สุดยอดอาหารสตรีทฟู้ดที่เยาวราช

ถนน เยาวราช เป็นถนนที่ถูกสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ.2435-2443 ซึ่งอยู่ในสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์จักรี โดยมีความยาวประมาณ 1,500 เมตร ซึ่งถูกเรียกอีกชื่อว่า ‘ถนนมังกร’ เป็นแหล่งของชุมชนคนไทยเชื้อสายจีนขนาดใหญ่ ที่มีความเจริญทางด้านเศรษฐกิจตั้งแต่ในอดีตเรื่อยมาจนปัจจุบัน โดยมีร้านค้า ร้านอาหาร ภัตตาคาร ร้านทองและสถาบันการเงินมากมายที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองในด้านการค้ามาอย่างยาวนาน ซึ่งวันนี้เรามีสุดยอดอาหารสตรีทฟู้ดที่ไม่ควรพลาดและการเดินทางแบบง่าย ๆ มาแนะนำ มาดูกันเลยว่าจะมีความน่าสนใจอย่างไรบ้าง

เยาวราช

ความอร่อยแบบไม่จำกัดเวลา

หากพูดถึงสตรีทฟู้ดที่ เยาวราช หลายคนอาจจะนึกถึง ร้านอาหารที่เรียงรายตลอดทางในเวลากลางคืน ซึ่งความจริงแล้วช่วงเวลากลางวันก็มีร้านอาหารอร่อย ๆ เปิดให้บริการอยู่ไม่น้อยเลย อย่างเช่น

  • บะหมี่จับกัง เยาวราช เปิดเวลา 8.00-18.00 น.
  • เล่าตั๊ง ห่านพะโล้ เปิดเวลา 8.30-14.00 น.
  • หอยทอด เท็กซัส เปิดเวลา 9.00-18.00 น.
  • กวยจั๊บ นายเอ็กซ์ เปิดเวลา 7.30-01.00 น.
  • ร้านสีมรกต (ข้าวหมูแดง) เปิดเวลา 10.30-18.30 น.
  • ข้าวมันไก่แปลงนาม เปิดเวลา 8.00-19.00 น.
  • โอเดียน บะหมี่เกี๊ยว เปิดเวลา 8.30-20.00 น. (ร้านปิดทุกวันอังคารที่ 2 และ 4 ของเดือน)
  • ก๋วยเตี๋ยวผัดงี่เง่าเจ๊เบญ วงเวียนโอเดียน เปิดเวลา 10.00-16.00 น. (ร้านปิดทุกวันจันทร์)
  • ลอดช่องสิงคโปร์ (เจ้าเก่า-สำเพ็ง) เปิดเวลา 09.30 – 18.30 น.
  • กู่หลงเปา – Gu Long Bao ซาลาเปาโบราณ เปิดเวลา 09.00-17.00 น. (จันทร์-เสาร์) และ 09.00-13.00 น. (อาทิตย์)
  • หมี่หวานเจ๊หมวย เปิดเวลา 09.30 – 19.00 น.

ส่วนเวลากลางคืนก็มีร้านค้ามากมายเรียงรายตลอดทางทั้งอาหารคาวและหวาน เช่น ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ สุกี้แห้งกระทะร้อน กวยจั๊บ  บะหมี่ลูกชิ้นปลา ข้าวต้มเป็ด บัวลอย 3 กษัตริย์ ขนมปังเจ้าอร่อยเด็ดเยาวราช เต้าทึงและอีกหลากหลายเมนูที่ไม่ควรพลาด

เยาวราช

การเดินทางไปเยาวราช

            การเดินทางไป เยาวราช ขอแนะนำให้ใช้บริการสาธารณะจะสะดวกมากกว่านำรถส่วนตัวไปเพราะที่จอดรถมีแบบจำกัดและมีสภาพการจราจรที่ค่อนข้างหนาแน่น โดยสามารถเลือกใช้บริการสาธารณะได้หลากหลายรูปแบบ ประกอบด้วย

  • รถประจำทาง ที่มีหลากหลายสาย สามารถหาข้อมูลเส้นทางที่ผ่านจากเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องได้
  • รถไฟฟ้าใต้ดินสายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) ซึ่งมีส่วนต่อขยายจากสถานีหัวลำโพง สถานีที่ใกล้ถนนเยาวราชมากที่สุดคือ สถานีวัดมังกร โดยใช้ทางออกที่ 1
  • เรือประจำทาง โดยสามารถไปใช้บริการได้ที่ท่าเรือราชวงศ์ ซึ่งจะอยู่บริเวณด้านหลังตลาดสำเพ็ง
  • บริการสาธารณะอื่น ๆ เช่น จักรยานยนต์รับจ้าง หรือรถสามล้อ เป็นต้น
เยาวราช

ถนนเยาวราชไม่ได้ขึ้นชื่อเรื่องอาหารสตรีทฟู้ดเท่านั้น แต่ยังมีสถาปัตยกรรม ความเชื่อ และวัฒนธรรมของชาวไทยเชื้อสายจีนมากมายที่ซ่อนอยู่ ซึ่งมีเสน่ห์ไม่แพ้กับพื้นที่อื่น ๆ ในกรุงเทพฯ เลย 

คาบาเร่โชว์ในกรุงเทพ ศิลปะการแสดงที่ต้องดูสักครั้งในชีวิต

คาบาเร่โชว์

คาบาเร่โชว์ ศิลปะการแสดงของเหล่านักแสดงสาวประเภทสอง ซึ่งมากความสามารถทั้งร้อง เล่น เต้น และการแสดงที่น่าตื่นตาตื่นใจ ที่มาพร้อมกับท่วงท่าลีลาอันเป็นเสน่ห์ที่น่าประทับใจ ซึ่งความประทับใจเหล่านี้จะมาในรูปแบบของการแสดงโชว์ในรูปต่าง ๆ และเครื่องแต่งกายแบบสุดอลังการ ในอดีตใครอยากดู คาบาเร่โชว์ ต้องเดินทางไปถึงพัทยา แต่ปัจจุบันสามารถดูโชว์ คาบาเร่ ในกรุงเทพฯ ได้ด้วยเช่นกัน มาดูกันว่า ถ้าคุณอยากดูโชว์ คาบาเร่ ในกรุงเทพฯ คุณจะไปดูที่ไหนได้บ้าง

คาบาเร่โชว์

คาลิปโซ่ คาบาเร่ @ เอเชียทีค

            ใครที่ชื่นชอบการแสดง คาบาเร่โชว์ และได้ติดตามชมการแสดงคาบาเร่ จากหลาย ๆ เวที ก็คงจะพอได้ยินชื่อเสียงของ คาลิปโซ่ คาบาเร่ เอเชียทีค กันมาบ้าง แต่เดิมก่อนที่จะมาเป็นคาลิปโซ่ คาบาเร่ เอเชียทีค นั้น เคยเป็นชุดคาบาเร่ที่โชว์อยู่ในโรงละครของโรงแรมเอเชีย ที่อยู่ตรงราชเทวี ณ ตอนนี้ มาก่อน และได้ย้ายมาทำการแสดงอยู่ที่ เอเชียทีค ริเวอร์ฟร้อน (โกดัง 3) จนถึงปัจจุบัน

            คาลิปโซ่ คาบาเร่ เอเชียทีค ได้ชื่อว่าเป็นโชว์ คาบาเร่ ที่ดีที่สุดของกรุงเทพเป็นต้นตำรับของโชว์ คาบาเร่ แห่งแรกของกรุงเทพฯ ซึ่งได้ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2531 การแสดงโชว์ก็จะเป็นแนวละครบรอดเวย์ แนวละครเพลง ถือเป็นแห่งเดียวในไทยที่มีการแสดงโชว์รูปแบบนี้ ซึ่งนักแสดงต้องอาศัยความสามารถและทักษะที่สูง เพื่อให้การแสดงที่มีทั้งร้อง เต้น มีความสวยงามน่าชม มีโชว์ที่อลังการ ตื่นตาตื่นใจ จนเป็นที่ประทับใจของผู้ชม

         เวลาในการแสดง จะมีทุกวัน วันละ 2 รอบ คือรอบ 19.30 น. และรอบ 21.00 น. โดยในแต่ละรอบจะมีทั้งหมด 15 โชว์ ใช้เวลาในการโชว์ทั้งหมด 70 นาที ใครสนใจชมการแสดง สามารถไปชมได้ที่ เอเชียทีค ณ โรงละครคาลิปโซ่ กรุงเทพ ริเวอร์ฟร้อน (โกดัง 3)

คาบาเร่โชว์

โกลเด้นโดม คาบาเร่โชว์ @ รัชดา

            การแสดงคาบาเร่ ชื่อดังบนเส้นถนนรัชดา ที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากทั้งไทยและต่างชาติ ด้วยเทคนิคของแสง สี และเสียงที่ตระการตา จากสาวประเภทสองที่สวยและมีความสามารถในด้านการแสดงอย่างหลากหลายโชว์การแสดง โดยเฉพาะการแสดงโชว์ที่เกี่ยวข้องกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น การแสดงชุดแต่งกายประจำชาติ การลิปซิงค์เพลง ที่จะมาสร้างความสนุกสนานและความบันเทิงได้สุดประทับใจตลอดการแสดงอย่างแน่นอน

            เปิดทำการแสดงวันละ 4 รอบ ทุกวัน คือรอบ 15.00 – 16.00 น. , รอบ 16.30 – 17.30 น., รอบ 18.30 – 19.30 น., รอบ 20.15 – 21.15 น. ใครที่สนใจชมการแสดงโชว์ สามารถมาชมได้ที่โรงละคร ตั้งอยู่ที่ซอยรัชดา 18 ห้วยขวาง

          ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบศิลปะและการแสดงต่าง ๆ คาบาเร่ ถือเป็นอีกหนึ่งศิลปะของการแสดงที่เรียกว่านักแสดงต้องใช้ความสามารถขั้นสูง ที่คุณควรได้ชมสักครั้งหนึ่งในชีวิต

ขาช้อปห้ามพลาด! สำเพ็งมีอะไรน่าซื้อบ้าง ?

สำเพ็ง เป็นย่านที่อยู่ของชุมชนชาวจีนที่มีมาตั้งแต่การก่อตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อปี พ.ศ. 2325 และเป็นที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการค้าขายที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาจนปัจจุบัน โดยมีสินค้ามากมายหลากหลายชนิด หากใครมีปัญหาต้องการสินค้าชนิดใด แต่ไม่รู้จะไปซื้อที่ไหนแนะนำให้มาที่นี่ เพราะมีสินค้าหลากหลายให้บริการค่อนข้างครอบคลุม

            ตลาด สำเพ็ง ตั้งอยู่ที่ แขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ ซึ่งสามารถเดินเชื่อมต่อไปยังพาหุรัดที่เป็นแหล่งขายผ้าราคาหลากหลายชนิด และเยาวราชชุมชนชาวจีนอีกแห่งที่มีจุดเด่นเรื่องร้านอาหาร ร้านทองและสินค้าต่าง ๆ มากมาย ทำให้เมื่อเดินทางมาในย่านนี้ ต้องได้สินค้าติดมือกลับบ้านไปด้วยแน่นอน เนื่องจากเป็นแหล่งขายสินค้าทั้งแบบปลีกและแบบส่ง ซึ่งมีราคาถูก เหมาะกับผู้ที่ต้องการสินค้าประเภทเดียวกันหลาย ๆ ชิ้นหรือพวกพ่อค้า แม่ค้า ที่นำไปขายปลีก ก็นิยมมาเลือกซื้อสินค้าที่นี่เช่นเดียวกัน

สำเพ็ง

สินค้าที่ขายที่ สำเพ็ง ก็จะมีหลากหลายชนิด ที่เป็นจุดเด่นคือ เครื่องประดับ กิฟท์ช็อป แว่นตาแฟชัน หมวก รองเท้าแตะ ของเล่น อุปกรณ์ตัดเย็บ กระเป๋า สติ๊กเกอร์ เครื่องสำอาง นำมาขายกันแบบราคาส่งอีกด้วย ถือเป็นแหล่งที่มีสินค้าเยอะมาก ใครวางแผนไปก็เตรียมตัวและเตรียมเงินให้ดี เพราะบางทีอาจหมดกระเป๋าได้โดยไม่รู้ตัวและหากไปเจอวันที่คนพลุกพล่านก็อย่าลืมระวังทรัพย์สินของตัวเองให้ดีด้วย 

สำเพ็ง

เวลาทำการของตลาด สำเพ็ง มีสองช่วงเวลา คือตลาดเช้าที่จะเปิดประมาณ 01.00-06.00 น. เป็นเวลาที่ พ่อค้าแม่ค้ามักไปเลือกซื้อสินค้าช่วงนี้ เพราะสามารถนำรถไปขนของได้สะดวก และร้านที่เปิดช่วงนี้จะเน้นขายส่งเป็นส่วนใหญ่ ส่วนอีกช่วงจะเปิดประมาณ 8.00-17.00 น. โดยในช่วงนี้เป็นช่วงที่คนส่วนใหญ่ไปเดินกัน ซึ่งร้านค้าแต่ละร้านก็มีทั้งขายแบบปลีกและส่ง ซึ่งจำนวนชิ้นขั้นต่ำที่จะได้ราคาส่งก็แตกต่างกันไปแล้วแต่ร้าน ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ที่ 3-6 ชิ้น

สำเพ็ง

การเดินทางไปตลาดสำเพ็งนอกจากรถยนต์ส่วนตัวแล้ว ก็สามารถเดินทางด้วยรถประจำทางซึ่งมีหลายสายที่ผ่าน สามารถดูข้อมูลจากเว็บไซต์ของขสมก. หรือเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องได้ หรือเลือกเดินทางโดยเรือประจำทางหรือเรือด่วนเจ้าพระยาลงที่ท่าราชวงศ์ แล้วเดินต่อมาที่ตลาดสำเพ็ง นอกจากนี้ยังสามารถใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ที่เพิ่มส่วนต่อขยายจากหัวลำโพงมาลงที่สถานีวัดมังกรหรือสถานีสามยอดก็ได้ โดยออกทางประตู 1 ทั้งสองสถานี หากลงสถานีวัดมังกรก็จะออกมาตรงสำเพ็งฝั่งใกล้เยาวราช ส่วนสถานีสามยอดก็จะออกมาตรงสำเพ็งที่ใกล้กับพาหุรัด แต่หากลงผิดสถานีก็ไม่ต้องกังวลไป สามารถเดินเชื่อมถึงกันได้ จะได้ใช้เวลาเดินเล่น และได้เรียนรู้วิถีชีวิตของคนบริเวณนั้นไปในตัวด้วย 

            สำเพ็งเป็นอีกจุดหนึ่งที่หากใครชอบเดินเลือกซื้อสินค้า ต้องมาเพราะนอกจากจะมีสินค้าให้มากมายแล้วยังมีราคาถูกกว่าที่อื่นอีกด้วย   

รวมแหล่งช้อปปิ้งริมแม่น้ำที่มีชื่อเสียงกรุงเทพฯ – แม่น้ำเจ้าพระยา

วันนี้มาเอาใจสายช้อปและสายชิลที่ชอบท่องเที่ยวไปกับสถานที่ต่าง ๆ ที่นอกจากจะได้เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศแล้ว ยังได้อิ่มเอมไปกับการช้อปของสวย ๆ งามอีกด้วย จะชวนมาช้อปทั้งทีจะพาเดินห้างก็ดูจะธรรมดาเกินไป วันนี้เราจะพามา ช้อปปิ้งริมแม่น้ำ มีชื่อเสียงของกรุงเทพฯ – แม่น้ำเจ้าพระยากัน แต่จะเป็นที่ไหนต้องตามมาดู

ช้อปปิ้งริมแม่น้ำ,เอเชียทีค

เอเชียทีค แหล่ง ช้อปปิ้งริมแม่น้ำ ที่รวมเรื่องช้อปแบบหลากสไตล์ไว้ที่เดียว

          นาทีนี้ ถ้าเอ่ยถึง เอเชียทีค คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักอย่างแน่นอน ความน่าสนใจของแหล่งช้อปปิ้งริมน้ำแห่งนี้เป็นแหล่งรวมของร้านค้าที่ให้คุณได้เลือกช้อปปิ้งได้หลากหลาย เพราะมีร้านค้ามากถึง 1000 กว่าร้านค้า มีร้านอาหารให้นักชิมได้เลือกชิมเมนูอาหารเป็นร้อยเมนู มีกิจกรรมให้คุณได้เพลินเพลินสนุกสนานกับมุมที่ให้คุณได้ถ่ายรูปแบบไม่มีซ้ำ มีเครื่องเล่นที่ทำให้คุณกลับไปรู้สึกนึกถึงความเป็นเด็กในตัวคุณอีกครั้ง มีชิงช้าขนาดใหญ่ที่ทำให้มองเห็นวิวของแม่น้ำเจ้าพระยาและวิวของกรุงเทพมาหานครได้ไกลสุดลูกหูลูกตา เมื่อมาถึงที่นี่แล้ว ไม่ว่าคุณจะเป็นนักช้อป นักชิม หรือชอบการถ่ายรูป ถือว่าให้คุณได้ครบอรรถรสของการพักผ่อนเลยทีเดียว

            เอเชียตั้งอยู่ที่ ถนนเจริญกรุง แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 17.00 – 24.00 น. สามารถการเดินทางไปได้ไม่ยากทั้งรถยนต์ รถโดยสารสาธารณะ เรือโดยสาร และ BTS ลงสถานีตากสินนั่ง Shuttle Boat ของโครงการประมาณ 5 นาที ก็ถึงแล้ว

ช้อปปิ้งริมแม่น้ำ,ท่ามหาราช

ท่ามหาราช สถานที่ ช้อปปิ้งริมแม่น้ำ นั่ง ชม ช้อป แบบชิลล์ ๆ

          ท่ามหาราช แหล่งช้อปปิ้งและจุดนัดพบของคนยุคใหม่ ที่ผสมผสานเอาวัฒนธรรมชุมชน ศิลปะและความร่วมสมัยเข้ามารวมอยู่ในที่เดียวกันได้อย่างลงตัว เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่เดินได้แบบชิลล์ ๆ มีร้านอาหาร มีมุมถ่ายรูปและมีมุมสำหรับให้นั่งพักผ่อนได้ตลอดทั้งวัน ใครสนใจ สามารถไปช้อป ชิม ชม แบบชิลล์ ๆ ได้ทุกวัน เปิดให้บริการตั้งแต่ 10 โมงเช้าถึง 4 ทุ่ม สามารถเดินทางได้ 2 วิธีคือ

  1. ใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน ออกสถานีสนามไชย ทางออก 1 ต่อรถเมล์สาย 53 ขึ้นป้ายหน้าโรงเรียนราชินีมาลงที่ป้ายมหาราช
  2. ใช้บริการเรือด่วนเจ้าพระยา ขึ้นที่ท่าเรือท่าช้าง แล้วเดินอีกประมาณ 350 เมตรก็ถึง
ช้อปปิ้งริมแม่น้ำ,ท่าพระจันทร์

ท่าพระจันทร์ แหล่งช้อปปิ้งเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของอดีต

            สายชิมหรือผู้ที่ชอบการท่องเที่ยวแบบร่วมสมัย คงไม่มีใครที่ไม่เคยมาที่แห่งนี้ ท่าพระจันทร์ที่ยังคงมีร้านค้าที่เปิดมาตั้งแต่อดีตหลายสิบปีและยังมีให้เห็น เป็นเสน่ห์ที่หาได้ยากมากในปัจจุบัน ความน่าสนใจของท่าพระจันทร์นอกจากภาพบรรยากาศเก่า ๆ สิ่งของยุคเก่า เช่น เทปคาสเซสท์ ซีดี หรือแม้แต่ของเล่นในยุคที่เรายังเป็นเด็กแล้ว ท่าพระจันทร์ยังขึ้นชื่อในเรื่องของอาหารอร่อยที่รอให้นักช้อปนักชิมได้เข้าไปลิ้มลองอีกด้วย

การเดินทางมา ท่าพระจันทร์ มีหลากหลายวิธีมาก

  • เดินทางโดยเรือ คือ นั่งเรือด่วนเจ้าพระยามาลงที่ท่าพรานนก แล้วนั่งเรือข้ามฟากจากฝั่งโรงพยาบาลศิริราช จากท่าวังหลัง มาขึ้นที่ท่าพระจันทร์ ก็ถึงแล้ว
  • เดินทางโดยรถเมล์ นั่งสายที่ผ่านสนามหลวง วัดพระแก้ว ม.ธรรมศาสตร์ ได้ทุกสายแล้วเดินมาที่ท่าพระจันทร์ได้
ช้อปปิ้งริมแม่น้ำ

River City Bangkok

            River City Bangkok หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ ท่าเรือริเวอร์ซิตี้ สี่พระยา ที่เป็นศูนย์รวมแหล่งช้อปปิ้ง ร้านค้า ร้านอาหาร และท่าเรือสำคัญเพื่อการล่องเรือชมบรรยากาศริมน้ำและดินเนอร์ล่องแม่น้ำเจ้าพระยา ใครสนใจมาช้อปปิ้งที่นี่เดินทางมาได้ไม่ยาก ด้วยรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีตากสิน แล้วต่อแท็กซี่ ตุ๊กตุ๊ก มอเตอร์ไซค์ หรือต่อเรือที่ท่าเรือสาทร มาก็ได้ หรือนั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ที่สถานีหัวลำโพง ออกทางออกที่ 1 แล้วต่อรถมาได้เช่นกัน

         ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบการเดินทางหาประสบการณ์ใหม่ ชอบชิมอาหารอร่อย ชอบการช้อบปิ้ง เชื่อว่า แหล่ง ช้อปปิ้งริมแม่น้ำ ทั้ง 4 แห่งนี้จะสร้างความประทับใจให้คุณได้อย่างไม่รู้ลืม

เดินทางบ่อยต้องอ่าน! สิ่งของที่ควรห่อก่อนเดินทาง

ใครที่เดินทางบ่อย ๆ อาจจะเคยมีประสบการณ์ที่เลวร้ายแบบไม่อยากให้เจออีกเลยไม่ว่าจะเป็นการเดินทางทริปไหนก็ตาม นั่นก็คือ ความเสียหายของสัมภาระหรือกระเป๋าที่ใช้แพ็กสัมภาระในการเดินทางนั่นเอง ซึ่งใครที่เดินทางบ่อยอาจจะทราบอยู่แล้วว่า สิ่งไหนที่มีโอกาสหรือเสี่ยงที่จะเสียหาย แต่สำหรับนักเดินทางมือใหม่ วันนี้เราจะพาคุณมาเปิดคัมภีร์สำหรับนักเดินทางว่าในกระเป๋าสัมภาระของคุณมีสิ่งไหนที่เป็น สิ่งของที่ควรห่อ เป็นพิเศษ เพื่อป้องกันการแตก หัก บุบ หรือเกิดความเสียหาย เพื่อให้การเดินทางของคุณนั้นราบรื่นและสนุกได้อย่างเต็มที่

1. กระเป๋าเดินทาง

สิ่งของที่ควรห่อ อย่างแรกเลยนั่นคือกระเป๋าสำหรับใส่สัมภาระนั่นเอง คุณลองนึกภาพกระเป๋าใบสวยที่คุณเลือกมากับมือ หมายมั่นปั้นฝันไว้ว่าจะใช้ให้ถึง 5 ปี 10 ปี แล้วเกิดเป็นรอยขีดข่วน หรือมีรอยบุบจากการกระแทกจนหมดสภาพ คุณจะทำใจรับได้ไหมกับเหตุการณ์แบบนี้ ถ้าคุณทำใจไม่ได้ที่จะให้กระเป๋าของคุณเป็นรอย เสียหาย แตก บุบ แนะนำว่าให้ห่อก่อนการเดินทางดีที่สุด

สิ่งของที่ควรห่อ,อาหารกลิ่นฉุน

2. อาหารหรือของที่มีกลิ่นฉุน

คุณคงไม่อยากเปิดกระเป๋าออกมาแล้วพบว่าของที่อยู่ในกระเป๋ามีกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่เกิดจากของที่ตัวคุณเองเป็นคนใส่เข้าไป โดยที่ลืมนึกไปว่ามันมีกลิ่นที่ฉุนและรุนแรง ถ้าเป็นน้ำหอมคงไม่น่าเกลียดเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นปลาเค็มหรืออาหารทะเลที่จะทำให้มีกลิ่นติดที่เสื้อผ้าแบบสลัดสะบัดอย่างไรก็ไม่มีทางหลุดออกไปได้ขึ้นมา รับรองว่าทริปนั้นคุณคงหมดความมั่นใจและหมดสนุกไปอย่างแน่นอน

สิ่งของที่ควรห่อ,ไดร์เป่าผม

3. ของที่อาจแตกได้ระหว่างเดินทาง

ของที่อาจจะแตกหรือมีรอย เช่น อุปกรณ์ในการออกกำลังกาย อุปกรณ์กีฬา หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จะช่วยอำนวยความสะดวกอย่าง ไดร์เป่าผม เครื่องหนีบผม ที่ถือเป็น สิ่งของที่ควรห่อ ที่หลายคนอาจจะมองข้ามไป ถ้าคุณไม่อยากให้เครื่องไม้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ของคุณเสียหายระหว่างเดินทางล่ะก็ ห่อกันไว้ดีกว่า ถ้าไม่อยากเสียเงินซื้อใหม่

สิ่งของที่ควรห่อ,เครื่องสำอาง

4. เครื่องสำอาง

สิ่งที่สาว ๆ ทุกคนหวงแหนที่สุดนั่นก็คือเครื่องสำอาง เครื่องสำอางเป็น สิ่งของที่ควรห่อ อีกประเภทหนึ่ง เชื่อว่าคุณสาว ๆ ทุกคนคงเคยเจอเปิดกระเป๋าใส่เครื่องสำอางออกมาแล้วพบว่า แป้งในตลับแตก บลัชออนแตกหลุดออกมา หรือแม้แต่ตลับอายแชโดว์สีโปรดของคุณก็มีสิทธิ์โดนกระแทกได้ ดังนั้นควรห่อป้องกันไว้แต่ต้นจะดีกว่า หากแตกเสียหายไปแล้ว คุณอาจจะต้องเสียเงินซื้อเครื่องสำอางใหม่โดยใช่เหตุก็เป็นได้

สิ่งของที่ควรห่อ,ที่หนีบผม

5. ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่เป็นของเหลว

 ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่เป็นของเหลวนี้ หมายความรวมถึงของใช้ทุกชนิดที่อาจจะเกิดการรั่วไหลออกมาจากหลอดหรือขวดที่บรรจุ เช่น โลชั่น ครีมบำรุง แชมพู ครีมนวด เป็นต้น จนทำให้เสื้อผ้าของคุณเลอะเทอะเปรอะเปื้อน ต้องมานั่งคอยแก้ปัญหา หรือต้องซักชุดใหม่ ถ้าไม่อยากตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น ก็ห่อหรือแพ็กให้เรียบร้อยจะดีที่สุด

            สิ่งเหล่านี้เป็นเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่สำคัญ หากคุณพลาดลืมห่อ อาจทำให้คุณหมดสนุกหรือต้องมานั่งเซ็งที่และมาคอยหาวิธีจัดการหรือแก้ไขปัญหาเหล่านั้นอีก จนทำให้คุณหมดสนุกไปตลอดการเดินทางนั้นก็เป็นได้

6 เกาะที่นักท่องเที่ยวมาถึงไทยแล้วห้ามพลาด!

มาถึงประเทศไทยแล้ว อยากไปเที่ยวทะเลแต่ไม่รู้จะไปเที่ยวที่ไหน เรามี 6 เกาะท่องเที่ยวในไทย ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดมาแนะนำ

เกาะช้าง

1. เกาะช้าง

ถือเป็น เกาะท่องเที่ยวในไทย ที่อยู่ใน List ติดอันดับต้น ๆ ที่หลายคนอยากไปเที่ยวมากที่สุด เกาะช้างตั้งอยู่ใน ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง จ.ตราด นอกจากทะเล และบรรยากาศหาดทรายสวย ๆ แล้วเกาะช้างยังมีน้ำตกให้เดินสำรวจธรรมชาติอีก 4 แห่งด้วยกัน คือ น้ำตกคลองนนทรี น้ำตกธารมะยม น้ำตกคลองพลู น้ำตกคีรีเพชร กิจกรรมที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดคือ ดำน้ำดูปลาและปะการัง สามารถเดินทางได้ทั้งรถยนต์และนั่งเครื่อง หากเริ่มต้นที่กรุงเทพฯ สามารถเดินทางได้ทั้งหมด 3 เส้นทางคือ

  1. เส้นทางหลวงหมายเลข 3 สายบางนา-ตราด หรือทางยกระดับบางนา-บางปะกง จากนั้นเข้าทางหลวงหมายเลข 344 ถึง อ.แกลง และเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 3 ผ่าน จ.จันทบุรี มุ่งหน้าเข้าตัวเมือง จ.ตราด รวมระยะทางประมาณ 315 กิโลเมตร
  2. เส้นมอเตอร์เวย์ ขับตรงมาเรื่อย ๆ จนพบกับทางหลวงหมายเลข 344 สายบ้านบึง-แกลง จนถึงอำเภอแกลงต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 3 ผ่าน อ.ขลุง ในจังหวัดจันทบุรี ผ่าน อ.เขาสมิง วิ่งตรงเข้าสู่ตัวเมืองตราด รวมระยะทาง 315 กิโลเมตร
  3. มาเส้นทางหลวงหมายเลข 3 ผ่านชลบุรี พัทยา สัตหีบ ระยอง ถึง อ.แกลง วิ่งตามทางหลวงหมายเลขเดิมผ่านจันทบุรีเข้าตัวเมืองตราด หรือจะใช้เส้นทางหมายเลข 36 จากพัทยาเข้าระยอง อ.แกลง ระยะทางก็จะใกล้กว่าประมาณ 40 กิโลเมตร

หรือจะโดยสารรถประจำทางก็สะดวกเช่นกัน มีจุดขึ้นรถที่หมอชิตและสถานีขนส่งเอกมัย จากกรุงเทพถึงขนส่ง จ.ตราด ราคาค่ารถ 250 บาทต่อคน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-6 ชม. แล้วต่อรถสองแถวไปท่าเรืออีก ค่ารถคนละ 50 บาท

ถ้าโดยสารเครื่องบินค่าตั๋วตามแต่ช่วงเวลา เริ่มต้นที่ 3,000 บาทขึ้นไป แล้วต่อรถตู้ก็เริ่มต้นที่ 300 ขึ้นไปแล้วแต่ปลายทางที่เราลง สามารถเช็คข้อมูลการเดินทางได้ที่ http://www.kohchangebooking.com/travel.html หรือโทร 039 538 288 ถึง 9

เกาะท่องเที่ยวในไทย,เกาะลันตา

2. เกาะลันตา

            เกาะลันตาประกอบไปด้วยเกาะ 2 เกาะคือเกาะลันตาใหญ่ และเกาะลันตาน้อย เป็นหนึ่งในอำเภอของจังหวัดกระบี่ จุดเด่นของเกาะลันตาคือหาดทรายที่มีความสวยงามและเงียบสงบ และอีกฟากหนึ่งก็เป็นหาดหินที่มีความสวยงามไม่แพ้กับหาดทราย มีหมู่บ้านชาวเลที่ยังคงใช้ชีวิตและสืบสานวัฒนธรรมโบราณสืบต่อกัน มีอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ที่อุดมไปด้วยต้นไม้และป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ ไฮไลท์คือจุดชมวิวแหลมโตนดที่เป็นที่ตั้งของประภาคาร ที่เป็นจุดชมวิวสวยสวย ๆ และมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่พร้อมบริการนักท่องเที่ยวทั้งอินเทอร์เน็ต ร้านอาหาร ถนนหนทางที่สะดวก

การเดินทาง

            เกาะลันตาอยู่ห่างจากตัวเมืองกระบี่ 70 กม. เราสามารถเดินทางไป จ.กระบี่ ได้ทั้งรถยนต์ รถโดยสารซึ่งสามารถไปถึงเกาะลันตาได้เลย หรือเดินทางด้วยเครื่องบิน สามารถต่อรถตู้เช่าที่สนามบิน เพื่อเดินทางไปเกาะได้

เกาะท่องเที่ยวในไทย,เกาะห้อง

3. เกาะห้อง

เกาะห้องหรือเกาะเหลาบิเละ ตั้งอยู่ ต.อ่าวลึกใต้ อ.อ่าวลึก ในเขตอุทยานแห่งชาติโบกขรณี ที่อยู่ในเขตของจังหวัดกระบี่ เป็นเกาะที่มีทัศนียภาพสวยงามมาก หาดทรายสีขาวเม็ดทรายละเอียด โอบล้อมด้วยน้ำทะเลใสสีมรกต ปะการังสวย กัลปังหา หลากชนิด เหมาะกับการดำน้ำดูปะการัง นักท่องเทียวนิยมพายเรือคายัค ความสวยงามของเกาะห้องได้รับการจัดอันดับให้ติดอันดับ 1 ใน 10 ของเกาะที่สะอาดและสวยงามของโลกเลยทีเดียว

จุดเด่นของเกาะห้อง คืออ่าวห้องหรือทะเลในที่มีลักษณะคล้ายห้อง เป็นสระน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่มีผนังเป็นหน้าผาชันล้อมรอบ

การเดินทางไปเกาะห้อง ทำได้ 3 วิธีคือ

  1. ใช้บริการเรือหางยาว ราคา 600 บาท
  2. ใช้บริการเช่าเรือเหมาลำ ราคา 2,500 – 3,000 บาท จำกัดผู้โดยสาร 6 คน
  3. ใช้บริการเรือสปีดโบท ราคา 1,300 บาท
เกาะท่องเที่ยวในไทย,เกาะกระดาน

4. เกาะกระดาน

            เป็นเกาะที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดตรัง อยู่ในความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม เกาะกระดานด้วยความเป็นเกาะที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ซึ่งประกอบไปด้วยชายหาดอ่าวเนียง หาดอ่าวไผ่ ชายหาดอ่าวช่องลม เสน่ห์ของเกาะกระดานคือหาดทรายที่กว้าง น้ำทะเลใส ทัศนียภาพสวย มีความสงบ นักท่องเที่ยวส่วนนิยมมาดำน้ำดูปะการังและนอนอาบแดดตามชายหาด ความน่าสนใจของ เกาะกระดาน คือ ได้รับคัดเลือกให้เป็นสถานที่จัดงานวิวาห์ใต้สมุทรของจังหวัด เพราะเป็นเกาะที่สวยที่สุดของ จ.ตรัง นั่นเอง

            การเดินทางไปเกาะกระดานคือไปทางเรือนั้น โดยมีจุดที่ขึ้นเรือคือ ท่าเรือกวน ตุน กู และท่าเรือปากเมง ซึ่งเรือที่ให้บริการจะเป็นเรือหางยาว หรือจะซื้อทัวร์ไปเป็นกรุ๊ปก็จะสะดวกหน่อย

เกาะท่องเที่ยวในไทย,เกาะเต่า

5. เกาะเต่า

เกาะเต่าเป็นเกาะที่อยู่ในพื้นที่ของจังหวัดชุมพร ที่ตั้งอยู่กลางทะเลอ่าวไทย เป็น เกาะท่องเที่ยวในไทย ที่ติดอันดับ 20 ชายหาดที่ดีที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย เกาะเต่ามีหาดทรายรี เป็นชายหาดที่ยาวที่สุดของเกาะเต่า กิจกรรมที่พลาดไม่ได้คือการดำน้ำ กิจกรรมพายเรือคายัก เช่ามอเตอร์ไซค์ขี่ชมวิวรอบเกาะ และเกาะเต่าก็อยู่ห่างจากเกาะนางยวนเพียง 1 กม. จึงถือเป็นจุดไฮไลท์อีกจุดที่นักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวเกาะเต่าจะต้องแวะไปเยือนเกือบทุกคน

            การเดินทางไปเกาะเต่า ด้วยจุดที่ตั้งของเกาะเต่าอยู่กลางอ่าวไทย ทำให้สามารถเดินทางไปเกาะเต่าได้จาก 4 จุดคือ

  1. เดินทางจากชายฝั่ง ทะเลชุมพร ระยะทาง 74 กม.
  2. เดินทางจากชายฝั่ง ทะเลสุราษฏร์ธานี ระยะทาง 110 กม.
  3. เดินทางจากเกาะสมุย ระยะทาง 64 กม.
  4. เดินทางจากเกาะพะงัน 45 กม.
เกาะหลีเป๊ะ

6. เกาะหลีเป๊ะ

เกาะหลีเป๊ะ เกาะสวยน้ำทะเลใสที่ตั้งอยู่ในจังหวัดสตูล ความน่าสนใจของเกาะหลีเป๊ะ คือ ชายหาดที่ประกอบไปด้วย 3 หาดคือ

  • หาดพัทยา เป็นหาดที่คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยว รีสอร์ทที่พัก ร้านอาหาร และกิจกรรมยามค่ำคืนอย่างคึกคัก
  • หาดซันไรซ์ หาดที่มีแต่ความเงียบสงบ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อน เต็มไปด้วยแนวของทิวต้นสน เหมาะที่จะเป็นที่ลงเล่นน้ำและนอนอาบแดด
  • หาดซันเซ็ต หาดที่จะได้ชมพระอาทิตย์ตกดินสวยและโรแมนติก

การเดินทางไปเกาะหลีเป๊ะ สามารถเดินทางได้ทั้งเครื่องบินไปลงสนามบินหาดใหญ่ และต่อรถตู้ไปยังท่าเทียบเรือปากบารา จ.สตูล และขึ้นเรือสปีดโบ้ท หรือเดินทางด้วยรถไฟลงที่ชุมทางหาดใหญ่ ต่อรถมอเตอร์ไซค์ไปคิว รถตู้ตลาดเกษตร ต่อรถตู้ไปท่าเรือปากบารา ซึ่งอาศัยการต่อรถหลายทอด แต่ราคาค่าโดยสารถูกกว่าเดินทางด้วยเครื่อง หรือจะเดินทางด้วยรถทัวร์ ขึ้นรถทัวร์สายกรุงเทพ-สตูล มาลง อ.ละงู ต่อสองแถวสีส้มไปท่าเรือปากบารา ก็ได้เช่นกัน

ใครที่กำลังมองหาที่พักผ่อนหย่อนใจในช่วงวันหยุดยาวนี้ก็ลองให้ เกาะท่องเที่ยวในไทย ทั้ง 6 เกาะนี้ได้เป็นตัวเลือกสุดพิเศษให้คุณได้พักผ่อนในทริปต่อไป รับรองว่าคุณจะได้เติมพลังกายและใจให้ตัวคุณเองได้อย่างเต็มอิ่มและไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

รู้หรือไม่ ทำไมต้องห่อกระเป๋าก่อนเดินทาง

มีใครที่เดินทางแล้วเคยเจอปัญหาที่เกิดขึ้นกับกระเป๋าใส่สัมภาระของคุณแบบปัญหาเหล่านี้บ้างไหม กระเป๋าถูกรื้อค้น กระเป๋าชำรุดเสียหาย ทรัพย์สินที่อยู่ภายในกระเป๋าหายไประหว่างเดินทาง ถ้าเคย คุณทราบไหมว่า ปัญหาเหล่านี้เรามีวิธีป้องกันไม่ให้กระเป๋าใบเก่งของคุณต้องเจอกับปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นได้ด้วยการ ห่อกระเป๋าก่อนเดินทาง

ห่อกระเป๋าก่อนเดินทาง

ทำไมต้อง ห่อกระเป๋าก่อนเดินทาง

            สำหรับการเดินทางที่อยากแนะนำให้มีการ ห่อกระเป๋าก่อนเดินทาง คือการเดินทางโดยเครื่องบิน สำหรับในไทยแล้วการเดินทางด้วยรถทัวร์หรือรถไฟยังไม่ค่อยมีให้เห็นเท่าไหร่นัก เหตุที่เวลาเดินทางด้วยเครื่องบินควรทำการห่อกระเป๋าก่อนเดินทางนั้น มีข้อดีกับกระเป๋าและตัวเจ้าของกระเป๋าดังต่อไปนี้

1. ทรัพย์สินภายในกระเป๋าไม่สูญหาย

การ ห่อกระเป๋าก่อนเดินทาง ส่วนหนึ่งเพื่อช่วยป้องกันไม่ให้ทรัพย์สินที่อยู่ภายในกระเป๋าถูกรื้อค้นและสูญหาย เพราะการห่อกระเป๋าจะช่วยยืดเรื่องระยะเวลาของผู้ที่จะมาทำการค้นหรือแกะวัสดุที่ห่อกระเป๋าของเราให้เสียเวลามากขึ้น ทำให้ช่วยลดโอกาสที่จะทำให้ทรัพย์สินสูญหาย เพราะโจรหรือผู้มีเจตนาที่ดีส่วนใหญ่ไม่เลือกเอากระเป๋าที่ห่อหรือคลุมอย่างมิดชิดเป็นเป้าหมายเพราะต้องเสียเวลาในการทำลายวัสดุที่ห่อหุ้มนานทำให้พวกเขาเสี่ยงที่จะมีคนเห็นหรือโดนจับได้ง่ายนั่นเอง

ห่อกระเป๋าก่อนเดินทาง

2. กระเป๋ายังอยู่ในสภาพเดิม ไม่เสียหาย

การห่อกระเป๋าก่อนการเดินทางทำให้ตัวกระเป๋าลดโอกาสเกิดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในระหว่างการเดินทาง ปัจจุบันกระเป๋าได้มีการผลิตจากวัสดุที่แตกต่างกัน วัสดุบางชนิดสามารถแตกหรือหักได้จากแรงกระแทก หรือเกิดรอยได้ง่าย ดังนั้นห่อกระเป๋าจะช่วยลดโอกาสที่จะเกิดปัญหาเหล่านี้ได้ ส่วนหนึ่ง

3. กระเป๋าไม่มีรอยขีดข่วน

รอยขีดข่วนที่เกิดขึ้นอาจจะเกิดจาดสาเหตุใดก็แล้วแต่ในระหว่างการขน การลำเลียงขึ้น-ลงเครื่อง หรือแม้แต่การลำเลียงของสายพานที่เกิดกระแทกจากขอบรถ ขอบของสายพาน หรืออะไรก็ตามที่ทำให้เกิดรอยขีดข่วน ซึ่งเจ้าของกระเป๋าอย่างเราคงไม่ได้รู้สึกดีกับรอยที่เกิดขึ้นนั้นสักเท่าไหร่ ยิ่งหากเป็นกระเป๋าที่ราคาแพงหลักหมื่นด้วยแล้ว  รอยที่เกิดขึ้นก็สร้างความหงุดหงิดใจให้เรามากพอสมควร สิ่งที่จะมาช่วยแก้ปัญหานี้ได้นั่นก็คือ การห่อกระเป๋าก่อนเดินทาง

ห่อกระเป๋าก่อนเดินทาง

การห่อกระเป๋านี้เราสามารถที่จะเตรียมตัว ห่อไปได้ด้วยตัวเองจากที่บ้านได้เลย หรือหากใครไม่สะดวกจะไปใช้บริการที่สนามบินก็ได้เช่นกัน หากคุณไม่อยากหงุดหงิดหัวเสียกับรอยขีดข่วนหรือร่องรอยของความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับกระเป๋าเดินทางของคุณแนะนำว่าควรห่อกระเป๋าก่อนการเดินทางจะดีที่สุด แต่หากคุณไม่ได้ซีเรียสกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับกระเป๋าใส่สัมภาระของคุณก็อาจจะไม่ต้องห่อ แต่เพื่อความปลอดภัยในทรัพย์ของคุณแนะนำว่าควรห่อกระเป๋าก่อนการเดินทางจะเป็นการดีที่สุด

วางแผน ท่องเที่ยวกรุงเทพ อย่างไรดีให้คุ้ม!

กรุงเทพฯ เป็นศูนย์รวมความหลากหลายของวัฒนธรรมต่าง ๆ ที่มาพร้อมกับการจับจองพื้นที่เพื่ออยู่อาศัยของคนที่มีเชื้อชาติและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันไปตั้งแต่อดีต จนเกิดเป็นชุมชนที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวของแต่ละพื้นที่ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างมากทั้งคนไทยและต่างชาติ ยิ่งเป็นพื้นที่ ๆ สามารถเดินทางได้สะดวก มีสถาปัตยกรรมและอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ ก็ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจและมีผู้ต้องการไปเที่ยวมากขึ้น มาดูกันว่าจะมีวิธีใดบ้างที่จะช่วยให้การ “ท่องเที่ยวกรุงเทพ” สนุกและคุ้มค่าได้ตลอดการเดินทาง

วางแผนการท่องเที่ยว

การวางแผนเป็นสิ่งสำคัญในการทำกิจกรรมหลาย ๆ อย่าง เนื่องจากจะทำให้เราสามารถคาดการณ์และเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นได้ ในเรื่องการท่องเที่ยวก็เช่นกัน หากไม่มีแผนก็จะส่งผลให้ต้องใช้เวลาในการคิดและประมวลผลมากขึ้น ทำให้เสียเวลาเที่ยวไปโดยไม่รู้ตัวและบางทีอาจทำให้การเดินทางของเราหมดสนุกไปด้วย

ท่องเที่ยวกรุงเทพ

ดูเรื่องการเดินทาง

แต่ละสถานที่ก็มีการคมนาคมหลากหลายรูปแบบให้ประชาชนเลือกใช้และเข้าถึงได้สะดวกแตกต่างกัน เช่น ทางรถยนต์ รถไฟฟ้า รวมถึงเรือด้วย เราก็ควรดูว่าสถานที่ ท่องเที่ยวกรุงเทพ ที่ต้องการไปสามารถเดินทางได้แบบใดบ้าง และเลือกรูปแบบการเดินทางตามความต้องการ โดยเราขอแนะนำว่าหากไม่ต้องการเสียเวลากับการเดินทางมากเกินไปควรเลือก รถไฟฟ้าหรือเรือ เพราะมีเวลาที่ค่อนข้างแน่นอนและไม่ต้องเผชิญกับการจราจรบนท้องถนนที่คาดการณ์ได้ยาก

ท่องเที่ยวกรุงเทพ

เลือกที่พักใกล้สถานที่ที่ต้องการไป/เดินทางได้สะดวก

การเลือกที่พักใกล้จุดหมายปลายทางช่วยให้ประหยัดเวลาในเรื่องการเดินทางได้อย่างมาก ซึ่งบางทีก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่สูงขึ้น แต่เมื่อเทียบกับการที่ต้องเดินทางด้วยความเร่งรีบแล้ววิธีนี้คุ้มกว่าแน่นอน และต้องคำนึงถึงการเดินทางไปยังสถานที่อื่น ๆ ที่ต้องการด้วย โดยส่วนใหญ่การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าก็จะเป็นการคมนาคมที่สะดวกที่สุดในปัจจุบัน เพราะเชื่อมต่อกันได้หลากหลายเส้นทาง และครอบคลุมที่ ท่องเที่ยวกรุงเทพ ไว้เกือบทั้งหมดแล้ว

ท่องเที่ยวกรุงเทพ

ดูเวลาทำการของสถานที่เที่ยวที่ต้องการไป

บางสถานที่มีกำหนดเวลาทำการระบุไว้ เราก็ต้องวางแผน เผื่อเวลาไปเที่ยวและใช้เวลาให้คุ้มค่าไม่ใช่ว่าพอเดินทางไปถึงก็พบว่าใกล้ปิดทำการแล้ว ซึ่งจะทำให้ไม่มีความสุขในการเที่ยวชมสิ่งต่าง ๆ  แน่นอนดังนั้นการวางแผนจึงมีความสำคัญตลอดการเดินทางท่องเที่ยว  

ที่เที่ยวในกรุงเทพฯ มีมากมาย ซึ่งไม่สามารถเที่ยวครบได้ภายในทริปเดียว หากเราตัดสินใจเลือกกลุ่มความสนใจได้ว่าต้องการเที่ยแผนที่วที่ไหนเป็นพิเศษก็จะช่วยให้ประหยัดเวลา วางแผนการเดินทางได้ง่าย และเป็นการท่องเที่ยวที่คุ้มค่ามากขึ้นแน่นอน  

แลกเงินที่ไหนได้เรทดี ? เรามีคำตอบ

จุดแลกเปลี่ยนเงิน

ก่อนที่เราจะเดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศต่าง ๆ นั้น เราต้องแลกเปลี่ยนเงินตรา จากเงินบาทไทย เป็นสกุลเงินของประเทศนั้น ๆ โดยต้องเตรียม พาสปอร์ตหรือสำเนา สำหรับแลกเงินบาทเป็นเงินต่างประเทศ และเตรียมบัตรประชาชน สำหรับแลกเงินต่างประเทศเป็นเงินบาท วันนี้เรามี จุดแลกเปลี่ยนเงิน เรทดี ๆ และสะดวกมาฝากกัน ดังนี้

จุดรับแลกเงินที่ 1

Super Rich Thailand หรือ superrich สีเขียว บริษัทรับแลกเปลี่ยนเงินต่างประเทศ สำนักงานใหญ่ อยู่ที่ ซอยราชดำริ 1 ถนนราชดำริ ตรงข้ามเซ็นทรัลเวิลด์ มีสาขา 15 สาขา ในแหล่งท่องเที่ยวและห้างสรรพสินค้า เช่น เซ็นทรัล เวสต์เกต เซ็นทรัล พระราม 2 สยามพารากอน มีการรับซื้อและขายเงินถึง 38 สกุล โดยถ้าอยากได้เรทเดียวกับสำนักงานใหญ่ สามารถไปที่สาขาวิภาวดี 22 ได้

สามารถตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนแต่ละประเทศได้ที่ Superrichthailand วันเวลา เปิดทำการ: สำหรับสำนักงานใหญ่ จันทร์-ศุกร์ 9.00-18.00 วันเสาร์และวันหยุดราชการ 9.30-17.00 วันอาทิตย์ ปิดบริการ ติดต่อสอบถามได้ที่ 02-057-8888, 02-057-8899

จุดแลกเปลี่ยนเงิน

จุดรับแลกเงินที่ 2

Supper Rich Currency Exchange หรือ Supper rich สีส้ม สำนักงานใหญ่ในประเทศไทย อยู่ที่ ถนนราชดำริ 2 ตรงข้ามเซ็นทรัลเวิลด์ โดยมีสาขาภายในประเทศถึง 49 สาขา ในแหล่งท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้า สถานี BTS สถานี MRT และต่างจังหวัด เช่น จังหวัดอุบลราชธานี ภูเก็ต หัวหิน นครราชสีมา และต่างประเทศ 2 สาขา ได้แก่ สปป.ลาว และประเทศอังกฤษ

สามารถตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนแต่ละประเทศได้ที่ Superrich1965 วันเวลา เปิดทำการ :สำหรับสำนักงานใหญ่ เปิดให้บริการทุกวัน 09.00-18.00 น.ติดต่อสอบถามได้ที่ 02-057-8888, 02-057-8899

โดย Supper rich ทั้งสีเขียวและสีส้ม มีบริการ จองเงินสกุลต่างประเทศออนไลน์ แลกเงินจาก QR Code และแลกเงินผ่านบัตรเครดิตได้ ถือว่าเป็น จุดแลกเปลี่ยนเงิน ที่ไม่ต้องถือเงินไปมาก ๆ อีกแล้ว​ จึงปลอดภัยขึ้นมาก

จุดรับแลกเงินที่ 3

Twelve Victory Exchange ร้านแลกเงินสีชมพูเข้ม สำนักงานใหญ่ อยู่ถนนประดิพัทธ์ ซอย ประดิพัทธ์ 21 มีสาขาในกรุงเทพ ถึง 29 สาขา และสาขาต่างจังหวัด ถึง 21 สาขา เช่น หัวหิน พัทยา ขอนแก่น นครราชสีมา อุดรธานี นครสวรรค์ แม่สาย แม่สอด ชัยนาท

สามารถตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนแต่ละประเทศได้ที่ Twelvevictory วันเวลา เปิดทำการ :สำหรับสำนักงานใหญ่ จันทร์-ศุกร์ 8.30-17.00 น. เสาร์ อาทิตย์ และหยุดนักขัตฤกษ์ 9.30—18.00 น. ติดต่อสอบถามได้ที่ 02-618-4663, 02-090-2231-2

จุดแลกเปลี่ยนเงิน

จุดรับแลกเงินที่ 4

Value Plus Exchange มีทั้งหมด 29 สาขา โดยที่มีถึง 4 สาขาที่ใกล้แนวรถไฟฟ้า ได้แก่ สาขาสยามพารากอน สาขาสนามบินสุวรรณภูมิ สาขาเซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว สาขาธนิยะ​ ถนนสีลม และสาขาต่างจังหวัดทางภาคใต้ ทั้งสมุย กระบี่ และภูเก็ต

สามารถตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนแต่ละประเทศได้ที่ Valueplusexchange วันเวลา เปิดทำการ :สำหรับสาขาสยามพารากอน เปิดบริการทุกวัน 10:00-21:00 น. ติดต่อสอบถามได้ที่ 085-004-9999, 088-901-5665

เป็นอย่างไรกันบ้าง​ สำหรับ จุดแลกเปลี่ยนเงิน ทั้ง 4 จุดที่เรานำมาเสนอ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น​ อัตราแลกเปลี่ยนที่สำนักงานใหญ่มักจะให้อัตราแลกเปลี่ยนที่ดีกว่าสาขา แต่ถ้าหากแลกเปลี่ยนเงินจำนวนไม่มาก แนะนำให้ใช้บริการจุดรับแลกเงินใกล้บ้าน จะทำให้สะดวก ช่วยประหยัดค่าเดินทางและค่าเสียเวลาไปได้มาก

แนะขั้นตอนการฝากกระเป๋าที่ ล็อกเกอร์ฝากกระเป๋า

ล็อกเกอร์ฝากกระเป๋า

เชื่อว่าหลาย ๆ คนที่จะเดินทางท่องเที่ยวหลังจากถึงที่หมายเลยโดยไม่ได้เข้าโรงแรมหรือที่พักก่อน จะต้องหาตัวช่วย หรือที่ฝากกระเป๋าสัมภาระแน่นอน วันนี้เราจึงมาแนะนำ “ล็อกเกอร์ฝากกระเป๋า” ว่ามีกี่ประเภท มีวิธีการใช้อย่างไรบ้าง สถานที่ที่มักจะมีล็อกเกอร์ให้ฝากกระเป๋า และข้อควรระวังในการฝากกระเป๋าและสัมภาระในล็อกเกอร์กัน

ประเภทของ ล็อกเกอร์ฝากกระเป๋า

โดยทั่วไป มี 2 ประเภท ประเภทแรกคือแบบใช้กุญแจในการไขเปิด และประเภทที่สอง แบบใช้การ์ด ใบเสร็จ หรือบาร์โค้ดในการเปิดล็อกเกอร์

ขั้นตอนการฝากกระเป๋าที่ล็อกเกอร์

สำหรับประเภทการใช้กุญแจในการเปิดตู้ล็อกเกอร์

1. ค้นหาตู้ล็อกเกอร์ที่ยังว่าง โดยสังเกตได้จากกุญแจ ถ้ามีกุญแจอยู่แสดงว่าว่าง

2. ใส่สัมภาระเข้าไปในตู้ล็อกเกอร์

3. ปิดประตูล็อกเกอร์ ควรตรวจสอบว่า ใส่ของครบทั้งหมดไหม เนื่องจากถ้าปิดแล้วจ่ายเงินเรียบร้อย แล้วต้องเปิดเพื่อใส่ของเพิ่ม เท่ากับต้องจ่ายเงินใหม่อีกรอบ

4. หยอดเหรียญ จ่ายเงิน

5. ดึงกุญแจออก เป็นอันเรียบร้อยสำหรับการฝากกระเป๋า เวลานำกระเป๋าออกจากล็อกเกอร์สามารถนำกุญแจมาไขเปิดประตูได้เลย

ล็อกเกอร์ฝากกระเป๋า

สำหรับประเภทที่ 2 คือการใช้การ์ด ใบเสร็จ หรือบาร์โค้ดในการเปิด ล็อกเกอร์ฝากกระเป๋า โดยสามารถแยกได้เป็น 2 แบบ

แบบที่ 1: หาตู้ว่าง แล้วค่อยไปยืนยันชำระเงินจากหน้าจออัตโนมัติ

1. ค้นหาตู้ล็อกเกอร์ที่ว่าง โดยดูได้จากสัญลักษณ์ ไฟเขียว หรือไม่มีสัญญาณไฟแล้วแต่รุ่นของตู้

2. ใส่กระเป๋า สัมภาระ เก็บในตู้ ควรตรวจสอบว่า ใส่ของครบทั้งหมดไหม เนื่องจากถ้าปิดแล้วจ่ายเงินเรียบร้อย แล้วต้องเปิดเพื่อใส่ของเพิ่ม เท่ากับต้องจ่ายเงินใหม่อีกรอบ

3. ไปที่หน้าจออัตโนมัติ ใส่หมายเลขตู้

4. จ่ายเงิน สามารถจ่ายได้ทั้ง เงินสดและบัตร

5. รับการ์ด ใบเสร็จ หรือบาร์โค้ด

เวลานำกระเป๋าออก ใช้การ์ด ใบเสร็จ หรือบาร์โค้ด โดยต้องกดหมายเลขตู้ก่อน อาจจะใช้เป็น PIN หรือการสแกนจากการ์ด บาร์โค้ด เพราะฉะนั้นควรเก็บรักษาการ์ด ใบเสร็จ หรือบาร์โค้ด เป็นอย่างดี

ล็อกเกอร์ฝากกระเป๋า

แบบที่ 2: สามารถกดหาตู้ว่างได้จากหน้าจออัตโนมัติ

1. ค้นหาตู้ล็อกเกอร์ที่ว่าง ได้จากหน้าจออัตโนมัติ เลือก ฝากของ

2. เลือกขนาดล็อกเกอร์ที่ต้องการ เลือกระยะเวลาที่ต้องการฝาก

3. ใส่รหัสผ่านที่ต้องการ

4. เลือกวิธีชำระเงิน ชำระเงิน

5. ตู้ล็อกเกอร์จะเปิดออก ใส่กระเป๋า สัมภาระ เก็บในตู้ ควรตรวจสอบว่า ใส่ของครบทั้งหมดไหม เนื่องจากถ้าจะเปิดเพื่อใส่ของเพิ่ม เท่ากับต้องจ่ายเงินใหม่อีกรอบ

6. ปิดประตูตู้ล็อกเกอร์

เวลานำกระเป๋าออก คลิกจากหน้าจออัตโนมัติ เลือกช่อง นำกระเป๋าออก ใส่รหัสผ่านแล้ว​ จึงนำของออกมาได้

ข้อควรระวัง ในการฝากกระเป๋าและสัมภาระ ในล็อกเกอร์รับฝากสัมภาระ

1. ต้องเก็บกุญแจ การ์ด สลิป หรือบาร์โค้ดที่ใช้เปิดล็อกเกอร์อย่างดี

2. ต้องจำหรือถ่ายภาพ สถานที่ฝาก เลขตู้ล็อกเกอร์ เนื่องจากบางสถานที่มีจุด ล็อกเกอร์ฝากกระเป๋า หลายจุดในสถานที่เดียวกัน

3. ในสถานีใหญ่ ๆ บางครั้งตู้ล็อกเกอร์มักเต็ม