนวนพาวเวอร์แบงค์ที่สามารถนำขั้นเครื่องบินได้ โดยข้อมูลนี้ถือว่านโยบายส่วนใหญ่ที่หลายๆ สายการบินใช้กันโดยสามารถสรุปได้ดังนี้

  • ไม่เกิน 100 Wh (ประมาณ 20,000 mAh) นำขึ้นเครื่องได้ในสัมภาระพกพา
  • เกิน 100 Wh แต่ไม่เกิน 160 Wh ต้องได้รับอนุญาตจากสายการบินก่อนเดินทาง ไม่ใช่ไปขออนุญาตที่สนามบิน
  • เกิน 160 Wh ไม่อนุญาตให้นำขึ้นเครื่อง
  • ไม่ว่าความจุเท่าไร ผู้โดยสาร 1 คนพกได้ไม่เกิน 2 ก้อน ข้อนี้เปลี่ยนจากกฎเดิมที่ความจุต่ำๆ พกได้ไม่จำกัดจำนวน
  • ไม่ระบุความจุ หรืออ่านค่าไม่ได้ ถูกปฏิเสธ รวมถึงก้อนที่บวม แตก หรือชำรุด

หน่วยที่ใช้วัดคือ Wh ไม่ใช่ “แอมป์” ตัวเลข mAh ที่พิมพ์บนตัวเครื่องไม่ใช่หน่วยเดียวกับที่กฎใช้ วิธีแปลงคือ Wh = (mAh ÷ 1,000) × แรงดันไฟ (V) พาวเวอร์แบงค์ทั่วไปใช้ 3.7V ดังนั้น 20,000 mAh ≈ 74 Wh และ 27,000 mAh ≈ 100 Wh หากตัวเครื่องระบุ Wh มาแล้ว ให้ใช้ค่านั้นเป็นหลัก

สิ่งที่เพิ่มเข้ามาใหม่และหลายคนยังไม่รู้ ข้อกำหนดฉบับนี้ห้ามชาร์จพาวเวอร์แบงค์จากแหล่งพลังงานใดๆ บนเครื่อง และห้ามใช้พาวเวอร์แบงค์ชาร์จโทรศัพท์หรืออุปกรณ์อื่นระหว่างเที่ยวบิน นอกจากนี้ ห้ามเก็บไว้ในช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ ต้องเก็บในจุดที่หยิบถึงได้ทันที เช่น กระเป๋าหน้าที่นั่ง ใต้ที่นั่งด้านหน้า หรือพกติดตัว เพื่อให้จัดการได้ทันทีหากเกิดความร้อนสูงหรือควัน และต้องป้องกันการลัดวงจร โดยเก็บในบรรจุภัณฑ์เดิมหรือถุงป้องกันแยกก้อน

เอาพาวเวอร์แบงค์ขึ้นเครื่องยังไง

เอาพาวเวอร์แบงค์ขึ้นเครื่องยังไง

การเอาพาวเวอร์แบงค์ขึ้นเครื่องได้ โดยปกติแล้วแต่ละสายการบินจะมีข้อกำหนดที่ชัดเจนโดยละเอียด และเมื่อถึงที่จะต้องตรวจเช็คจำเป็นที่จะต้องให้เจ้าหน้าที่ดูพาวเวอร์แบงค์ที่ตัวเองได้นำมา โดยหลัก ๆ แล้วการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่มีดังนี้

  • พาวเวอร์แบงค์ขึ้นเครื่องกี่แอมป์ ถึงจะพกขึ้นเครื่องบินได้
  • การนำพาวเวอร์แบงค์ขึ้นเครื่องสามารถนำขึ้นได้กี่ก้อน และไม่ควรเกินกี่ก้อน
  • การนำพาวเวอร์แบงค์ห้ามใส่กระเป๋าโหลดใต้เครื่อง ควรจะผ่านเจ้าหน้าที่ในการตรวจขึ้นไปที่นั่งด้วย
ทำไมห้ามโหลดพาวเวอร์แบงค์ใต้เครื่อง

ทำไมห้ามโหลดพาวเวอร์แบงค์ใต้เครื่อง

ปกติแล้วทุกๆ สายการบ้านมีข้อห้ามอย่างชัดเจนว่าห้ามทำการนำอุปกรณ์ที่มีแบตเตอรี่โหลดใต้เครื่อง เนื่องมาจากว่าแบตเตอรี่เมื่อเกิดความร้อนที่สูงมากๆ จะสามารถเป็นตัวทำให้ติดไฟได้ หรือหากเลวร้ายกว่านั้นก็เกิดการระเบิดได้ เพราะในบริเวณที่โหลดใต้ท้องเครื่องจะไม่สามารถที่จะเช็คสภาพ ณ ตรงนั้นได้ทันทีหากเกิดเหตุร้ายขึ้น เลยการนำขึ้นเครื่องไปยังที่นั่งโดยสารนับเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

วิธีเลือกพาวเวอร์แบงค์ให้ปลอดภัย

วิธีเลือกพาวเวอร์แบงค์ให้ปลอดภัย

การเลือกพาวเวอร์แบงค์ขึ้นเครื่องนับเป็นสิ่งที่ควรใส่ใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะประเด็นหลักๆ การจะเอาขึ้นได้หรือไม่อยู่ที่ความจุไฟฟ้าว่าเป็นไปตามที่กำหนดหรือไม่ แต่ทางที่ดีสำหรับคนที่ใช้พาวเวอร์แบงค์อยู่แล้ว ก็ควรเลือกซื้อพาวเวอร์แบงค์ที่มีคุณภาพและสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย โดยวิธีการเลือกมีดังนี้

ซื้อพาวเวอร์แบงค์ ให้เหมาะกับการใช้งาน

การเลือกซื้อพาวเวอร์แบงค์ให้เหมาะกับการใช้งาน ถ้าใช้แค่วันเดียว ความจุ 3,000-5,000 mAh ก็เพียงพอและพกพาสะดวก แต่ถ้าซื้อเพื่อพาขึ้นเครื่อง ควรเลือกไม่เกิน 20,000 mAh (100 Wh) ซึ่งเป็นเพดานที่นำขึ้นเครื่องได้โดยไม่ต้องขออนุญาตล่วงหน้า ก้อนที่ใหญ่กว่านั้นต้องขออนุญาตสายการบินก่อน และบางสายการบินไม่อนุญาตเลย หากต้องการไฟสำรองหลายวัน ใช้สองก้อนเล็กจะผ่านง่ายกว่าก้อนใหญ่ก้อนเดียว เพราะเพดานคือ 2 ก้อนต่อคน และควรเลือกก้อนที่พิมพ์ค่า Wh ไว้ชัดเจน เพราะก้อนที่อ่านค่าไม่ได้จะถูกปฏิเสธที่จุดตรวจ

ไว้ชาร์จหลายเครื่อง

การกรณีที่เลือกพาวเวอร์แบงค์ที่สามารถชาร์จได้หลายๆ เครื่อง จะเหมาะกับคนที่มีทั้งสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ที่จะเป็นจะต้องชาร์จพร้อมๆ กัน การเลือกจึงเป็นสิ่งที่สำคัญโดยเบื้องต้นจะต้องดูก่อนว่าตัวแบตเตอรี่ที่ซื้อมาจะมีการแชร์แบตเตอรี่กันหรือไม่ และมีจำนวนความจุไฟฟ้าอยู่ที่เท่านั้น และแน่นอนว่าในส่วนของความปลอดภัยจำเป็นต้องศึกษาให้ชัดเจน

เลือกแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ มีมาตรฐาน

สิ่งที่สามารถสร้างความมั่นใจในการเลือกซื้อแม้แต่ดูแบตเตอรี่ไม่เป็น ก็คือการเลือกแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือ หรือเป็นแบรนด์ที่นิยมใช้ เพราะจุดนี้จะสามารถการันตีความปลอดภัยขณะใช้งานได้เป็นอย่างดี และมีระบบป้องกันการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร แบตเตอรี่มีความร้อนสูง รวมไปถึงการระเบิดได้

สรุปสั้นๆ พาวเวอร์แบงค์นำขึ้นเครื่องได้ แต่ต้องอยู่ในสัมภาระพกพาเท่านั้น ห้ามโหลดใต้ท้องเครื่องเด็ดขาด พกได้ไม่เกิน 2 ก้อนต่อคน ความจุไม่เกิน 100 Wh (ประมาณ 20,000 mAh) ถ้าเกิน 100 Wh แต่ไม่เกิน 160 Wh ต้องขออนุญาตสายการบินล่วงหน้า เกิน 160 Wh นำขึ้นไม่ได้ ก้อนที่ไม่ระบุความจุหรือชำรุดจะถูกปฏิเสธ และระหว่างบินห้ามชาร์จหรือใช้งาน ต้องเก็บไว้ในจุดที่หยิบถึง ไม่ใช่ช่องเก็บของเหนือศีรษะ ทั้งหมดนี้เป็นข้อกำหนด CAAT ฉบับที่ 122 ซึ่งมีผลตั้งแต่ 4 มิถุนายน 2569 ส่วนสายการบินแต่ละแห่งอาจกำหนดเข้มกว่านี้ได้ เช่น นกแอร์ไม่รับก้อนที่เกิน 100 Wh เลย จึงควรเช็คกับสายการบินก่อนเดินทาง

หน้านี้ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดเมื่อไร
ตรวจสอบเมื่อ 30 กรกฎาคม 2569 โดยทีมงาน AIRPORTELs (ผู้รับผิดชอบ: Den) รอบตรวจสอบซ้ำทุก 90 วัน

อ้างอิงจากข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ฉบับที่ 122 ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการพาแบตเตอรี่ลิเทียมไปกับอากาศยาน ประกาศ 4 มิถุนายน 2569 (CAAT NEWS 22/2569) และตรวจทานกับหน้าสัมภาระของสายการบินนกแอร์ซึ่งบังคับใช้เข้มกว่าข้อกำหนด
ข้อกำหนดของแต่ละสายการบินอาจเข้มกว่านี้ โปรดตรวจสอบกับสายการบินก่อนเดินทางทุกครั้ง

กฎชุดนี้ออกมาหลังเกิดเหตุพาวเวอร์แบงค์ลุกไหม้บนเที่ยวบินของบางกอกแอร์เวย์ส เส้นทางสมุย–ฮ่องกง เมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 จนต้องบินกลับลงจอดที่กรุงเทพฯ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการนำพาวเวอร์แบงค์ขึ้นเครื่อง

Q: พาวเวอร์แบงค์ขึ้นเครื่องได้กี่ก้อน

ไม่เกิน 2 ก้อนต่อผู้โดยสาร 1 คน และต้องพกติดตัวขึ้นเครื่องเท่านั้น ห้ามใส่กระเป๋าที่โหลดใต้ท้องเครื่องทุกกรณี

Q: ความจุเท่าไหร่ถึงจะเอาขึ้นเครื่องได้

ไม่เกิน 100 วัตต์-ชั่วโมง (Wh) หรือประมาณ 20,000 mAh นำขึ้นเครื่องได้เลย ระหว่าง 101–160 Wh ต้องได้รับอนุญาตจากสายการบินก่อนเดินทาง ส่วนที่เกิน 160 Wh ห้ามนำขึ้นเครื่องทุกกรณี

Q: ใช้พาวเวอร์แบงค์ชาร์จมือถือระหว่างบินได้ไหม

ไม่ได้ ห้ามใช้งานและห้ามชาร์จอุปกรณ์ด้วยพาวเวอร์แบงค์ตลอดเที่ยวบิน และห้ามเก็บไว้ในช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ ต้องเก็บไว้ในที่ที่หยิบถึงได้ทันที เช่น กระเป๋าหน้าที่นั่งหรือใต้ที่นั่ง เพื่อให้ลูกเรือเข้าถึงได้เร็วที่สุดหากเกิดความร้อนผิดปกติ

Q: พาวเวอร์แบงค์ที่ไม่มีฉลากระบุความจุ ขึ้นเครื่องได้ไหม

ไม่ได้ ถ้าไม่มีฉลากระบุความจุที่อ่านออกชัดเจน เจ้าหน้าที่จะไม่อนุญาตให้นำขึ้นเครื่อง เพราะไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าอยู่ในเกณฑ์หรือไม่ ควรตรวจสอบฉลากก่อนออกจากบ้าน โดยเฉพาะพาวเวอร์แบงค์รุ่นเก่าที่ตัวอักษรอาจลบเลือน