ผู้เขียน: tewtew

5 อันดับกล้องที่เหมาะแก่การพกพาไปเที่ยว

ในยุคที่คนชอบเที่ยวพลาดไปไม่ได้เลยคือการถ่ายรูป เช็คอินแล้วแชร์ให้เพื่อน ๆ ได้รู้ เพราะแต่ละทริปเป็นทริปที่เราประทับใจและอยู่ในความทรงจำ การมีกล้องดี ๆ สักตัว พกพาง่าย ถ่ายรูปสวย เอาไว้เก็บภาพ แล้วแชร์ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งของนักท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด ทำให้ตลาดก้องถ่ายรูปผลิตกล้องดี ๆ ขนาดน่าพกพาตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า ซึ่งวันนี้เราจะมารีวิว 5 กล้องสำหรับเที่ยว ที่คุณควรมี

FUJIFILM X-T30,กล้องสำหรับเที่ยว

1. Fuji XT30

เป็น กล้องสำหรับเที่ยว ที่มีขนาดน่ารัก น่าพกพอ เป็นล้องแบบ Mirrorless ถ่ายวีดีโอได้ 4K เหมาะสำหรับสายเที่ยวที่ชอบรีวิว และ Vlog มาพร้อมระบบออโต้โฟกัส เหมาะมากสำหรับนักเดินทาง และไม่ชอบการปรับอะไรมาก จุดเด่นคือสามารถปรับ ISO ต่ำสุดที่ 160 และสูงสุดที่ 12800 ถ่ายภาพต่อเนื่องไป 8 ภาพต่อวินาที ต่อบลูทูธ และ wifi ได้

Panasonic DC-GF10,กล้องสำหรับเที่ยว

2. Panasonic Lumix GF10

รุ่นนี้สำหรับสายเที่ยวที่ชอบเซลฟี่ น้ำหนักเบาและค่อนข้างตอบโจทย์  กล้องรวมเลนส์แล้วน้ำหนักยังเบา ประมาณ 337 กรัม สามารถถ่ายวีดีโอได้ 4K เชื่อมต่อ WiFi ได้ มีจอแสดงผล 3 นิ้ว จุดเด่นตรงการถ่ายภาพแบบ Portrait  ที่โฟกัสสิ่งที่ต้องการถ่ายหรือตัวแบบได้ค่อนข้างชัดและอีกส่วนหนึ่งคือโหมดถ่ายภาพ selfie ที่มีโหมดหน้าเนียน เรียกว่าถูกใจคนที่ชอบถ่ายรูปมาก ๆ

Olympus OM-D E-M10 Mark III,กล้องสำหรับเที่ยว

3. Olympus OM-D E-M10 Mark III

ไต่ระดับมาอีกนิดสำหรับสายลุยและชอบภาพที่คมชัด รุ่นนี้จุดเด่นที่ Micro Four Thirds มีจุดโฟกัสทั้งหมด 21 จุด ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล หน้าจอ LCD มีปุ่มแบบสัมผัส เล่นง่าย น้ำหนัก 410 กรัม กล้องดีไซส์สวยงาม

fujifilm x-a5,กล้องสำหรับเที่ยว

4. Fujifilm XA5

ใครชอบความเล็กกะทัดรัด แนะนำตัวนี้ ดีไซส์สวย มาพร้อมฟังก์ชั่นที่น่าสนใจ APS-C เซ็นเซอร์ไม่ใหญ่มาก สามารถถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอได้สวยไม่แพ้รุ่นอื่น ๆ ปรับโหมดต่าง ๆ ได้ไม่แพ้กล้อง DSLR มีช่องเสียบไมค์ สำหรับใครที่ชอบถ่ายวีดีโอ หรือรีวิว ถ่ายเซลฟี่ง่าย  สีสวยชัดเจน

Fujifilm X-T100

5. Fujifilm X-T100

รุ่นนี้จาก Fuji ตอบโจทย์รูปแบบการถ่ายภาพของคนยุคนี้ มาพร้อมฟังก์ชั่น ไม่ว่าจะเป็นการปรับโหมดให้เหมือนการถ่ายภาพกล้องฟิล์ม ทั้งสี และการโฟกัสภาพ มี Pop-up Flash มาพร้อมช่องมองภาพที่สามารถปรับให้เหมาะสมกับช่างภาพได้ แบตอึด สามารถถ่ายได้ 430 ภาพกรณีที่แบตเต็ม บอดีสวย พกพาง่าย

สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวนั้น เรียกว่าหากเราได้เก็บภาพ ทุกช็อต ทุกที่ที่ไป เมื่อนำภาพกลับมาดูเราก็จะนึกถึงเรื่องราวความประทบใจนั้น ๆ จึงจำเป็นมากสำหรับการมี กล้องสำหรับเที่ยว ดี ๆเอาไว้สักตัว ซึ่งกล้องที่เราแนะนำไปนั้นเป็นรุ่นที่พอเหมาะ น้ำหนักเบา ราคาไม่แรง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณ

ขนมยี่ห้อดังที่รสชาติแตกต่างกันในแต่ละประเทศ

เชื่อหรือไม่ว่าขนมจากยี่ห้อดัง ๆ ที่เห็นวางขายในประเทศเรานั้น อาจไม่มีวางขายในประเทศอื่น ในทางกลับกัน ก็จะมี ขนมรสแปลก ยี่ห้อเดียวกันนี้ มีรสชาติแตกต่างกันไปตามแต่ละประเทศด้วย ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าความชอบและวัฒนธรรมการกินของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน ทำให้ขนมรสชาติแปลกใหม่เหล่านี้มักเป็นของฝากยอดนิยมเวลาไปเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งไม่สามารถหาในประเทศได้ ยกเว้นร้านค้าที่นำเข้ามาขาย ในบทความนี้เรามีขนมยี่ห้อดังแต่มีรสชาติที่แปลกแตกต่างจากความคุ้นเคย เผื่อว่าถ้าคุณไปท่องเที่ยวประเทศนั้น ๆ แล้วจะได้ซื้อเป็นของฝากให้กับครอบครัวและเพื่อนได้

Swedish Fish flavor Oreo cookies

1. โอริโอ้รสปลาสวีเดน

เรียกว่าเป็น ขนมรสแปลก เท่าที่เคยเห็นมา โดยปกติเราจะคุ้นเคยกับโอริโอ้รสวนิลา ทานง่าย ไม่ก็รสช็อคโกเลต แต่ที่สวีเดนมีโอริโอ้รสชาติปลา เรียกว่าไม่ใช่ปลาเสียเลยทีเดียวแต่ส่วนผสมจะเป็นไวน์และเชอรี่ ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ทานแล้วก็รู้สึกอร่อยไปอีกแบบ

Salt and Vinegar flavour Pringles

2. พริงเกิลส์รสเกลือและน้ำส้มสายชู

เป็นมันฝรั่งอบกรอบที่โด่งดังทั่วโลกและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะรสชาติกลมกล่อม ทานได้ทุกช่วงเวลา ในบ้านเราจะเห็นพริงเกิ้ลส์ รสชาติต้นตำรับ ซาวด์ครีม และรสสาหร่าย แต่ที่แปลกและเรียกว่าน่าสนใจมากคือ พริงเกอร์รสเกลือและน้ำส้มสายชู ที่ไม่มีขายในประเทศไทยบ้านเรา แต่หากได้ชิมรสชาติคงจะแปลกและชวนชิมน่าดู

kettle cooked wasabi ginger lays,ขนมรสแปลก

3. เลย์วาซาบิและขิง

เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่เรียกว่ามีรสชาติต่างกันไปแต่ละประเทศ ในบ้านเราจะเห็นรสเมี่ยงคำ รสต้มยำกุ้ง โนริสาหร่าย เป็นต้น แต่ถ้าเราได้ไปเที่ยวญี่ปุ่น รสชาติเลย์ที่น่าลองและมีเฉพาะญี่ปุ่นเท่านั้นคือ เลย์รสวาซาบิและขิง ความเผ็ดร้อนของขิงและวาซาบิจะทำให้การทานมันฝรั่งอบกรอบของคุณเปลี่ยนไป

Mt. Fuji Strawberry Cheesecake KitKat,ขนมรสแปลก

4. Mt. Fuji Strawberry Cheesecake KitKat

เมื่อนึกถึงเวเฟอร์ช็อคโกเลตก็มักนึกถึง KitKat ซึ่งในบ้านเราก็จะเห็นรสดั้งเดิม เป็นรสช็อคโกเลตทั่วไป อาจจะมีรสชาเขียวบ้าง ที่เพิ่งวางจำหน่ายไปไม่นาน แต่ถ้าได้ไปที่ญี่ปุ่นคุณจะพบกับคิทแคทหลากรสซึ่ง Mt. Fuji Strawberry Cheesecake KitKat เป็นอีกหนึ่งรสชาติที่น่าลอง

cheetos avocado and cheese,ขนมรสแปลก

5. ชีโตสรสอะโวคาโด

ส่วนใหญ่เราจะเจอแต่รสชีสและรสดั้งเดิม ถือว่าเป็นรสชาติขายดีในบ้านเรา แต่เมื่อไปต่างประเทศคุณจะพบ ชีโตสอะโวคาโด เป็นอีกรสที่กลิ่นและรสชาติน่าลิ้มลอง

ทั้งหมดนี้ถือว่าเป็นสุดยอด 5 ขนมรสแปลก ที่เราอยากให้คุณได้ลอง แต่ละประเทศจะสร้างสรรค์ขนมแบรนด์ที่เราคุ้นเคย แต่เพิ่มรสชาติต่าง ๆ ให้แปลกและดูน่าสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะในญี่ปุ่นที่เราจะเห็นขนมขบเคี้ยวยี่ห้อดังหลายแบรนด์ มีรสชาติที่เราไม่คุ้นเคย เหมาะที่จะซื้อทานและเป็นของฝากที่ผู้รับจะต้องประทับใจ

5 แอปฯ ที่จะทำให้การเดินทางของคุณสะดวกขึ้น

เดี๋ยวนี้เวลาจะไปเที่ยวที่ไหน ๆ ในประเทศหรือต่างประเทศเป็นเรื่องทีสะดวกสบาย ทำให้คุณสามารถวางแผนการเดินทางและเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับทุกทริปได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องมานั่งกังวลใจว่าทริปนี้จะเจอพายุฝนหรือพบปัญหาเรื่องแลกเงินระหว่างทาง เพราะเพียงโทรศัพท์สมาร์ทโฟนเครื่องเดียวก็ทำให้การเดินทางง่ายขึ้น ด้วย 5 แอปช่วยในการเดินทาง ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้การท่องเที่ยวสนุกสนานยิ่งขึ้น

Google Maps service,แอปช่วยในการเดินทาง

1. Google map

หนึ่งใน แอปช่วยในการเดินทาง ยอดนิยมของคนส่วนใหญ่ เพราะเป็นตัวช่วยกันหลงใช้ได้ทุกพื้นที่ทั่วโลก พร้อมทั้งยังหาพิกัดสถานที่ต่าง ๆ พร้อมวิธีการเดินทางที่เร็วที่สุดให้ด้วย เรียกได้ว่าเป็นแอปที่เหมาะกับนักเดินทางที่สุด นอกจากนั้นยังใช้หาสถานที่ต่าง ๆ ที่ใกล้เคียงกับจุดที่เราอยู่ เช่น ร้านอาหาร โรงพยาบาล ปั๊มน้ำมันได้อีกด้วย

Google translate

2. Google Translate

ปัญหาสำคัญของการท่องเที่ยวต่างประเทศคือ เรื่องภาษาและการสื่อสาร Google Translate เป็นอีก แอปช่วยในการเดินทาง ที่นักเดินทางทุกคนต้องมีในมือถือไว้ใช้แปลภาษาให้สื่อสารได้ง่ายขึ้น สำหรับสั่งอาหาร ถามทาง อ่านป้ายต่าง ๆ ด้วยความพิเศษที่สามารถแปลจากเสียงพูดได้เลย หรือเปิดกล้องถ่ายข้อความที่ต้องการแปล ก็สามารถแปลให้อัตโนมัติ ไม่ต้องเสียเวลาพิมพ์ให้ยุ่งยาก

The Weather Channel mobile app,แอปช่วยในการเดินทาง

3. The Weather Channel

สภาพอากาศที่ไม่เป็นใจก็เป็นอุปสรรคกับการท่องเที่ยว การตรวจเช็คอากาศก่อนออกเดินทางจึงเป็นเรื่องห้ามพลาด The Weather Channel เป็นแอปพลิเคชั่นที่ช่วยเช็คสภาพอากาศ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง จะได้วางแผนกิจกรรมและการเดินทางได้อย่างเหมาะสม ช่วยให้การออกทริปท่องเที่ยวง่ายยิ่งขึ้น

Skyscanner Flights app,แอปช่วยในการเดินทาง

4. Skyscanner

เป็นแอปพลิเคชั่นที่ช่วยค้นหาตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรมที่พักและรถเช่าขับ ในทุกสถานที่บนโลกที่คุณต้องการเดินทางไปท่องเที่ยว แบบคุณภาพที่ดีที่สุดแต่ในราคาที่สุดแสนประหยัดสุด ๆ จะทำให้เราสามารถวางแผนการเงินสำหรับค่าเดินทางและที่พักได้ชัดเจน อุ่นใจได้ว่ามีตั๋วเดินทางและที่พักแน่นอน ไม่ต้องติดต่อเองให้ยุ่งยากและที่สำคัญถูกกว่าดำเนินการเองเป็นไหน ๆ ถือว่าสบายกระเป๋าเที่ยวได้อย่างสุขใจแน่นอน

cryptocurrency and future technology concept,แอปช่วยในการเดินทาง

5. My Currency

แอปพลิเคชั่นที่ช่วยคำนวณอัตราเงินในต่างประเทศแบบอัปเดตได้ทุกเวลา สามารถคำนวณอัตราการแลกเปลี่ยนเงินจากสกุลเงินต่าง ๆ เป็นเงินบาทไทยได้ง่าย ๆ เพียงแค่ใส่จำนวนเงินเข้าไป แอปฯ ก็จะแปลงค่าเงินตามอัตราแลกเปลี่ยนช่วงนั้นให้อัตโนมัติ ไม่ต้องคอยกดเครื่องคิดเลขให้วุ่นวาย ช่วยให้การการช็อปปิ้งสะดวกสบายยิ่งขึ้น

ไม่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหน ๆ ถ้ามีแอปช่วยในการเดินทาง ทั้ง 5 นี้ติดสมาร์ทโฟนไว้ ทุก ๆ การเดินทางจะมีประสิทธิภาพ สามารถท่องเที่ยวได้อย่างสะดวกสบายง่ายขึ้นอีกเยอะ

How to หลบโจรล้วงกระเป๋าอย่างไรให้ปลอดภัยในการท่องเที่ยว

ข่าวคราวที่พบเห็นกันบ่อย ๆ เกี่ยวกับนักท่องเที่ยวก็คือ ถูกล้วงกระเป๋า ฉกชิงทรัพย์สินมีค่าไปโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว ซึ่งไม่ว่าจะเป็นที่ไหนบนโลกก็มักจะมีมิจฉาชีพมาคอยก่อกวนให้ยุ่งยากใจเสมอ ๆ เราจึงต้องระมัดระวังตัวและทรัพย์สินอย่างรัดกุมระหว่างท่องเที่ยว วันนี้เรามีทริกดี ๆ เป็น วิธีป้องกันตัวจากมิจฉาชีพ ง่าย ๆ มาฝาก ดังนี้

5 วิธีป้องกันตัวจากมิจฉาชีพ

Wallet black leather

1. ไม่ควรพกกระเป๋าสตางค์ไว้ในกระเป๋ากางเกง

การใส่กระเป๋าสตางค์ไว้ในกระเป๋ากางเกงเสี่ยงต่อการถูกมิจฉาชีพล้วงฉกได้ง่าย เพราะมีขนาดเล็กและตื้น ยิ่งเป็นกระเป๋ากางเกงด้านหลังยิ่งมีความเสี่ยงมาก ๆ ถ้าเรามัวเดินชมวิวทิวทัศน์หรือใช้โทรศัพท์อยู่ละก็ ไม่มีทางรู้ตัวเลยหากมีใครแอบมาล้วงหยิบไป และเสี่ยงต่อการหล่นหายในระหว่างทางได้ง่าย

Young hipster man

2. ใช้กระเป๋าแบบคล้องคอ หรือ cross body

แนะนำให้ใช้กระเป๋าเล็ก ๆ คล้องคอ หรือกระเป๋าแบบ cross body แทนกระเป๋าสะพายข้างในระหว่างท่องเที่ยว เพราะกระเป๋าประเภทนี้จะอยู่ด้านหน้าลำตัวเรา ซึ่งสามารถมองเห็นได้ตลอดเวลา ไม่เหมือนกระเป๋าแบบสะพายข้าง ซึ่งจะอยู่ข้างลำตัวและเสี่ยงต่อการถูกกรีดถูกล้วงโดยง่าย แนะนำอีกนิดว่าควรสวมแจ็คเก็ตทับอีกชั้นเพื่อป้องกันบรรดามิจฉาชีพล้วงกระเป๋า

A doller bills in a wallet

3. แบ่งเงินเป็นหลายส่วน

เป็น วิธีป้องกันตัวจากมิจฉาชีพ ที่เบสิกสุดคือ ไม่ควรเก็บเงินหรือของมีค่าไว้ที่ใดที่หนึ่งโดยเฉพาะ ควรมีการแบ่งแยกเงินไว้เป็นส่วน ๆ เช่น ในกระเป๋าสตางค์ส่วนหนึ่ง ในกระเป๋าเสื้อบริเวณหน้าอก หรือในกระเป๋าแบบคล้องคอ แล้วสวมเสื้อคลุมทับอีกที ไม่แนะนำให้เก็บไว้ในกระเป๋ากางเกงเพราะเสี่ยงต่อการถูกล้วงง่ายมาก

getting cash

4. สะพายเป้ไว้ด้านหน้า

สำหรับใครที่ชอบใช้กระเป๋าเป้สะพายหลังควรเปลี่ยนมาสะพายด้านหน้าแทน เพราะเราจะมองเห็นได้ตลอดเวลาอีกทั้งยังควบคุมได้ง่าย หากสะพายไว้ด้านหลังเสี่ยงต่อการถูกมิจฉาชีพเปิดกระเป๋าได้ง่าย ๆ ชนิดที่เราเองก็ไม่รู้ตัวได้เลย

Man with shoulder bag

5. หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด

สถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวหรือผู้คนจำนวนมากมักจะเสี่ยงต่อการโดนล้วงกระเป๋า จึงไม่ควรไปคนเดียว หากมีความจำเป็นต้องเดินทางไปคนเดียวควรหลีกเลียงไปสถานที่แออัดหรือทางที่ดีคือควรเดินทางไปกันเป็นกลุ่มจะมีความปลอดภัยกว่า

ทั้งหมดนี้เป็น วิธีป้องกันตัวจากมิจฉาชีพ ง่าย ๆ ที่ช่วยดูแลตัวเองในเบื้องต้นระหว่างท่องเที่ยวได้ เพราะการไปในที่ต่าง ๆ มีทั้งคนดีและคนไม่ดีคละเคล้าปะปนกันไปเสมอ การป้องกันดูแลทรัพย์สินของตนเองเป็นปัจจัยแรกที่เราต้องคำนึงถึงเป็นพิเศษ และที่สำคัญ ต้องมีสติอยู่กับตัวตลอด ไม่ตื่นตระหนก ไม่ประมาท เพียงเท่านี้มิจฉาชีพก็ทำอะไรเราไม่ได้แล้ว

เกร็ดน่ารู้ของ โอลิมปิก 2020 ที่ญี่ปุ่น

Olympic Games 2020,โอลิมปิก 2020

ใกล้เข้ามาแล้วกับมหกรรมกีฬานานาชาติสุดยิ่งใหญ่อย่างโอลิมปิกเกมที่จะจัดขึ้นในปี 2020 โดยมีประเทศญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพ การแข่งขันจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม ถึง 9 สิงหาคม พ.ศ. 2563 และวันนี้เราจะมาเล่าถึงเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับการจัดการแข่งขันกีฬา โอลิมปิก 2020 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า สำหรับใครที่ชื่นชอบและติดตามการแข่งขันอยู่แล้วบอกเลยว่าไม่ควรพลาด

Olympic Games at Japan,โอลิมปิก 2020

มหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมในปี 2020 มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า กีฬาโอลิมปิกครั้งที่ 32 โดยกรุงโตเกียวได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน มีประเภทกีฬาทั้งหมด 33 กีฬา 324 รายการ และชนิดกีฬาทั้งหมด 47 ชนิด

ชิงชัยกันไม่ต่ำกว่าสามร้อยเหรียญทอง มีนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันจำนวนกว่า 15,000 คน จาก 207 ประเทศทั่วโลก ซึ่งความพิเศษในครั้งนี้มีกีฬาที่บรรจุเข้ามาใหม่ทั้งสิ้น 5 ชนิด ได้แก่ กีฬาเบสบอลและซอฟท์บอล กีฬาคาราเต้ กีฬาปีนหน้าผา กีฬาโต้คลื่นและกีฬาสเก็ตบอร์ด

โตเกียวโอลิมปิกครั้งที่ 32 นี้ มาสคอตประจำการแข่งขันคือ มิไรโตะวะ (MIRAITOWA) มาในรูปแบบของลายตารางหมากรุกสีน้ำเงินปกคลุมทั้งส่วนศีรษะและลำตัว โดยชื่อของมาสคอตมาจากภาษาญี่ปุ่น 2 คำด้วยกันคือ มิไร (Mirai) แปลว่า อนาคต และ โทวะ (Towa) แปลว่า นิรันดร์ แฝงความหมายถึงอนาคตอันสดใสจะคงอยู่ชั่วนิจนิรันดร์ ด้วยมุ่งหวังว่ามหกรรมกีฬาครั้งนี้จะทำให้หัวใจของทุกคนบนโลกเปี่ยมไปด้วยความหวัง โดยชื่อนี้ถูกคัดเลือกมาจากเด็กชั้นประถมศึกษาทั้งในและนอกประเทศญี่ปุ่น จากโรงเรียนประถมศึกษาที่เข้าร่วมทั้งหมด 16,769 โรงเรียนและผ่านการตรวจสอบแล้วว่าไม่มีความหมายทับซ้อนในภาษาใดในโลก

Tokyo 2020,โอลิมปิก 2020

ความน่าสนใจอีกอย่างหนึ่งของ โอลิมปิก 2020 เหรียญรางวัลไม่ว่าจะเป็นเหรียญทอง เหรียญเงิน และเหรียญทองแดง ผลิตขึ้นโดยวิธีการรีไซเคิลขยะโลหะจากโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับบริจาคในโครงการนี้ว่า Tokyo2020 Medal Project: Towards an Innovative Future for All

จากผู้คนทั่วญี่ปุ่น ด้วยจำนวนทอง 32 กิโลกรัม เงิน 3,500 กิโลกรัม และทองแดง 2,200 กิโลกรัม ผลิตเป็นเหรียญรางวัลดีไซน์สวยงาม โดยเหรียญทองมีน้ำหนัก 556 กรัม เหรียญเงิน 550 กรัม และเหรียญทองแดง 450 กรัม ซึ่งเหรียญทองและเหรียญเงิน ในครั้งนี้มีน้ำหนักมากที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก

กล่าวได้ว่าเหรียญรางวัลในโอลิมปิก 2020 เป็นเหรียญรางวัลที่เปี่ยมไปด้วยความร่วมมือร่วมใจของคนญี่ปุ่นโดยแท้ ทั้งหมดนี้เป็นเกร็ดน่ารู้เล็กน้อยเกี่ยวกับโอลิมปิก 2020 ที่กำลังจะเกิดขึ้น ถือเป็นการเรียกน้ำย่อย และเตรียมความพร้อมก่อนการแข่งขัน หวังว่าจะทำให้การรับชมและเชียร์กีฬาของคุณสนุกสนานและมีความหวังในอนาคตที่สดใสมากยิ่งขึ้น

จัดกระเป๋าอย่างไรให้ประหยัดเนื้อที่

จะออกเดินทางแต่ละครั้งต้องมานั่งจัดกระเป๋าเตรียมสัมภาระต่าง ๆ นับว่าเป็นเรื่องใหญ่เลยทีเดียวสำหรับใครที่ของเยอะ เพราะต้องคอยพะวงกลัวว่ากระเป๋าจะตุง หรืออาจต้องใช้กระเป๋าหลายใบให้พะรุงพะรัง ยิ่งหากต้องโหลดใต้ท้องเครื่องด้วยแล้วไม่อยากจะคิดถึงค่าน้ำหนักที่อาจจะต้องเสียเพิ่ม วันนี้เรามี วิธีจัดกระเป๋าเดินทาง ให้ประหยัดเนื้อที่ง่าย ๆ 3 วิธีมานำเสนอทำให้การจัดกระเป๋าช่วยประหยัดเนื้อที่ภายในใบเดียวถือขึ้นเครื่องบินได้สบายใจ

3 วิธีจัดกระเป๋าเดินทาง ให้ประหยัดเนื้อที่

Open suitcase with clothes,วิธีจัดกระเป๋าเดินทาง

1. ม้วนเสื้อผ้าแทนการพับ

การม้วนเสื้อผ้าเป็นการจัดกระเป๋าแบบประหยัดเนื้อที่สุด ๆ ที่สำคัญยังไม่ทำให้ผ้ามีรอยยับจากการพับอีกด้วย แถมวิธีการก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรมากมายเพียงแค่วางแผ่เสื้อผ้าไว้กับพื้นเรียบ ๆ แล้วพับเก็บแขนเสื้อให้เรียบร้อย ส่วนกางเกงก็พับทบกัน จากนั้นก็ม้วนปลายด้านหนึ่งไปจนสุด ก็จะได้เสื้อผ้าเป็นลักษณะรูปทรงกระบอกเล็ก ๆ กะทัดรัด เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย จัดเก็บในกระเป๋าแล้วเหลือพื้นที่มากกว่าการพับแบบธรรมดา

flat close open bag,วิธีจัดกระเป๋าเดินทาง

2. พับผ้าแล้วจัดเรียงเป็นแนวตั้ง

เทคนิคนี้เป็น วิธีจัดกระเป๋าเดินทาง แบบเบสิก เพียงแค่เปลี่ยนวิธีการจัดวางภายในกระเป๋าเดินทาง ซึ่งคนส่วนใหญ่มักวางเสื้อผ้าที่พับแล้วในแนวนอนกับกระเป๋า เราขอแนะนำให้เปลี่ยนมาวางในแนวตั้งลักษณะคล้ายการจัดหนังสือเข้าชั้น นอกจากวิธีนี้จะทำให้ประหยัดเนื้อที่และเก็บของได้มากขึ้นแล้ว ข้อดีของการพับผ้าแบบนี้ยังทำให้กระเป๋ามีน้ำหนักเบา ประหยัดแรงในการยกหรือลากกระเป๋าลงไปได้อีกเยอะ ที่สำคัญเมื่อขึ้นเครื่องก็ไม่ต้องซื้อน้ำหนักส่วนเกินเพิ่ม

locked refrigerator bag,วิธีจัดกระเป๋าเดินทาง

3. ใช้ถุงซิปล็อค

วิธีนี้เหมาะที่จะใช้จัดการกับสิ่งของอื่น ๆ นอกเหนือจากเสื้อผ้า โดยจะต้องแยกหมวดหมู่แบ่งของออกเป็นประเภท เช่น ถุงเท้า เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ยาสีฟัน ชุดชั้นใน เป็นต้น จากนั้นก็เอาสิ่งของประเภทเดียวกันแยกใส่ถุงซิปล็อคเดียวกัน จากนั้นก็จัดแจงเก็บใส่ไว้ในกระเป๋าเดินทางให้เรียบร้อย เพื่อเป็นการแยกสิ่งของออกจากเสื้อผ้าอย่างชัดเจน ข้าวของไม่กระจัดกระจาย สามารถช่วยประหยัดเนื้อที่ได้ ทำให้ไม่ยุ่งยากต่อการหยิบใช้

วิธีจัดกระเป๋าเดินทาง แบบง่าย ๆ

ทั้งหมดนี้คือ 3 วิธีจัดกระเป๋าเดินทาง แบบง่าย ๆ ที่จะทำให้เราสามารถเก็บเสื้อผ้าและข้าวของเครื่องใช้ได้อย่างจุใจ และที่สำคัญยังประหยัดเนื้อที่ ไม่ต้องกังวลเรื่องเนื้อที่ไม่พอ ไม่ต้องหอบกระเป๋าหลายใบให้พะรุงพะรัง แถมยังมีเนื้อที่เหลือสำหรับช็อปปิ้งของฝากของใช้ได้อีกเยอะ หากจัดกระเป๋าครั้งต่อไปลองนำ 3 วิธีนี้ไปปรับใช้กัน เพียงเท่านี้ก็จะเหลือพื้นที่ในกระเป๋าให้ใช้ประโยชน์ได้อีกมาก

10 สิ่งห้ามลืมเมื่อไปเที่ยวต่างประเทศ

วางแผนจัดทริปไปต่างประเทศในวันหยุดยาวมาเป็นปี ๆ คงจะหมดสนุกแน่ ถ้าทริปท่องเที่ยวต้องมาล่มหรือเกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมา เพราะดันลืมหยิบสิ่งของจำเป็นมาด้วย ที่สำคัญจะหาซื้อใหม่ทั่วไปก็ไม่ได้ หรือซื้อได้ก็แพงเอามาก ๆ เราเลยชวนคุณมาเช็คลิสต์ 10 ของที่ห้ามลืมเมื่อไปต่างประเทศ เตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทางเพื่อที่จะได้ไม่พลาด และท่องเที่ยวได้อย่างสบายใจ

People holding passports

1. หนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ต

อย่างแรกที่ขาดไม่ได้คือ หนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ต ฉะนั้นลืมไม่ได้เด็ดขาด ที่สำคัญอย่าลืมเช็ควันหมดอายุก่อนออกเดินทาง

Pill box

2. ยาประจำตัว

สำหรับใครที่มีโรคประจำตัว ต้องใช้ยาอยู่ตลอด อย่าลืมพกติดตัวไปด้วย เพราะหากเกิดเหตุป่วยไข้ขึ้นมากะทันหันจะได้ใช้ได้ทันท่วงที

Stylish traveller woman

3. เอกสารการจองโรงแรม

เป็นเอกสารสำคัญในการยืนยันการเข้าพักในโรงแรม หลังจากที่ได้จองผ่านเว็บไซต์จากประเทศไทยมาแล้ว ถ้าลืมขึ้นมาอาจเกิดปัญหาไม่มีที่พักเลยก็ได้

credit card,ของที่ห้ามลืมเมื่อไปต่างประเทศ

4. เงินสดที่แลกแล้ว/บัตรเครดิต

เรื่องเงินถือเป็น ของที่ห้ามลืมเมื่อไปต่างประเทศ เพราะเป็นปัจจัยสำคัญในการยังชีพเลยก็ว่าได้ ควรเตรียมแลกเงินสดสกุลเงินของประเทศนั้น ๆ ไว้จำนวนหนึ่งสำหรับใช้จ่ายนอกเหนือจากบัตรเครดิต

charging cable,ของที่ห้ามลืมเมื่อไปต่างประเทศ

5. โทรศัพท์และอุปกรณ์สายชาร์จ

นับว่าเป็นสิ่งของสำคัญที่ห้ามลืม เพราะโทรศัพท์ของเราเพียงเครื่องเดียวมีทั้งแผนที่ แอปพลิเคชั่นแปลภาษา หรือแอปพลิเคชั่นสถานที่ท่องเที่ยว เป็นของจำเป็นในการเอาตัวรอดในต่างประเทศเหมือนกัน

electric socket plug adapters

6. ตัวแปลงไฟ หรือ adapter

ในบางประเทศมีการจ่ายพลังงานไฟฟ้าไม่เหมือนกับประเทศไทย จึงจำเป็นจะต้องมีตัวแปลงไฟเสียก่อน ไม่เช่นนั้นอาจจะไม่สามารถใช้ไฟฟ้าได้

free wifi

7. ซิมแบบโรมมิ่ง หรือ wifi แบบพกพา

เรียกได้ว่าเป็นสิ่งจำเป็นต่อการใช้บริการอินเทอร์เน็ตต่างแดนเพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสาร หาข้อมูล หรืออัพรูปสวย ๆ ลงโซเชียล

International Driver,ของที่ห้ามลืมเมื่อไปต่างประเทศ

8. ใบขับขี่สากล

บางทริปถ้าอยากประหยัดค่าเดินทางโดยการเช่ารถยนต์ขับท่องเที่ยว ก็ไม่ควรจะลืมใบขับขี่สากล ไม่อย่างนั้นอาจถูกปรับได้

Air Ticket Flight Booking,ของที่ห้ามลืมเมื่อไปต่างประเทศ

9. ตั๋วเครื่องบินขากลับ

เป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากที่จะใช้แสดงกับ ตม. เพื่อยืนยันถึงกำหนดการกลับของเราว่า ไม่ได้แอบลักลอบเข้ามาทำงานผิดกฎหมาย

Nourishing face cream,ของที่ห้ามลืมเมื่อไปต่างประเทศ

10. ผลิตภัณฑ์เฉพาะบุคคล

สำหรับใครที่มีของใช้เฉพาะส่วนตัว อย่างเช่น เป็นคนแพ้ง่ายจะต้องใช้ครีมหรือผลิตภัณฑ์ของตัวเองก็ไม่ควรลืมเป็นอันขาด

ทั้งหมดนี้เป็น ของที่ห้ามลืมเมื่อไปต่างประเทศ ทั้ง 10 อย่างที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนปิดกระเป๋าออกเดินทาง ดังนั้น ลองไปเช็คกระเป๋าของคุณก่อนเลยหากไม่อยากให้ทริปล่มหรือหมดสนุกไปก่อนที่จะได้เที่ยว

รู้ก่อนโหลด สายการบินไหนควรโหลด สายการบินไหนควร carry on

โหลดกระเป๋า,กระเป๋าเดินทาง

เมื่อจะต้องจัดกระเป๋าออกเดินทางทีไร เรื่องน้ำหนักกระเป๋าเดินทางถือเป็นข้อกังวลใจอันดับต้น ๆ ที่ต้องคำนึงถึง เพราะเราจะต้องวางแผนให้ดีว่าจะเอาอะไรไปบ้างเพื่อประหยัดพื้นที่ไม่ให้น้ำหนักเกิน แถมยังต้องเผื่อเนื้อที่สำหรับของฝาก ของที่ระลึก ตอนซื้อกลับมาอีก ไม่เช่นนั้นหากน้ำหนักเกินจะต้องเสียเงิน โหลดกระเป๋า โดยใช่เหตุ ดังนั้น ลองมาเปรียบเทียบราคาและรายละเอียดข้อกำหนดการโหลดกระเป๋าของแต่ละสายการบินในประเทศไทยก่อนบินกันดีกว่าว่าแต่ละแห่งแตกต่างกันอย่างไร

โหลดกระเป๋า,กระเป๋าเดินทาง

ตามข้อกำหนดมาตรฐานกระเป๋าสัมภาระที่ไม่ต้องลงทะเบียนโหลดใต้ท้องเครื่องในทุก ๆ สายการบิน ส่วนใหญ่มักกำหนดน้ำหนักไว้ที่ไม่เกิน 7 กิโลกรัม นอกเหนือจากนี้แล้วต้อง โหลดกระเป๋า ใต้ท้องเครื่องเท่านั้น โดยแต่ละสายการบินก็มีราคาที่แตกต่างกัน ดังนี้

1. Air Asia

ค่าโหลดกระเป๋า 15 – 40 กิโลกรัม เริ่มต้นที่ 430 – 1220 บาท

2. Nok Air

ค่าโหลดกระเป๋า 15 – 40 กิโลกรัม เริ่มต้นที่ 350 – 1,500 บาท

3. Vietjet Air

เริ่มต้นที่ 220 บาท กับน้ำหนัก 15 กิโลกรัม ไปถึงสูงสุด 40 กิโลกรัม ในราคา 950 บาท

4. Thai Lion Air

น้ำหนักกระเป๋า 15-40 กิโลกรัม ราคาเริ่มต้น 375 – 945 บาท แต่ไลอ้อนแอร์มีข้อกำหนดกระเป๋าสำหรับ carry on ต่างจากสายการบินอื่น คือ ขนาดไม่เกิน 30 ซม. (สูง) x 40 ซม. (กว้าง) x 20 ซม. (หนา) หนักไม่เกิน 7 กิโลกรัม ดังนั้น หากกระเป๋าใหญ่กว่านี้จะต้องโหลด จึงควรเช็คให้ดีเสียก่อน

5. Thai Airways

ฟรีน้ำหนักของการ โหลดกระเป๋า ที่สายการบินกำหนดไว้ตามประเภทชั้นบิน ได้แก่ ชั้นธุรกิจ 40 กิโลกรัม ชั้นประหยัด 30 กิโลกรัม นอกเหนือจากนี้ต้องจ่ายเพิ่มตามระยะทาง สำหรับใครที่เล็งแล้วว่าจะเดินทางด้วยสายการบินนี้จึงควรวางแผนเช็คให้แน่ใจว่าการเดินทางครั้งนั้นจะต้องแบกสัมภาระน้ำหนักเท่าไหร่

6. Thai Smile

เป็นสายการบินที่อนุญาตให้นำกระเป๋าโหลดลงใต้ท้องเครื่องฟรี โดยผู้โดยสารชั้นประหยัด Smile Class สามารถโหลดสัมภาระใต้เครื่องได้ไม่เกิน 20 กิโลกรัม ส่วนผู้โดยสารชั้นธุรกิจ Smile Plus ได้สูงสุด 30 กิโลกรัม

7. Bangkok Airways

ฟรีน้ำหนักกระเป๋า โดยชั้นประหยัด น้ำหนักไม่เกิน 20 กิโลกรัม ส่วนชั้นธุรกิจ น้ำหนักไม่เกิน 40 กิโลกรัม

โหลดกระเป๋า,กระเป๋าเดินทาง

สายการบิน 3 สายสุดท้ายนี้ ให้ โหลดกระเป๋า ฟรี เริ่มต้นที่คนละ 20 กิโลกรัม โดยไม่ต้องซื้อน้ำหนักเพิ่ม และหากมีน้ำหนักเกินต้องซื้อเพิ่มตามเรทที่ทางสายการบินกำหนดไว้ จึงเหมาะสำหรับคนที่มีสัมภาระค่อนข้างเยอะ ต่างจาก 4 สายการบินแรก (แอร์เอเชีย นกแอร์ เวียตเจ็ท ไลอ้อนแอร์) ที่เหมาะกับการ carry on มากกว่า ดังนั้น ควรวางแผนเลือกสายการบินก่อนออกเดินทางจะได้หมดกังวลเรื่องน้ำหนักกระเป๋าเกินเดินทางสบายใจในทุกทริป

ติดต่อเรา

AIRPORTELs Company Limited
29/217, PruksaVille 64,
Saimai Rd., Saimai Sub-district,
Saimai District, Bangkok, Thailand, 10110

AIRPORTELs Company Limited
29/217, PruksaVille 64,
Saimai Rd., Saimai Sub-district,
Saimai District, Bangkok, Thailand, 10110

Contact Form

ชื่อ
อีเมล
บริษัท
ข้อความ

พาไปชม 4 สถานที่โดดเด่นใจกลางสยาม เเลนด์มาร์คที่นักท่องเที่ยวห้ามพลาด

คงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก สยาม ย่านการค้าชื่อดัง และเป็นแหล่งคอมมูนิตี้มอล ที่ใคร ๆ ก็อยากมา เพราะที่นี่นอกจากจุดเช็คอินถ่ายรูปสวย ๆ แล้ว โซนนี้เรียกว่ามีความน่าสนใจมากมาย ทั้งร้านอาหารชื่อดัง คาเฟ่น่ารัก ๆ สำหรับหนุ่มสาวยุคใหม่ เดินทางมาง่ายใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีด้วยรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีสยาม ก็จะถึงแลนด์มาร์คที่ใหญ่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ได้ยินแบบนี้แล้ว เรามี 4 สถานที่โดดเด่น ที่คุณควรมาช้อปปิ้ง กิน ถ่ายรูป
และเดินเล่นใช้เวลาในวันว่าง

Siam Paragon Shopping mall,สยาม

สยาม พารากอน

เป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตกแต่งอย่างหรูหราและสวยงาม ไม่ใช่แค่สถานที่ช้อปปิ้งและเดินเล่นเท่านั้นแต่ที่นี่เรียกว่ามีแหล่งเรียนรู้และมีกิจกรรมต่าง ๆ สำหรับครอบครัวให้ลองมากมาย เริ่มต้นจาก KidZania เมืองที่เด็ก ๆ จะได้สนุกสนานไปกับอาชีพในฝัน ลองเล่นบทบาทสมมติต่าง ๆ ที่เสมือนจริง ตามมาด้วย Sea life สำหรับคนที่ชอบโลกใต้ทะเลด้านในเป็นส่วนแสดงสัตว์น้ำนานาพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นเพนกวิ้น เต่าทะเล ปลาดาว และสัตว์น้ำอื่น ๆ ที่หาชมได้ยาก

Siam Discovery, Bangkok,สยาม

สยาม ดิสคัฟเวอรี่

เป็นอีกหนึ่งห้างฯ ที่หากมา สยามแล้วต้องแวะเสียหน่อย เพราะหลังจากผ่านการปรับปรุงมาแล้วเมื่อปี 2559 ที่นี่ก็มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น โดยมีพื้นที่การจัดแสดงงานต่าง ๆ ให้ได้เดินชมอยู่บ่อย ๆ

Siam Center,สยาม

สยาม เซ็นเตอร์

อีกหนึ่งจุดเช็คอินของ สยามเป็นอีกหนึ่งห้างฯ ขนาดใหญ่ที่มีทางเชื่อมไปสยามดิสคัฟเวอรี่และสยามพารากอน ด้านในจะมีสินค้าแฟชั่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ทั้งแบรนด์ไทยและต่างประเทศ และที่น่าสนใจสำหรับวัยรุ่นคือ มีร้านอาหารดังหลายร้าน ไม่ว่าจะเป็นอาหารญี่ปุ่น คาเฟ่ ร้านอาหารทั่วไป เป็นอีกสถานที่ให้เพื่อน ๆ ได้ออกมาพบปะพูดคุยในร้านเหล่านี้

Siam square area,สยาม

สยาม สแควร์วัน

เป็นอีกหนึ่งจุดนัดพบของวัยรุ่น ที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของสยาม มีไฮไลท์ของศูนย์รวมแฟชั่นสมัยใหม่ ศิลปะ และวัฒนธรรมร่วมสมัยจะเห็นการตกแต่งที่แตกต่างจากห้างฯ ทั่วไปโดยมีการแบ่งร้านค้าออกเป็นพื้นที่สี่เหลี่ยมเล็ก ๆ มีทั้งร้านนั่งชิวคาเฟ่ขนมหวาน ร้านกาแฟ ร้านอาหารชื่อดัง ยังรวมไปถึงร้านเสื้อผ้าแฟชั่น ซึ่งราคาไม่แพงมาก

สำหรับการมาเช็คอินที่สยาม เรียกว่า 1 อาจจะไม่พอ เพราะในบริเวณเดียวกันยังมีร้านค้าต่าง ๆ ที่ถูกแบ่งออกเป็นซอยเล็ก ๆ แต่ละซอยจะมีร้านอาหารที่เหมาะสำหรับนั่งสังสรรค์ทั้งกลุ่มวัยทำงานและวัยรุ่น ทั้งนี้โซนด้านหลังยังมีลานกิจกรรมที่มีการจัดแสดงอยู่เป็นประจำ จึงไม่แปลกเลยที่ใคร ๆ ก็ยกให้ย่านสยาม เป็นแลนด์มาร์คที่สำคัญของกรุงเทพฯ

บริการของแอร์พอเทลล์

บริการรับและส่งกระเป๋าและสัมภาระ

แอร์พอเทลล์ให้บริการฝากกระเป๋าเริ่มต้นที่ 100 บาท/ชิ้น/วัน เพื่อให้คุณทำธุระหรือท่องเที่ยวได้อย่างอิสระ เรามีห้องเก็บกระเป๋าและระบบกล้องวงจรปิดตลอด 24 ชั่วโมง และให้บริการส่งกระเป๋า ราคาเริ่มต้นที่ 199 บาท/ชิ้น ปลายทางทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด มีพื้นที่ให้บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศไทย

จุดเด่น

  • เป็นวิธีจัดการเวลาที่ดี สามารถทำให้คุณวางแผนธุรกิจและการท่องเที่ยวของคุณให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  • มีบริการรับฝากระยะยาว ทั้งรายสัปดาห์ และรายเดือน
  • ใช้งานง่าย ผ่านการจองออนไลน์ และรูปแบบอื่นๆ
  • ยืนยัน 100% ว่ากระเป๋าเดินทางของคุณจะถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย
  • ประกันความเสียหายสูงสุดจำนวน 100,000 บาท
  • สามารถตรวจสอบสถานะหรือสอบถาม ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่าน Facebook, Line, หรือ WeChat พร้อมกับการแจ้งเตือนอัพเดทสถานะผ่าน E-mail
  • บริการขนส่งกระเป๋า ระหว่างสนามบิน ห้างสรรพสินค้า และโรงแรม คอนโดมิเนียม หรือเกสต์เฮาส์ในกรุงเทพมหานคร พัทยา และบริเวณภูเก็ต

สาขาของแอร์พอเทลล์ที่สนามบิน

สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้นบี,โซนแอร์พอร์ตลิงก์ เปิดตลอด 24 ชั่วโมง

สนามบินดอนเมือง อาคารผู้โดยสารหลังที่ 2, ชั้น 1, ประตู 9 เปิดตลอด 24 ชั่วโมง

สาขาของแอร์พอเทลล์ที่ห้างสรรพสินค้า

MBK Center ชั้น 6, โซนบี (ติดกับร้าน S&P ทางออกลานจอดรถ)

Terminal 21 Asok ชั้น 1, โซนโตเกียว (ทางออกลานจอดรถ)

Central World ชั้น 1, โซนกรูฟ (ตรงข้ามธนาคารกรุงเทพ)

เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า ชั้นจี, ตรงข้าม Tourist Lounge

Terminal 21 Pattaya ชั้น 2, โซนโตเกียว

เซ็นทรัล ป่าตอง ภูเก็ต ชั้น 1, โซนบริการ

โปรโมชั่นพิเศษ

บริการส่งกระเป๋าภายในกรุงเทพฯ, พัทยา และภูเก็ต เริ่มต้นที่ 199 บาท/ชิ้น บริการส่งกระเป๋าระหว่างจังหวัด เริ่มต้นที่ 299 บาท/ชิ้น

ติดต่อเรา

หมายเลขโทรศัพท์ : +66 6321-666-99

Website: Luggage Delivery Bangkok

E-mail: [email protected]

Line: @AIRPORTELs

WeChat: AIRPORTELs

Kakao Talk: AIRPORTELs

Facebook: www.facebook.com/airportels

ให้การเดินทางของคุณง่ายขึ้นได้ที่นี่! airportels.asia