ข้อดี – ข้อเสียของการ ฝากกระเป๋าในล็อกเกอร์

ฝากกระเป๋าในล็อกเกอร์

การเดินทางต่างประเทศหรือในประเทศในยุคนี้สามารถเดินทางได้ง่าย ๆ ทั้งรถไฟ รถทัวร์ เครื่องบิน นอกจากมีหลายเส้นทางแล้ว ยังมีช่วงเวลาให้เลือกมากขึ้น บางครั้งเราเลือกเที่ยวบินช่วงกลางคืนถึงช่วงเช้าแล้วจะเดินเที่ยวต่อเลย แต่ติดตรงกระเป๋าใบใหญ่ที่เราถือมาด้วย ถ้าถือไปเที่ยวคงจะเกะกะทำให้หมดสนุกได้ วันนี้เราจึงมาแนะนำการ “ฝากกระเป๋าในล็อกเกอร์”เพื่อช่วยให้คุณเดินเที่ยวอย่างสบายใจ ไม่ต้องถือสัมภาระเยอะ ๆ ไปด้วย

ใครเหมาะกับการฝากกระเป๋าไว้ในล็อกเกอร์บ้าง

1. สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่สามารถถือสัมภาระไประหว่างท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง​ ๆ

2. สำหรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่งเดินทางมาถึงแล้วจะเที่ยวต่อเลยหรือยังไม่สามารถเช็คอินเข้าที่พักได้เลย

3. สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะไปเที่ยวต่างเมือง แต่ไม่ได้ค้างคืนที่เมืองนั้น โดยจะกลับมาพักที่เมืองเดิม

4. สำหรับนักท่องเที่ยวที่รอเวลาขึ้นเครื่องในตอนเย็น ซึ่งช่วงเช้าจะเที่ยวในบริเวณนั้น

5. สำหรับคนที่มีสัมภาระมาก และจะไปเดินเที่ยวในสถานที่ที่มีคนเยอะ หรือนักช้อป ที่ไม่ต้องการขนสัมภาระติดตัวระหว่างช้อปปิ้ง

ฝากกระเป๋าในล็อกเกอร์

ข้อดีของการ ฝากกระเป๋าในล็อกเกอร์

1. ปลอดภัยต่อทรัพย์สิน

2. วิธีใช้งานง่าย ผ่านระบบอัตโนมัติ สะดวก มีหลายจุด

3. ไม่ต้องถือสัมภาระไปเที่ยวด้วย

ข้อเสียของการ ฝากกระเป๋าในล็อกเกอร์

1. ต้องกลับมาที่เดิมเพื่อรับกระเป๋าคืน

2. มีค่าใช้จ่ายในการฝาก

3. บางสถานที่ไม่ได้มีตู้ล็อกเกอร์ทุกไซส์ อาจจะต้องใช้หลายตู้ในการฝากกระเป๋า

การฝากกระเป๋าไว้ในล็อกเกอร์ มีที่ไหนบ้าง

ปกติเราสามารถเจอตู้ล็อกเกอร์ได้ในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก ทั้งญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ไต้หวัน สิงคโปร์ ประเทศในยุโรป รวมทั้งประเทศไทยด้วย

ส่วนใหญ่ตู้ล็อกเกอร์ฝากกระเป๋าจะพบได้มากใน

1. สนามบิน เช่น​ ท่าอากาศยานนานาชาติจอห์น เอฟ. เคนเนดี สหรัฐอเมริกา ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ประเทศไทย สนามบินนานาชาติเถาหยวน ประเทศไต้หวัน

2. สถานีรถไฟ เช่นสถานีรถไฟอูเอโนะ, สถานีรถไฟชิบูย่า, สถานีรถไฟโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

3. รถไฟฟ้า เช่น MRT, BTS ประเทศไทย

4. แหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยม เช่น ชินจูกุ โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ตลาดนัดสวนจตุจักร เซ็นทรัลพระราม 9 ประเทศไทย

ฝากกระเป๋าในล็อกเกอร์

ขนาดและราคาของการฝากกระเป๋าไว้ในล็อกเกอร์

ส่วนใหญ่จะมี 3 ขนาด คือขนาดเล็ก (S) ขนาดกลาง (M) และขนาดใหญ่ (L) หรือบางที่มีแบบขนาดใหญ่มาก​ (XL) ด้วย ซึ่งราคาก็จะขึ้นกับขนาดช่องที่เลือกและระยะเวลาในการฝาก โดยมีทั้งแบบฝากเป็นรายชั่วโมงหรือรายวัน แต่ไม่สามารถฝากกระเป๋าไว้ในล็อกเกอร์เกินจำนวนวันตามกำหนดของแต่ละบริษัทได้

เมื่อทราบข้อดี-ข้อเสียของการฝากกระเป๋าไว้ในล็อกเกอร์กันแล้ว ถ้าใครอยากไปเที่ยวอย่างสบายใจ ไร้กังวลเรื่องสัมภาระ อย่าลืมใช้บริการฝากกระเป๋าในล็อกเกอร์เพื่อท่องเที่ยวได้อย่างสะดวก

สายเที่ยวห้ามพลาด! ห่อกระเป๋า ได้ที่ไหนบ้าง

ห่อกระเป๋า,ห่อกระเป๋าเดินทาง

การท่องเที่ยวไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจในยามว่าง แต่การเดินทางออกไปยังที่ต่าง ๆ ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ แถมยังได้อะไรมากกว่าที่คิด จึงมีผู้คนไม่น้อยที่รักการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ หากคุณก็เป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบการออกไปเจอสิ่งใหม่ ๆ เราขอแนะนำการ ห่อกระเป๋า เดินทางเพื่อช่วยปกป้องกระเป๋าของคุณจากความเสียหายได้

การห่อหุ้มกระเป๋าเดินทาง หรือเรียกสั้น ๆ ว่าการแรป (wrap) คุณสามารถทำเองได้ที่บ้านโดยการซื้อพลาสติกใสที่มีเนื้อเหนียวมาห่อพันให้ทั่วกระเป๋าเดินทางของคุณแล้วติดเทปาวให้แน่นหนาไม่ให้มีส่วนที่หลุดออกมาได้ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าเดินทางใบใหญ่หรือกระเป๋าผ้าก็สามารถห่อได้เช่นกัน แต่สำหรับคนที่ไม่สะดวกทำเอง ที่สนามบินจะมีจุดรับห่ออยู่ตามจุดต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับแต่ละสนามบิน อย่างสนามบินสุวรรณภูมิจะมีที่ประตูทางเข้าก่อนเช็คอิน และฝั่งขาออกชั้น 4 ซึ่งจะคิดราคา 150 บาททุกใบ

สำหรับสถานที่ที่มีบริการรับ ห่อกระเป๋าเดินทาง จะมีตามสนามบินนานาชาติทุกสนามบิน เช่น สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง สนามบินเชียงใหม่ สนามบินหาดใหญ่ สนามบินเชียงราย สนามบินภูเก็ต เป็นต้น ซึ่งในการห่อนั้นใช้เวลาไม่นานแถมยังสะดวกมาก ๆ เพราะเค้าจะมีเครื่องเป็นเหมือนแท่นวางกระเป๋าที่หมุนได้เพื่อให้กระเป๋าหมุนไปรอบ ๆ จะได้พันพลาสติกได้ง่าย และรวดเร็วนั่นเอง

แน่นอนว่าบริการแรปกระเป๋านี้ในสนามบินต่างประเทศก็มีให้บริการเช่นกัน แต่ราคาจะแตกต่างกัน บางแห่งจะคิดราคาตามขนาดของกระเป๋าก่อนใช้บริการคุณควรเช็กให้แน่ใจเสียก่อน เพราะยิ่งกระเป๋าใบใหญ่คุณก็จะต้องจ่ายแพงขึ้น หากต้องการใช้บริการคุณสามารถมองหาจุดที่เขียนว่า Luggage Wrapping Service ได้เลย

ห่อกระเป๋า,ห่อกระเป๋าเดินทาง

ประโยชน์ของการ ห่อกระเป๋าเดินทาง ก็เพื่อป้องกันกระเป๋าเดินทางเป็นรอยขีดข่วนจากการขนย้าย ช่วยให้กระเป๋าแน่นหนามากขึ้น ลดโอกาสการถูกเปิดกระเป๋าได้ แต่ไม่ใช่ว่าป้องกันได้ 100% เพราะถึงแม้ว่าจะพันกระเป๋าแน่นหนาแค่ไหนก็สามารถถูกกรีดได้เช่นเดียวกัน แต่การห่อกระเป๋าเดินทางให้มิดชิดก็จะช่วยได้ในระดับหนึ่งนั่นเอง ทั้งนี้พลาสติกที่ใช้ห่อยังช่วยกันน้ำได้เป็นอย่างดี หากคุณมีแพลนเดินทางท่องเที่ยวในฤดูฝนก็ไม่ต้องกังวลว่ากระเป๋าจะเปียก หรือมีน้ำซึมเข้าขณะการขนย้าย

ห่อกระเป๋า,ห่อกระเป๋าเดินทาง

สายเที่ยวที่ยังไม่เคยใช้บริการห่อกระเป๋าการเดินทางคราวหน้าก็ลองมองหาจุดรับห่อได้เลย ไม่ต้องกลัวว่าจะหาไม่เจอ เพราะในสนามบินจะมีหลายจุดมาก ๆ ที่มีบริการรับ ห่อกระเป๋าเดินทางนับเป็นอีกหนึ่งบริการที่จะช่วยเซฟกระเป๋าของสายเที่ยวได้อีกทางหนึ่ง คราวนี้คุณก็เที่ยวได้แบบสบายใจไม่ต้องกังวลกระเป๋าจะเป็นเสียหาย

ข้อดี – ข้อเสียของการ ห่อกระเป๋าเดินทาง

หากคุณกำลังมีแพลนจะเดินทางด้วยเครื่องบินในเร็ว ๆ นี้ หรือเป็นผู้ที่เดินทางโดยเครื่องบินอยู่บ่อยครั้ง​ แต่ยังไม่เคยใช้บริการ ห่อกระเป๋าเดินทาง วันนี้เราจะมาแนะนำทั้งข้อดีและข้อเสียของการห่อกระเป๋าเดินทางเพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจในการเดินทางครั้งหน้ากันเลย

ห่อกระเป๋าเดินทาง

การห่อกระเป๋าเดินทางหรือ wrap ส่วนมากจะใช้พลาสติกที่มีลักษณะคล้ายกับพลาสติกห่ออาหารมาพันรอบกระเป๋าเดินทางให้แน่นหนา หรือใช้เป็นวัสดุอื่น ๆ ที่พันด้วยเทปกาวอย่างแน่นหนาก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน หากคุณไม่สะดวกที่จะห่อกระเป๋าด้วยตัวเอง ทางสนามบินก็จะมีจุดห่อกระเป๋าไว้บริการ ค่าใช้จ่ายโดยมากจะคิดตามขนาดของกระเป๋า ข้อดีของการห่อกระเป๋าก่อนโหลดขึ้นเครื่องที่เห็นได้ชัดเจน และคงเดากันได้ไม่ยากเลยนั่นก็คือเพื่อป้องกันรอยขีดข่วนหรือป้องกันความเสียหายต่าง ๆ นั่นเอง หากกระเป๋าเดินทางของคุณเป็นวัสดุไฟเบอร์ก็ควรอย่างยิ่งที่จะต้อง ห่อกระเป๋าเดินทาง เพราะวัสดุชนิดนี้จะค่อนข้างเกิดรอยขีดข่วนได้ง่าย ในการเคลื่อนย้ายจึงมีโอกาสสูงที่จะเกิดรอยขีดข่วน การห่อจะช่วยถนอมกระเป๋าให้คงความสวยงามไว้ได้

ห่อกระเป๋าเดินทาง

ข้อดีข้อต่อมานั่นก็คือการช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับกระเป๋าเดินทางของคุณ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าผ้า กระเป๋าเนื้อบาง กระเป๋าเดินทางที่ชำรุดล็อกกระเป๋าไม่ได้​เป็นต้น การ ห่อกระเป๋าเดินทาง จะทำให้คุณไม่ต้องกังวลว่าของด้านในจะเสียหาย ไม่ต้องคอยลุ้นว่ากระเป๋าจะเปิดจนของเล็ดลอดออกมาจากกระเป๋าได้หรือไม่

ห่อกระเป๋าเดินทาง

และข้อดีที่สำคัญอีกประการก็คือเพื่อป้องกันการถูกขโมยทรัพย์สิน หากเราห่อกระเป๋าเดินทางอย่างมิดชิด​ ก็จะช่วยลดโอกาสการถูกเปิดกระเป๋าเพื่อขโมยของ หรือการนำของผิดกฎหมายมาใส่ในกระเป๋าของเราได้ กระเป๋าที่เป็นซิปจะถูกเปิดได้ง่ายการห่อกระเป๋าจะช่วยให้กระเป๋ามิดชิด ไม่ตกเป็นเป้าของมิจฉาชีพ

นอกจากข้อดีที่ได้กล่าวไป​ มาต่อกันที่ข้อเสียของการห่อกระเป๋า แน่นอนว่าเมื่อเราห่อกระเป๋าก็จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม หากคุณประเมินแล้วว่ากระเป๋าและทรัพย์สินข้างในไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง การห่อก็ไม่ได้จำเป็นมากนัก​ ก็ไม่ต้องห่อก็ได้

ข้อเสียอีกข้อหนึ่งก็คือ​ เมื่อคุณห่อกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว เกิดอยากเปิดกระเป๋า หรือโดนขอตรวจกระเป๋า​ คราวนี้ก็จะเป็นงานใหญ่ที่เราจะต้องเอาส่วนที่ห่อออกก่อนนั่นเอง​ และหากคุณเลือกที่จะห่อกระเป๋าเอง เพราะไม่อยากจ่ายเงินค่าห่อกระเป๋าที่สนามบิน การห่อกระเป๋าจะเป็นการเพิ่มขั้นตอนในการเตรียมกระเป๋าอีกอย่างหนึ่ง

การห่อกระเป๋าเดินทางก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน​ ขึ้นอยู่กับความจำเป็นของคุณ หากพิจารณาว่าการ ห่อกระเป๋าเดินทาง จะเป็นผลดีกับกระเป๋ามากกว่า แม้จะเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม​ แต่กระเป๋าไม่เกิดความเสียหาย​ ก็คุ้มค่ากับเงินที่ต้องจ่ายไป

หัวหิน เมืองที่ใครไปก็ต้องติดใจ

หัวหิน

หากลองนึกถึงเมืองท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพ เดินทางสะดวก ทะเลสวย ที่พักดี อาหารอร่อย พร้อมด้วยแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ อีกมากมาย “หัวหิน” คือคำตอบที่ทุก ๆ คนต้องบอกเป็นเสียงเดียวกันอย่างแน่นอน ด้วยเป็นเมืองติดชายทะเลอันมีความสวยงามจึงทำให้เมืองแห่งนี้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางในทุกช่วงเวลาแบบไม่ขาดสาย แถมพอไปแล้วก็อยากกลับไปอีกไม่รู้จบ

ที่ตั้งพร้อมวิธีเดินทาง

ตั้งอยู่ที่ อ. หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เดินทางง่ายสามารถใช้ได้ทั้งรถยนต์ส่วนตัวและรถประจำทาง มาจาก ถ.พระราม 2 จนถึงแยกวังมะนาวเลี้ยวซ้ายเข้า ถ.เพชรเกษมจนถึงแยกหุบกะพงจะเลี้ยวผ่าน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรีหรือตรงต่อเพื่อเข้าตามซอยต่าง ๆ ก็ได้เช่นกัน ส่วนใครอยากชิลก็นั่งรถไฟมาลงสถานีหัวหินได้เลย

หัวหิน

สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ

1. ชายหาด หัวหิน

มาถึงทะเลก็ต้องเดินชายหาด เล่นน้ำทะเลกันหน่อย ที่นี่เป็นชายหาดแบบเงียบสงบ ผู้คนไม่พลุกพล่านมากนัก จึงเหมาะกับการมาทำกิจกรรมเป็นครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือจะมาชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น – ตกสวย ๆ แบบคู่รักก็ได้เช่นกัน

2. วัดห้วยมงคล

สถานที่ประดิษฐานหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่สุดในโลก นักท่องเที่ยวนิยมมากราบไว้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิต

3. สวนน้ำวานานาวา

พื้นที่กว่า 20 ไร่ พร้อมเครื่องเล่นอันสุดสนุก หวาดเสียว จึงทำให้สวนน้ำแห่งนี้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำหรับคนที่ชื่นชอบความตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง พร้อมด้วยร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึกอีกมากมาย

4. ตลาดนัดโต้รุ่ง

แหล่งช้อปปิ้งของกิน ของใช้ยามค่ำคืนที่นักท่องเที่ยวสามารถเลือกสรรได้อย่างจุใจ มีร้านอาหารอร่อย ๆ มากมายให้ได้ลิ้มลอง พร้อมเดินชิล ๆ ในอากาศสบาย ๆ ตอนดึก

5. ตลาดแทมมารีนและตลาดชิคาด้า

ตลาดนัดขายของที่เต็มไปด้วยงานแฮนด์เมด ของกิน ของใช้อื่น ๆ มากมาย ตั้งอยู่ติด ๆ กัน สามารถเดินเที่ยวเล่นทั้ง 2 ตลาดได้เลย

หัวหิน

ที่พักสุดแนวแบบไม่ซ้ำใคร

1. The Verona Riviera Hua Hin

ที่พักสไตล์อิตาลีที่ได้แรงบันดาลใจจากเมืองเวโรน่า เน้นการตกแต่งแบบโทนสีขาวตัดฟ้า ที่จะทำให้คุณได้พักผ่อนในวันหยุดสุดพิเศษแบบไม่เหมือนใคร

2. Marrakesh Hua Hin Resort & Spa

กับบรรยากาศแบบโมร็อกโกเน้นสีสันอันหลากหลายจากกระเบื้องโมเสส แถมตั้งอยู่ใจกลางเมือง ติดถนนใหญ่ หาเจอไม่ยาก

3. เฌอ รีสอร์ท

ที่พักที่เน้นลวดลายของต้นไม้พร้อมสร้างบรรยากาศอันเชียวชอุ่มทำให้รู้สึกแปลกตาไม่เหมือนใคร ตัวที่พักจะคลุมโทน 3 สี คือ ดำ ขาว เทา สร้างความพิเศษได้อย่างลงตัว

ร้านอาหารห้ามพลาด

1. บ้านอิสระ

ร้านติดทะเลที่อัดแน่นด้วยของทะเลสด ๆ ชนิดว่าเลือกเมนูที่ต้องการได้เลย โดดเด่นด้วยเมนูสไตล์ไทยและฟิวชั่นจากยุโรป เช่น ปลาทูย่างน้ำปลาดิบ, หอยตลับผัดซอสโหระพา อิ่มอร่อยแน่นอน

2. ครัวกรรณิการ์

เน้นการตกแต่งด้วยต้นไม้ร่มรื่น ร้านแบบเปิดโล่ง เย็นสบาย พร้อมด้วยเมนูเด็ดอย่าง ไก่ทอดโกศล ที่ใช้สูตรหมักแบบพิเศษ และเมนูอื่น ๆ อีกมากมาย

3. ครัวลุงจ่า

ร้านในตลาดโต้รุ่งที่ผู้คนต่อคิวกันแน่นขนัด เมนูเด็ดที่นี่คือ ล็อบสเตอร์ที่สามารถสั่งให้ทำได้หลากหลายตามความชอบ พร้อมด้วยเมนูซีฟู๊ดอื่น ๆ อีกเพียบ

ของฝากจาก หัวหิน

ปิดท้ายด้วยของฝากที่น่าสนใจ มีหลายอย่างโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์สุด ๆ เช่น ขนมไทย, ตะโก้เสวย, อาหารทะเลแปรรูป, สับปะรดสด, สับปะรดแปรรูปและอื่น ๆ อีกมากมาย

ใครที่กำลังวางแผนเดินทางเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ อย่าลืมปักหมุดที่หัวหิวเพราะที่นี่เป็นเมืองที่ใครไปก็ต้องติดใจเพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย มีของฝากขึ้นชื่อให้เลือกซื้อมากมายอีกด้วย

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ มวยไทย ดังไกลระดับโลก

มวยไทย

ศิลปะการป้องกันตัวประจำชาติไทยที่น่าภาคภูมิใจคือ มวยไทย อันเป็นเอกลักษณ์ที่ได้รับการยกย่องระดับโลกว่าอันตรายและเป็นศิลปะป้องกันตัวที่ได้กลายมาเป็นกีฬาระดับโลก ด้วยความสำคัญเหล่านี้จึงอยากพาคนไทยทุกคนมารู้จักกับเรื่องราวดี ๆ เกี่ยวกับมวยไทย เอกลักษณ์ที่บรรพบุรุษไทยได้สร้างมาเนิ่นนาน

ต้นกำเนิดตั้งแต่ครั้งอดีต

สำหรับต้นกำเนิดที่แท้จริงของกีฬาหรือศิลปะป้องกันตัวชนิดนี้ไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจน เพียงแค่รู้ว่าคนไทยใช้ศิลปะในการป้องกันตัวเพื่อต่อสู้มาอย่างยาวนาน โดยแต่ละพื้นที่ก็จะมีทักษะรวมถึงรูปแบบในการต่อสู้ต่างกันออกไป เช่น มวยไชยาของภาคใต้, มวยโคราชของภาคอีสาน, มวยพระนครของภาคกลาง, มวยท่าเสาของภาคเหนือ เป็นต้น แต่เท่าที่มีการค้นพบประวัติเชื่อว่าน่าจะเริ่มต้นจากบรรดาทหารที่ฝึกฝนเพื่อให้เกิดความแข็งแกร่ง มีทักษะในการต่อสู้ ประกอบกับในยุคโบราณยังไม่มีมีดหรือปืนเป็นอาวุธ กระทั่งเมื่อศิลปะดังกล่าวได้มีการเผยแพร่สู่ชาวบ้านมากขึ้นจึงทำให้คนไทยคุ้นชินและมีทักษะของ มวยไทย สืบเรื่อยมา

มวยไทย

ท่าต่าง ๆ ที่น่าสนใจ

ท่าต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมีอยู่ด้วยกันมากมายตามแต่ความคิดและศิลปะการป้องกันตัวในแต่ละกลุ่มคน โดยจะขอยกท่าทางที่โด่งดังพร้อมเป็นที่รู้จักมาฝากกัน

  • มอญยันหลัก เป็นการยกเท้าเพื่อยันไปยังฝ่ายตรงข้ามไม่ให้เข้ามาทำร้ายได้ในระยะใกล้ แล้วใช้หมัดอีกข้างต่อยเข้าไปบริเวณใบหน้า
  • จระเข้ฟาดหาง ให้หมุนตัวกลับหลังแล้วย่อตัวเล็กน้อย เหวี่ยงขาข้างที่ถนัดเข้าไปบริเวณลำคอของคู่ต่อสู้อีกฝ่าย
  • หนุมานถวายแหวน เมื่ออีกฝ่ายชกหมัดตรงมาแล้วหลบได้ให้ใช้หมัดของตนเองต่อยเข้าไปบริเวณปลายคาง
  • บาทาลูบพักตร์ คู่ต่อสู้ชกหมัดตรงมาให้ใช้แขนบริเวณท่อนล่างปัดหนีจากนั้นก็ใช้เท้ายันเข้าไปบริเวณใบหน้า

มวไทยเป็นกีฬาระดับโลก

ด้วยความแพร่หลายที่มากขึ้นประกอบกับการแข่งขันกีฬาในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่าง ซีเกมส์ ทำให้มวยไทยค่อย ๆ ได้รับการสนับสนุนเพื่อให้ถูกบรรจุเข้าสู่กีฬาแห่งความเป็นสากลระดับโลกมากขึ้น โดยทางไอโอซีหรือคณะกรรมการโอลิมปิกสากลได้ยอมรับให้กีฬา มวยไทย สามารถเปิดสู่ระดับโลกและมีรายการแข่งขันชิงแชมป์ต่าง ๆ มากมาย

มวยไทย

เสน่ห์ที่ทำให้ชาวต่างชาติหลงใหล

ต้องยอมรับว่า มวยไทย ของชาติเรามีเสน่ห์ที่ทำให้ชาวต่างชาติหลงใหล ชื่นชอบในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นท่าทางที่สวยงาม, การป้องกันตัวที่ใช้ได้จริง, ฝีกเอาไว้สำหรับการต่อสู้ยามเกิดเหตุไม่คาดฝันและยังเป็นกีฬาที่มีความท้าทายต่อการฝึกมากทีเดียว 

เหล่านี้คือเรื่องของมวยไทย ศิลปะการป้องกันช่วยของคนไทยที่สืบทอดมายาวนานและยังเป็นที่รู้จักในปัจจุบัน ซึ่งหากสนใจจเรียนรู้เจาะลึกเกี่ยวกับศิลปะป้องกันตัวแขนงนี้ ปัจจุบันทุกคนสามารถเข้าคอร์สเรียนเกี่ยวกับศิลปะป้องกันตัวชนิดนี้ได้จากสถาบันสอนมวยไทยที่เปิดให้บริการหลายแห่ง เพราะนับว่าเป็นศิลปะป้องกันตัวที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เล่นได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ทั้งยังเป็นกีฬาที่อยู่ในเทรนด์รักสุขภาพอีกด้วย

รู้สักนิด! เบอร์สำคัญที่จำเป็นสำหรับนักท่องเที่ยว

เบอร์โทรฉุกเฉิน

การออกไปท่องเที่ยวถือเป็นประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่จะได้เรียนรู้ด้วยตนเอง แต่ก็อย่างที่เห็นกันในหลาย ๆ จุดมักมีอันตรายซ่อนอยู่เสมอ ดังนั้นใครที่คิดจะเดินทางไม่ว่าในหรือต่างประเทศก็ควรจะต้องรู้เบอร์สำคัญรวมถึงสถานที่ที่จะช่วยเหลือเวลาเกิดปัญหาเพื่อให้รอดพันจากอันตราย ลองมาดูกันว่า เบอร์โทรฉุกเฉิน ที่ควรรู้เอาไว้ในการเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ มีเบอร์อะไรบ้าง

เบอร์โทรฉุกเฉินในประเทศไทย

1. 1155 ตำรวจท่องเที่ยว

กรณีเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ในประเทศไทยแล้วเกิดปัญหาไม่ว่าเรื่องใดก็ตามสามารถประสานงานกับตำรวจท่องเที่ยวที่เบอร์นี้เพื่อติดต่อขอความช่วยเหลือเอาไว้ได้เลย ทุกจุดจะมีตำรวจท่องเที่ยวให้บริการนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว

2. 191 เหตุด่วนเหตุร้าย

เบอร์พื้นฐานที่คนไทยคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี กรณีมีเหตุด่วนเหตุร้ายต่าง ๆ เช่น โดนจี้ปล้น ชิงทรัพย์, โดนทำร้ายร่างกาย ฯลฯ สามารถติดต่อเพื่อประสานงานให้เจ้าหน้าที่เข้าไปให้ความช่วยเหลือได้ทันทีหรือเจ้าหน้าที่อาจมีการประสานงานให้หน่วยที่อยู่ใกล้เคียงเข้าไปดูแล

เบอร์โทรฉุกเฉิน

3. 199 ดับเพลิงและกู้ภัย

กรณีที่เดินทางท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ และปริมณฑล หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น ไฟไหม้, เจอสัตว์มีพิษในที่พัก สามารถติดต่อ เบอร์โทรฉุกเฉิน เบอร์นี้ได้เลย แต่สำหรับคนเดินทางไปต่างจังหวัดแล้วคิดเบอร์อะไรไม่ออกก็ยังติดต่อได้ เจ้าหน้าที่จะประสานงานกับหน่วยงานใกล้เคียงให้เข้าไปช่วยเหลือดูแล

4. 1669 เจ็บป่วยฉุกเฉิน

หากนักท่องเที่ยวเดินทางไปยังจุดที่ตนเองไม่รู้จัก ไม่คุ้นเคย แล้วมีการเจ็บป่วยเกิดขึ้นชนิดกะทันหัน ไม่รู้จักโรงพยาบาลใกล้เคียง ไม่รู้วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นจากอาการดังกล่าว สามารถติดต่อไปยังเบอร์นี้เพื่อขอความช่วยเหลือได้ทันที

5. 1554 หน่วยกู้ชีพวชิรพยาบาล

หากเกิดปัญหาเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุชนิดตั้งตัวไม่ทัน ต้องการความช่วยเหลือแบบเร่งด่วนที่สุด หน่วยกู้ชีพวชิรพยาบาลจะทำให้หน้าที่ตรงนี้ให้คุณได้เป็นอย่างดี แค่ติดต่อเข้าไปแล้วแจ้งรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น

6. 1192 แจ้งรถหาย โดนขโมย

หากไปในจุดที่มีความสุ่มเสี่ยงกับการโดนโจรกรรมรถยนต์แล้วปรากฏว่ารถหาย ให้ติดต่อไปยัง เบอร์โทรฉุกเฉิน พร้อมอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่จะช่วยประสานงานติดตามหารถของคุณอย่างรวดเร็วที่สุด

สถานที่ติดต่อในประเทศไทย

สำหรับสถานที่ติดต่อกรณีเกิดเหตุร้ายขึ้นแนะนำว่าให้ติดต่อยังสถานีตำรวจจุดต่าง ๆ หน่วยดูแลความปลอดภัยในบริเวณนั้น ๆ รวมถึงจุดสถานตำรวจทางหลวงเพื่อให้เข้ามาดูแลพร้อมแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

เบอร์โทรฉุกเฉิน

กรณีอยู่ต่างประเทศ

สำหรับคนที่เดินทางไปต่างประเทศแล้วเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นแนะนำว่าให้ลองค้นหา เบอร์โทรฉุกเฉิน ของประเทศนั้น ๆ ดู แต่ถ้าคุณพูดคุยไม่รู้เรื่องให้ไปยังสถานีตำรวจ, จุดตรวจนักท่องเที่ยวหรือถ้ารุนแรงจริง ๆ แนะนำว่าให้มองหาสถานทูตไทยเอาไว้ก่อนเลย

สายเดินทางต้องอ่าน! วิธีดูแลรักษากระเป๋าระหว่างเดินทางไม่ให้พัง

วิธีดูแลกระเป๋าเดินทาง

ใครที่เดินทางบ่อย ๆ ชีพจรลงเท้าประจำ การมีกระเป๋าเดินทางคู่ใจสักใบนับว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ เพราะมันจะช่วยแบ่งเบาสัมภาระต่าง ๆ ของคุณในการเดินทางได้ดีทีเดียว แต่ก็อย่างที่เห็นกันในทุกทริปการเดินทางมันไม่ได้ราบรื่นไปเสียหมด ยิ่งถ้าเป็นเครื่องบินด้วยแล้วโอกาสที่กระเป๋าของคุณจะโดนกระแทก โดนโยนจนทำให้เกิดความเสียหายหรือสิ่งของต่าง ๆ ภายในกระเป๋าหลุดร่วงออกมามีสูงมาก ดังนั้นการ วิธีดูแลกระเป๋าเดินทาง เพื่อไม่ให้พังระหว่างทางรวมถึงไม่ให้สิ่งของข้างในร่วงหล่นออกมาจึงต้องมีวิธีดังนี้

วิธีดูแลกระเป๋าเดินทาง

1. ล็อกกระเป๋าเดินทางด้วยรหัสแน่นหนา

กระเป๋าเดินทางยุคใหม่จะมีรหัสที่ใช้ในการล็อกกระเป๋าก็สามารถใส่รหัสที่ว่าแล้วล็อกกระเป๋าได้เลย แต่ถ้าหากของใครไม่มีง่ายนิดเดียวแค่ซื้อกุญแจแบบรหัสล็อกมาคล้องเอาไว้อีกชั้นจะช่วยป้องกันไม่ให้สิ่งของข้างในร่วงหล่นลงมารวมถึงคนที่จะขโมยของในกระเป๋า แต่สิ่งสำคัญที่ห้ามลืมเลยคือรหัสของกระเป๋าตนเอง

2. รัดกระเป๋าให้แน่นกว่าเดิม

สำหรับคนที่ไม่มั่นใจว่ากระเป๋าเดินทางของตนเองแน่นหนามากพอหรือยัง วิธีดูแลกระเป๋าเดินทาง ที่น่าสนใจอีกแบบคือ รัดกระเป๋าเดินทางให้แน่นหนา โดยอาจใช้ถุงคลุมแล้วรัดไว้อีกทีหรือการใช้เชือกรัดกระเป๋าอีกรอบก็ไม่มีปัญหาเช่นกัน โดยการรัดกระเป๋าจะทำให้ความแน่นหนาเพิ่มมากขึ้น ลดความเสี่ยงในการร่วงหล่นแล้วแตกกระจายได้พอสมควร

วิธีดูแลกระเป๋าเดินทาง

3. ฝากกระเป๋าไว้ที่ล็อบบี้หรือสถานที่รับฝาก

สำหรับใครที่แม้จะเช็คอินออกจากโรงแรมแล้วแต่ยังต้องการเที่ยวโดยไม่อยากแบกของไปด้วย สามารถนำกระเป๋าเดินทางฝากไว้กับล็อบบี้โรงแรมหรือฝากไว้ตามสถานที่ฝากในสนามบิน แล้วค่อยเดินทางไปนั่นไปนี่ แต่อย่าลืมมาเอากระเป๋าเดินทางกลับไปด้วย แค่นี้ก็ช่วยให้กระเป๋าคุณไม่ต้องตะลอนไปตลอดทั้งวันแบบง่าย ๆ

4. ส่งกระเป๋าไปก่อน

สำหรับใครที่ไม่มั่นใจว่าการแบกกระเป๋าไปเองอาจทำให้เกิดความเสียหายง่ายกว่าเพราะต้องเจอกับผู้คนและการจัดเก็บสัมภาระจำนวนมาก แนะนำว่าให้ส่งกระเป๋าเดินทางไปก่อนล่วงหน้าก็ได้ แต่วิธีนี้มักใช้กับคนที่ต้องไปอยู่นาน ๆ มีเสื้อผ้าของใช้เยอะกว่าการไปเที่ยวทั่ว ๆ ไป

นอกจาก 4 วิธีนี้ยังมีวิธีดูแลกระเป๋าเดินทาง อีกหลากหลายที่จะช่วยทำให้คุณสามารถใช้กระเป๋าใบโปรดได้อีกนาน เช่น ติดสติ๊กเกอร์ระวังแตก, ไม่ใส่ของจนล้นเกินไป เป็นต้น ซึ่งหากรู้ว่าควรดูแลกระเป๋าใบโปรดของคุณอย่างไรจะทำให้ทุกทริปเดินทางมีความสุข ลากกระเป๋าไปที่ไหนก็ลุยได้ตลอดเวลา

เที่ยวต่างประเทศ ใช้ Internet Sim Card หรือ Pocket Wifi แบบไหนดี ?

ซิมท่องเที่ยว,pocket wifi

สมัยนี้การท่องเที่ยวในต่างประเทศอินเทอร์เน็ตคือปัจจัยอันดับต้น ๆ ที่นักท่องเที่ยวต้องมีติดตัวไว้ตลอด ไม่ใช่แค่การอัปโหลดโซเชี่ยลเพียงอย่างเดียวยังมีประโยชน์เรื่องการเดินทาง การค้นหาสถานที่ รวมถึงการแปลภาษาและอื่น ๆ อีกมากมาย นักท่องเที่ยวจำนวนมากจึงเกิดข้อสงสัยว่าเวลาจะเดินทางไปต่างประเทศควรเลือก ซิมท่องเที่ยว แบบ Internet Sim Card หรือจะเลือกเป็น Pocket Wifi ดี บทความนี้มีแนวทางการเปรียบเทียบดี ๆ มาเป็นข้อแนะนำได้ตัดสินใจ

ซิมท่องเที่ยว,pocket wifi

เลือกใช้ Internet Sim card

ลักษณะก็คือซิมมือถือที่ใช้งานกันเป็นปกตินี่เอง แต่ความต่างจากซิมทั่ว ๆ ไปที่เราใช้งานคือพวกนี้จะเป็น ซิมท่องเที่ยว หมายความว่าโปรโมชั่น การเปิดใช้งานต่าง ๆ จะใช้สำหรับต่างประเทศเท่านั้น โดยมือถือที่จะรับสัญญาณต้องมีระบบดาต้าโรมมิ่ง ระดับการใช้งานก็มีความจำกัดขึ้นอยู่กับว่าเลือกใช้บริการเจ้าไหน

สามารถเลือกใช้บริการได้จากค่ายมือถือที่คุณใช้งานอยู่ตอนนี้ก็ได้หรือจะเลือกซื้อเฉพาะที่เป็น ซิมท่องเที่ยว เอาไว้ท่องเที่ยวต่างประเทศก็ไม่มีปัญหา ในส่วนของราคาก็มีเป็นแพ็กเกจให้เลือกโดยถ้าเป็นแพ็กเกจมาตรฐานสำหรับการเดินทาง 5 วันขึ้นไปตกอยู่ราว ๆ 400 บาท แต่ทั้งนี้ก็อยู่ที่ปริมาณอินเทอร์เน็ตและประเทศเดินทางไปด้วยเช่นกัน ไม่จำเป็นต้องใช้หลักฐานใด ๆ ในการซื้อ หาซื้อได้ตามช็อปมือถือหรือร้านมือถือได้เลย

ข้อดี – มีความสะดวกในการเลือกซื้อมาใช้งาน ราคาประหยัด สามารถใช้แบบส่วนตัวเหมาะกับคนที่เดินทางจำนวนน้อย ๆ ไม่มีคนแบ่งกันใช้งาน

ข้อเสีย – ความสุ่มเสี่ยงกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเมื่อเดินทางไปยังประเทศนั้น ๆ เช่น ไม่รองรับสัญญาณ รวมถึงมีข้อจำกัดที่เยอะอย่างระยะสัญญาณที่ไม่ไกลกันมากนัก ต้องคอยปล่อยสัญญาณอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา มีการจำกัดปริมาณการใช้งานหากใช้หมดแล้วจะทำให้อินเทอร์เน็ตช้าลง

ซิมท่องเที่ยว,pocket wifi

เลือกใช้ Pocket Wifi

อีกรูปแบบคือการเลือกใช้ Pocket Wifi ลักษณะก็คือจะเป็นกล่องปล่อยสัญญาณไวไฟที่มีขนาดเล็ก ให้ลองนึกภาพการมี router ส่วนตัวพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก แต่ต้องทำการชาร์จอุปกรณ์หากแบตเตอรี่ใกล้จะหมดด้วยเพื่อให้ยังคงใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความแรงของอินเตอร์เน็ตสูง ใช้งานได้สะดวก จำนวนเครื่องรับสัญญาณเชื่อมต่อได้เยอะ และในชุดอุปกรณ์จะมีสายชาร์จไว้ชาร์จไฟ

ปกติสามารถหาซื้อได้จากบริษัทที่จำหน่าย Pocket Wifi โดยตรง หรือติดต่อจากบริษัททัวร์, กรุ๊ปทัวร์ ต่าง ๆ ก็มักมีให้บริการด้วยเช่นกัน ขณะที่ราคาขึ้นอยู่กับประเทศที่เดินทางโดยเฉลี่ยเริ่มต้นวันละ 200 บาทขึ้นไป ปกติ Pocket Wifi จะใช้การยืมจึงต้องมีการเขียนรายละเอียดผู้ยืมรวมถึงมีเอกสารยืนยันตัวตนว่าคนที่ยืมเป็นใคร หากเครื่องชำรุด มีปัญหาหรือสูญหายจะได้ตามตัวได้ถูกต้อง

ข้อดี – มีอินเทอร์เน็ตที่เร็ว แรง ใช้งานได้สะใจ เชื่อมต่อได้กับหลายอุปกรณ์โดยสัญญาณแทบไม่ลดลง เดินทางไปประเทศไหนก็ไม่ค่อยมีปัญหา เหมาะกับกรุ๊ปทัวร์เดินทางไปกันหลายคน

ข้อเสีย – มีขนาดเครื่องใหญ่ ต้องพกพาติดไว้ตลอด มีค่าใช้จ่ายในการเช่ายืมแพง ไม่เหมาะกับคนเดินทางน้อย

เหล่านี้คือข้อดี ข้อเสียของ Internet Sim Card หรือ Pocket Wifi เมื่อทราบแบบนี้แล้ว ใครที่กำลังจะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ 7-10 วันสามารถเลือกในแบบที่เหมาะกับการใช้งานและตามความสะดวกของคุณได้เลย

ภาษีนำเข้าคืออะไรแล้วทำไมต้องจ่ายด้วยเนี่ยย!

tax import

หลายคนโดยเฉพาะผู้ประกอบธุรกิจค้าขายสินค้าระหว่างประเทศ คงเคยได้ยินคำว่า ภาษีนำเข้า ภาษีส่งออก แต่ก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร เบื้องต้นพึงเข้าใจก่อนว่าภาษีนั้นมีหลายประเภท เช่น ภาษีบุคคลธรรมดา ภาษีนิติบุคคล ซึ่งมีฐานภาษีซึ่งคิดแตกต่างกันออกไป ภาษีนำเข้า ภาษีส่งออก ก็เช่นเดียวกัน จะมีการเสียภาษีต่อเมื่อมีการนำเข้าหรือส่งออกสินค้า คำถามต่อไปว่าทำไมต้องเสียภาษี ต้องเข้าใจว่าการที่ประเทศหนึ่งส่งออกสินค้าไปอีกประเทศหนึ่งย่อมต้องหมายถึง ประเทศนั้นได้ใช้ทรัพยากรในการผลิตสินค้านั้น แต่กลับมิได้ใช้เพราะมีการส่งออก จึงมีการเก็บภาษีส่งออกเพื่อตอบแทนรัฐนั้นบ้าง และขณะเดียวการที่ประเทศหนึ่งนำเข้าสินค้าอีกประเทศหนึ่งย่อมหมายความว่า สินค้านั้นอาจกระทบต่อการผลิตสินค้าภายในประเทศที่มีการนำเข้า จึงสมควรที่ต้องเก็บภาษีนำเข้าเช่นเดียวกันเพื่อตอบแทนรัฐนั้นบ้าง จากที่กล่าวมา ภาษีนำเข้า คือ ภาษีที่รัฐจัดเก็บเมื่อมีการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ หรือที่คุ้นเคยกันดีในคำว่า กำแพงภาษี

            จากข้างต้นน่าจะพอทราบเหตุผลโดยคร่าว ๆ แล้วว่า ภาษีนำเข้า คือ อะไร คำถามต่อไปซึ่งเป็นเรื่องสำคัญว่าจำเป็นหรือไม่ ต้องเสียภาษีนำเข้าทุกครั้งเมื่อนำเข้าสินค้า คำตอบคือ ไม่จำเป็น เพราะอาจมีการยกเว้นภาษี เนื่องจากเป็นการนำเข้ามาเพื่อเป็นตัวอย่างสินค้า รวมถึงอาจไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี De minimis กล่าวคือ สินค้านั้นมีราคาต่ำกว่าที่ประเทศที่นำเข้านั้นกำหนดที่ต้องเสียภาษี เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกากำหนดค่า De minimis ไว้ที่ 800 ดอลลาร์ หมายความว่า หากนำเข้าสินเข้าจากประเทศอื่น ราคาต่ำกว่า 800 ดอลลาร์ ผู้นำเข้าในประเทศสหรัฐอเมริกาไม่ต้องเสียภาษี หรือในส่วนของประเทศไทยกำหนดค่า De minimis ไว้ที่ 1500 บาท หากนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศราคาต่ำกว่า 1500 บาท ผู้นำเข้าก็ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า เป็นต้น

            อย่างไรก็ตามกำแพงภาษียังถือเป็นสิ่งจำเป็นอยู่ โดยเฉพาะในสินค้าบางประเภทจำพวกสินค้าฟุ่มเฟือย บางประเทศจึงยังเก็บภาษีนำเข้าที่สูง หากจัดลำดับทุกประเทศในโลกแล้ว 10 ประเทศที่เก็บภาษีสูงสุดในโลกได้แก่ประเทศดังต่อไปนี้

Capital Building at Ngerulmud,ภาษีนำเข้า

1. ปาเลา (Palau)

สาธารณรัฐปาเลาตั้งอยู่บริเวณหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก ห่างจากประเทศฟิลิปปินส์ ประมาณ 500 กิโลเมตร อัตราภาษีนำเข้าโดยเฉลี่ย 29.9 %

Basseterre,ภาษีนำเข้า

2. เซนต์คิตส์และเนวิส (St.Kitts and Nevis)

สหพันธรัฐ เซนต์คิตส์และเนวิส ตั้งอยู่บริเวณหมู่เกาะลีเวิร์ด แถบทะเลแคริบเบียน อัตราภาษีนำเข้าโดยเฉลี่ย 21.1 %

flags of Bermuda

3. เบอร์มิวดา (Bermuda)

ดินแดนโพ้นทะเลของสหราชอาณาจักร ห่างจากสหรัฐอเมริกาประมาณ 580 ไมล์ อัตราภาษีนำเข้าโดยเฉลี่ย 20.9 %

Bahamas sign

4. บาฮามาส (Bahamas)

เครือรัฐบาฮามาส ตั้งอยู่บริเวณมหาสมุทรแอตแลนติก เหนือประเทศคิวบา อัตราภาษีนำเข้าโดยเฉลี่ย 18.6 %

Solomon Islands

5. หมู่เกาะโซโลมอน (Solomon Islands)

ตั้งอยู่บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ใกล้ประเทศปาปัวนิวกินี และเป็นส่วนหนึ่งของเครือจักรภพ อัตราภาษีนำเข้าโดยเฉลี่ย 18.5 %

Flag of benin,ภาษีนำเข้า

6. สาธารณรัฐเบนิน (Benin)

ตั้งอยู่บริเวณแอฟริกาตะวันตก ชื่อเดิมโฮมีย์ อยู่ติดกับประเทศไนจีเรียทางตะวันออก อัตราภาษีนำเข้าโดยเฉลี่ย 17.8 %

Flag of djibouti,ภาษีนำเข้า

7. สาธารณรัฐจิบูติ (Djibouti)

ตั้งอยู่ในบริเวณแอฟริกาตะวันออก พรมแดนตะวันออกเฉียงใต้ติดกับประเทศโซมาเลีย  อัตราภาษีนำเข้าโดยเฉลี่ย 17.6 %

Gabon oil industry,ภาษีนำเข้า คือ

8. สาธารณรัฐกาบอง (Gabon)

ตั้งอยู่บริเวณของทวีปแอฟริกา มีพรมแดนติดกับประเทศแคเมอรูน คองโก อัตราภาษีนำเข้าโดยเฉลี่ย 16.9 %

Cayman Islands.,ภาษีนำเข้า คือ

9. หมู่เกาะเคย์แมน (Cayman Islands)

อาณาโพ้นทะเลของสหราชอาณาจักร ตั้งอยู่บริเวณทะเลแคริบเบียนฝั่งตะวันตก บริเวณใต้ประเทศคิวบา อัตราภาษีนำเข้าโดยเฉลี่ย 16.7 %

10000 central african CFA,ภาษีนำเข้า คือ

10. สาธารณรัฐแอฟริกากลาง (Central Africa Republic)

ตั้งอยู่บริเวณกลางทวีปแอฟริกา เป็นประเทศไม่มีอาณาเขตติดทะเล ประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ แคเมอรูน คองโก ยูกันดา ชาด อัตราภาษีนำเข้าโดยเฉลี่ย 16.4 %

จากที่กล่าวมาน่าจะพอเข้าใจได้บ้างว่า ภาษีนำเข้า คือ อะไร มีความจำเป็นอย่างไรในการต้องเก็บ และเกี่ยวข้องกับเรื่อง De minimis อย่างไร รวมถึงอันดับประเทศที่เก็บภาษีนำเข้าสูงสุดในโลก อย่างไรก็ตามในความจริงแล้วภาษีนำเข้า ถือเป็นเครื่องมือสำคัญอย่างหนึ่งในการจัดการเศรษฐกิจของประเทศ และโดยที่รัฐแต่ละรัฐมีสภาพแตกต่างกัน ดังนั้น ความจำเป็นในการเก็บภาษี และใช้มาตรการทางภาษีนำเข้าจึงแตกต่างกัน กล่าวคือ หากรัฐใดมีสภาพคล่องการส่งออกมาก ก็ไม่มีความจำเป็นต้องเก็บภาษีนำเข้ามาก ในทางตรงข้ามหากรัฐใดมีมูลค่าส่งออกสินค้าได้น้อย การเก็บภาษีนำเข้าย่อมมีความจำเป็น ที่จะเก็บราคาสูงเพื่อป้องกันการขาดดุลการค้า เป็นต้น

รู้ทันวิธีคิดราคาค่าขนส่งคำนวณจากอะไร

หลักการคำนวณค่าขนส่งพัสดุเบื้องต้น,คำนวณค่าขนส่ง

ด้วยปัจจุบันธุรกิจ E-commerce มีการขยายตัวมากขึ้น โดยเฉพาะการขายสินค้าออนไลน์ ซึ่งทุกคนสามารถเริ่มธุรกิจเป็นผู้ค้านี้ได้ไม่ยากเพียงแค่มีสินค้าที่ผู้คนทั่วไปต้องการ อย่างไรก็ตามปัญหาสำคัญสิ่งหนึ่งนอกจากกรณีว่าจะเลือกนำสินค้าใดมาขายแล้ว อีกสิ่งที่สำคัญคือ จะส่งสินค้านั้นอย่างไร แบบใดคุ้มค่าที่สุด เนื่องจากการส่งสินค้า ถือเป็นต้นทุนอย่างหนึ่ง หากมีราคาต่ำก็ยิ่งหมายถึงกำไรที่มากขึ้น อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน มีผู้ประกอบธุรกิจรับขนส่งพัสดุสินค้าจำนวนมากไม่ต่ำกว่า 10 ราย ซึ่งก็มีวิธีคิด คำนวณค่าขนส่ง บริการแตกต่างกันออกไป ดังนั้น ขอนำเสนอหลักการ คำนวณค่าขนส่ง เฉพาะภายในประเทศของผู้ให้บริการ 2 รายสำคัญเบื้องต้นคือ 1. ไปรษณีย์ไทย เป็นที่รู้จักอย่างดีของคนไทย ประกอบธุรกิจมาอย่างยาวนาน และ 2. Kerry บริษัทสัญชาติมาเลเซีย (ผู้ก่อตั้ง) เข้ามาในประเทศไทยช่วงปี 2549

            เรื่องค่าบริการของไปรษณีย์ไทย คิดตามอัตราน้ำหนักเป็นหลัก ยิ่งน้ำหนักมาก ค่าบริการยิ่งสูง ทั้งนี้แยกตามประเภทการขนส่งได้ 3 รูปแบบ ดังนี้

วิธี คำนวณค่าขนส่ง พัสดุแบบต่าง ๆ

            1. พัสดุแบบธรรมดา เริ่มต้นน้ำหนักกิโลกรัมแรกที่ราคา 20 บาท กิโลกรัมต่อไป กิโลกรัมละ 15 บาท เช่น ไม่เกิน 1 กิโลกรัม ค่าบริการ 20 บาท, เกิน 1 กิโลกรัม แต่ไม่เกิน 2 กิโลกรัม ค่าบริการ 35 บาท

            ทั้งนี้สามารถส่งสูงสุดได้ไม่เกิน 20 กิโลกรัม หากเกินกว่านี้จะเป็นการส่งแบบ Logis post ซึ่งส่งได้ 20-200 กิโลกรัม กล่าวคือ ให้ผู้รับพัสดุมีหน้าที่ไปรับสินค้า ณ ที่ทำการไปรษณีย์นั้นแทน หากให้มาส่งต้องมีค่าใช้จ่ายแยกต่างหาก และราคาแยกตามโซนพื้นที่การส่ง โดยการส่งไปพื้นที่ภาคใต้ ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป เช่น พัทลุง สงขลา อัตราค่าบริการจะสูงกว่าในกรุงเทพฯ เกือบ 2 เท่า

            2. พัสดุแบบลงทะเบียน เริ่มต้นที่ราคา 18 บาท สูงสุดที่ 58 บาท โดยสามารถส่งได้สูงสุดไม่เกิน 2000 กรัม (2 กิโลกรัม) หากส่งไม่เกิน 100 กรัม ค่าบริการ 18 บาท, เกิน 100 กรัม แต่ไม่เกิน 250 กรัม ค่าบริการ 22 บาท

           3. พัสดุแบบด่วนพิเศษ (EMS) เริ่มต้นที่ราคา 32 บาท สูงสุดที่ 612 บาท โดยสามารถส่งสินค้าหนักมากสุดไม่เกิน 20 กิโลกรัม หากส่งไม่เกิน 20 กรัม ค่าบริการ 32 บาท, เกิน 20 กรัม แต่ไม่เกิน 100 กรัม ราคา 37 บาท

Packages delivery,คำนวณค่าขนส่ง

อัตราค่าบริการ

อัตราค่าบริการซองจดหมายและกล่องพัสดุ เริ่มต้นที่ซองจดหมายแบบ C6 สีขาว ขนาด 114×162 มม. 3 ซอง 2 บาท จนถึงขนาดใหญ่สุด ซองขยายข้าง C4 ขนาด 229×324 มม. ราคาซองละ 5 บาท

ซองกันกระแทก C5 ขนาด 162×229 มม. ราคาซองละ 12 บาท

ซองกันกระแทก C4 ขนาด 249x 324 มม. ราคาซองละ 17 บาท

            กล่องพัสดุแบบธรรมดาสีน้ำตาล หมายเลข 1 ขนาด 30x100x30 ซม. ราคากล่องละ 35 บาท จนถึงขนาดใหญ่สุด กล่องธรรมดาหมายเลข 6 ขนาด 45x55x40 ซม. ราคากล่องละ 55 บาท

            กล่องพัสดุสำเร็จรูปแบบ ก. ขนาด 14x20x6 ซม. ราคา 9 บาท จนถึงขนาดใหญ่สุด กล่องสำเร็จรูปแบบ ฉ. ขนาด 30x45x20 ซม. ราคากล่องละ 32 บาท

            สำหรับ Kerry นั้น การคิดอัตรา คำนวณค่าขนส่ง โดยหลักจะเป็นลักษณะเหมาไม่แยกย่อยเท่าของไปรษณีย์ไทย ดังนี้

            ซองจดหมาย Envelope ขนาด 32×23 ซม. น้ำหนักรวมไม่เกิน 500 กรัม คิดอัตราในกรุงเทพฯ 30 บาท ต่างจังหวัด 50 บาท

            ซองจดหมาย Seal Bag (A) ขนาด 32×23 ซม. น้ำหนักรวมไม่เกิน 1 กิโลกรัม คิดอัตราในกรุงเทพฯ 40บาท ต่างจังหวัด 60 บาท

            กล่องพัสดุขนาดเล็กสุด (mini) ขนาด 40 ซม. น้ำหนักรวมไม่เกิน 2 กิโลกรัม คิดอัตราในกรุงเทพฯ 35บาท ต่างจังหวัด 55 บาท

            กล่องพัสดุขนาดใหญ่สุด (xxl) ขนาด 200 ซม. น้ำหนักรวมไม่เกิน 25 กิโลกรัม คิดอัตราในกรุงเทพฯ 380 บาท ต่างจังหวัด 420บาท

Home delivery,คำนวณค่าขนส่ง

จากที่กล่าวมาข้างต้น น่าจะพอเห็นภาพได้ว่า การคำนวณค่าขนส่ง โดยหลักนั้นพิจารณาจากน้ำหนักและขนาด โดยในแต่ละผู้ประกอบธุรกิจรับขนส่งอาจคิดอัตราแตกต่างไปบ้าง เช่น ไปรษณีย์ไทย คิดอัตราน้ำหนักถี่กว่าของ Kerry ส่วน Kerry จะคิดอัตราค่าขนส่งลักษณะเหมาเป็นหลัก อีกทั้งไปรษณีย์ไทยจะมีการขนส่งหลายประเภท ซึ่งราคามากน้อยแตกต่างกันไป ส่วน Kerry มีลักษณะ express ซึ่งเทียบได้กับ EMS ของไปรษณีย์ไทยเพียงอย่างเดียว ดังนั้น ในการเลือกใช้บริการ ผู้ส่งอาจต้องพิจารณาเรื่องน้ำหนัก และขนาดสินค้า หากน้ำหนักน้อย การเลือกส่งของทางไปรษณีย์ไทยน่าจะคุ้มค่ากว่า ส่วนถ้าน้ำหนักพัสดุมาก การเลือกส่งโดย Kerry น่าจะคุ้มค่ามากกว่า เป็นต้น